
วันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศกองกำลังบูรพา(ฉก.อรัญประเทศกกล.บูรพา)โดยพ.อ.พงศกร เสืองาม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่12(ผบ.ชค.ทพ.12)ได้สั่งการให้พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1202(ผบ.ร้อย.ทพ.1202)นำกำลังร่วมกับชปข.2กกล.บูรพา ออกลาดตระเวนป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนจต.อ.04-จต.อ.05พื้นที่หมู่ 8 บ้านป่าไร่ใหม่ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังลักลอบมุดรั้วลวดหนามจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามายังฝั่งประเทศไทย จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ได้
จากการตรวจสอบพบเป็นคนไทยจำนวน 8 คน แบ่งเป็นชาย 6 คนหญิง 1 คน และเด็กหญิงผู้ ติดตามอีก 1 คน ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอนุญาตผ่านแดนแต่อย่างใด โดยเป็นชาวจังหวัดต่างๆได้แก่สกลนคร 2 คน เชียงราย 1 คน เชียงใหม่ 2 คน พะเยา 1 คน หนองบัวลำภู 1 คน และปทุมธานี 1 คน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่กองร้อยทหารพรานที่ 1202 ซึ่งผู้ถูกจับกุมให้การสอดคล้องกันว่า ได้ติดต่อหางานผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนจะมีบุคคลแอดไลน์เข้ามาเสนอให้ “เช่าบัญชีธนาคาร” โดยให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 15,000-20,000 บาท และนัดหมายให้ไปรับเงินที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ได้มีรถยนต์มารับจากภูมิลำเนาพาลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ ก่อนนำตัวไปยังอาคารพาณิชย์สูง 6 ชั้นสีเทา ในกรุงปอยเปต ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารมีประตูเหล็กสีดำ รั้วปูนสีขาว และมีการเฝ้ายามตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อไปถึงถูกยึดโทรศัพท์มือถือ และบัตรประชาชน พร้อมถูกสแกนใบหน้า เพื่อเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ จากนั้นในวันถัดมามีชายชาวจีน ให้นำโทรศัพท์มาสแกนใบหน้าซ้ำอีกคนละ 4-5 ครั้ง
กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ กลุ่มผู้เสียหายถูกชาวกัมพูชา พาไปปล่อยทิ้งบริเวณชายแดน พร้อมบอกว่า “หมดหน้าที่แล้ว” ทั้งที่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทำให้ทราบว่าถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้า จึงตัดสินใจเดินเท้าลักลอบกลับประเทศไทย ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุม
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสภ.คลองลึก จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลติดตามขบวนการรับจ้างเปิดบัญชีม้าข้ามชาติซึ่งยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนต่อไป
Advertisement