
สถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังระอุ สายการบินหลายแห่งสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางการบินเที่ยวบินตะวันออกกลางแล้วเพื่อความปลอดภัย ขณะที่สายการบินเอมิเรตส์ได้ขอระงับการให้บริการชั่วคราว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ จับมือกันโจมตีอิหร่าน
เพราะล่าสุด อิหร่านประกาศโจมตีกลับ โดยเริ่มเปิดฉากยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอลแล้ว รวมถึงฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศอื่น ๆ อย่างบาห์เรน ยูเออีและกาตาร์
ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้น หลังทั่วโลกจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งขู่อยู่หลายครั้งว่าจะโจมตีอิหร่าน และล่าสุด เขาก็ประกาศว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มอำนาจรัฐบาล
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการจู่โจมครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว โดยกล่าวหารัฐบาลอิหร่านว่ากำลังดำเนินแคมเปญนองเลือดและการสังหารหมู่อย่างไม่สิ้นสุดที่มุ่งเป้าโจมตีสหรัฐอเมริกา
ทรัมป์ได้เผยแพร่วิดีโอตัวหนึ่งในไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ไม่นานหลังมีรายงานการโจมตีเริ่มขึ้นในกรุงเตหะราน โดยทรัมป์เปิดเผยว่า อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ และเรียกร้องให้ชาวอิหร่านโค่นล้มอำนาจรัฐ
“เมื่อตอนที่เราโจมตีเสร็จแล้ว โค่นล้มรัฐบาลของคุณซะ มันต้องเป็นพวกคุณที่ทำเช่นนั้น นี่คือโอกาสเดียวของคุณในรอบหลายยุคสมัย”
ทรัมป์ยังฝากไปถึงสมาชิกกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านว่า พวกเขาจะได้รับความปรานี หากว่ายอมวางอาวุธ หรือมิเช่นนั้นก็ต้องเผชิญกับความตาย
ทรัมป์ยังอ้างด้วยว่า อิหร่านบอกปัดทุกโอกาสที่จะได้ละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของตน และยังคงเดินหน้าพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถคุกคามเป็นภัยต่อพันธมิตรในยุโรป กองกำลังของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ และอาจจะไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ
แต่การโจมตีอิหร่านของอิสราเอลและสหรัฐฯ กำลังนำไปสู่ความขัดแย้งในภูมิภาค โดยมีรายงานการโจมตีในประเทศอื่น ๆ และอิหร่านเองก็โจมตีอิสราเอลกลับแล้ว
กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่า ประเทศเข้าไปข้องเกี่ยวตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างโจ่งแจ้งจากขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน
แถลงการณ์ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเออีสามารถรับมือกับขีปนาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้หลายลูก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมระบุว่า เศษซากจากการสกัดกั้นตกลงในย่านที่พักอาศัยในกรุงอาบูดาบี ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมีพลเรือนสัญชาติเอเชียเสียชีวิต 1 ราย โดยไม่ได้เปิดเผยชื่อ
ทางการยูเออีประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “การยกระดับสถานการณ์ที่อันตราย” และเป็น “การกระทำที่ขลาดเขลา” พร้อมย้ำว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขอสงวนสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการตอบโต้
ทั้งนี้ ยูเออีถือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลาง ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดทั้งด้านความมั่นคง การทหาร และเศรษฐกิจ โดยกองทัพสหรัฐฯ เข้ามาประจำการในยูเออี และใช้ฐานทัพอากาศ Al Dhafra Air Base ทางตอนใต้ของกรุงอาบูดาบี ร่วมกับกองทัพอากาศของยูเออี
ส่วนบรรยากาศในกรุงโดฮา เต็มไปด้วยเสียงระเบิดไม่ต่างกัน หลังจากกระทรวงกลาโหมของกาตาร์ แถลงว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้หลายลูก ซึ่งมีเป้าหมายไปยังฐานทัพอากาศอัลอูเดด ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ขณะที่ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์มือถือ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกนอกอาคาร แม้ยังคงมีรถสัญจรบนท้องถนน แต่ปริมาณน้อยกว่าปกติ
มีรายงานเสียงระเบิดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และคูเวต เช่นกัน โดยที่บาห์เรน มีรายงานเหตุระเบิดในเมืองหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ห้าแห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนออกคำเตือน แนะนำประชาชนให้อยู่อย่างสงบ ไม่แตกตื่น และมุ่งหน้าไปยังจุดปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด