
(1 มิ.ย. 2569) ที่มูลนิธิกันจอมพลัง นางพร อายุ 57 ปี (นามสมมติ) เดินทางมาขอความช่วยเหลือจาก นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง หลังจากเจอพฤติกรรมแปลกจาก นายไวท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี เป็นลูกชายแท้ๆ ที่ติดยาเสพติดหนัก หลอนถึงขนาดขอมีเซ็กซ์กับแม่แท้ๆ พร้อมมีข้อความเเชทไลน์หยาบโลน ทำให้แม่หวาดผวารีบออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น
โดยนางพร เล่าถึงว่า นายไวท์ อายุ 38 ปี ลูกชายแท้ๆ เสพยาเสพติดตั้งแต่อายุ 17 ปี จนถึงปัจจุบัน มีคดีเข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่นส่วนใหญ่จะเป็นข้อหาเสพยาเสพติด และล่าสุดก็ออกจากคุกมาเมื่อเดือนที่แล้ว และก็มีอาการทางจิต โดยมีการบำบัดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา แต่ยังไม่หายขาด
ส่วนพฤติกรรมเสพยา บางครั้งลูกชายก็เสพยาให้แม่เห็นกับตา และบางวันตนเองก็ไปเห็นลูกขณะช่วยตัวเอง และสายตาที่ลูกมองมาเหมือนไม่ได้มองว่าตนเป็นแม่ มองด้วยอาการหื่น และลูกก็เคยมาบอกว่าเคยแอบดูตนเองอาบน้ำ บางครั้งลูกก็อาการหลอนหูแว่ว เห็นภาพหลอน เมื่ออาการกำเริบก็จะเป็นคนอารมณ์รุนแรง และจะมีอาวุธมีดแหลมไว้ติดตัวตลอดซึ่งลูกให้เหตุผลว่าเอาไว้ป้องกันตัว บางครั้งก็มีเรื่องกับเพื่อนบ้าน และยังบอกเพื่อนบ้านอีกว่าตนเองเป็นเมียของ นายไวท์ หรือก็ไปมีเรื่องข้างนอก และก็เคยมีคนมาหาเรื่องถึงบ้าน บางครั้งก็ยิงปืนเข้ามา ซึ่งตนเองก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยจึงออกไปอาศัยอยู่กับเพื่อน ระหว่างนั้นลูกชาย ก็ส่งข้อความมาหาตนเอง เพื่อขอมามีอะไรด้วย เพราะให้เหตุผลว่าไม่เจอผู้หญิงมานานแล้วและอยากมามีอะไรกับแม่ และยังบอกอีกว่าไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนนอกจากแม่ ซึ่งก็สร้างความหวาดกลัวให้กับตนเอง จนต้องหนีไปที่อื่น
แต่ถึงแม้หนีออกมาแล้วลูกชายได้กระหน่ำส่งข้อความแชทมาหาในลักษณะหยาบโลน เช่น ขอนอนด้วย เสี้ยนอยากนอนกับแม่ พร้อมทั้งชวนไปโรงแรมแล้วบอกว่าไม่ได้เจอผู้หญิงมานานแล้วจึงอยากมาลงที่แม่ และไม่อยากได้ผู้หญิงคนไหนนอกจากแม่ รวมทั้งยังพิมพ์มาบอกว่าได้เจาะรูที่ฝาห้องน้ำเพื่อแอบดูแม่เวลาแม่เข้าห้องน้ำ
ปัจจุบันลูกชายก็ออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อน แถวบางนา ศรีนครินทร์ โดยลูกให้เหตุผลว่าอยู่กับเพื่อน มียาให้เสพ
ขณะที่เรื่องคดี ปัจจุบันแม่ก็แจ้งความไว้ที่ สภ.สำโรงใต้ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. แต่ตำรวจก็ไม่ติดตามจับกุมลูกชายมาดำเนินคดีโดยให้เหตุผลว่าเหตุยังไม่เกิด และสิ่งที่ตนเองต้องการถึงแม้ลูกจะล่วงเกินทั้งกายวาจาใจก็ดี อยากให้ลูกเลิก พฤติกรรมไม่ดีทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด
ด้าน กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า เคสนี้มันเกินกว่าคำว่าอุบาทว์ไปเยอะมาก สารเสพติดมันทำลายสมอง ทำลายสามัญสำนึกความเป็นมนุษย์และสถาบันครอบครัวจนหมดสิ้น ลูกแท้ๆ ขอนอนกับแม่บังเกิดเกล้า เจาะรูห้องน้ำแอบดู พกมีดคลั่งยาตลอดเวลา จนแม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน
ส่วนกรณีตำรวจที่ลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ยังไม่ดำเนินการใดๆ นั้น กันจอมพลังระบุว่า ตำรวจบอกให้รอเหตุเกิดก่อน ถ้าปล่อยไว้จนเกิดเหตุ แม่ไม่ถูกขืนใจก็คงถูกฆ่าตายไปแล้ว ส่วนตัวตนเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่รักลูก แต่เคสนี้คุณแม่ทำถูกแล้วที่เลือกความปลอดภัยและยอมวางเพื่อให้กฎหมายจัดการ
ขณะที่พฤติกรรมของลูกชายถือเป็นระเบิดเวลาของสังคมที่อันตรายมาก ทั้งมีอาวุธและหลอนยาหนัก ซึ่งผู้ก่อเหตุพกมีดติดตัวตลอดเวลา มีอาการหูแว่วขั้นรุนแรง ถือเป็นบุคคลอันตรายที่ไม่สามารถปล่อยไว้ได้ เพราะหากเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา อาจไปทำร้ายใครจนเกิดความสูญเสีย ซึ่งไม่จำเป็นและไม่ควรรอให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นก่อน
ส่วนที่มีข้อความแชทหลักฐานทั้งหมดที่ส่งหาแม่แท้ๆ ลักษณะเชิงขอมีอะไรด้วย ถือเป็นการคุกคามทางเพศอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่มีใครในสังคมรับได้ และมีกฎหมายรองรับในการเอาผิดอยู่แล้ว
นอกจากนี้ กัน จอมพลัง ยังตั้งข้อสังเกตไปถึงกลุ่มเพื่อนของผู้ก่อเหตุ ย่านอ่อนนุช-บางนา-ศรีนครินทร์ ที่ผู้ก่อเหตุหนีไปกบดานอยู่ด้วย โดยระบุว่า ชายคนนี้ไม่ได้ทำงานทำการอะไรเลย แต่กลับบอกแม่ว่า "มีของเสพอยู่ตลอดเวลา" แปลว่ากลุ่มเพื่อนกลุ่มนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัวพัน ยึดโยง หรืออาจเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่
อย่างไรก็ดี ช่วงบ่ายวันนี้ (1 มิ.ย. 2569) ตนและทีมงานจะลงพื้นที่ไปยังบ้านเกิดเหตุทันที ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พูดคุยกัน พร้อมฝากเรื่องและประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งขยายผลลากคอแก๊งเพื่อนร่วมวงเสพกลุ่มนี้มาดำเนินคดีด้วยทั้งหมด เพราะหากปล่อยไว้ ปัญหายานรกและการคุกคามความปลอดภัยของประชาชนในลักษณะนี้ก็คงไม่มีวันจบสิ้นหลังจากนี้ตนและทีมงานจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และตำรวจในพื้นที่เบาะแสนำกำลังเข้าควบคุมตัวลูกชายรายนี้ด่วน เพื่อส่งดำเนินคดีขยายผลเรื่องยาเสพติด และส่งบำบัดรักษาในสถานที่ปิดอย่างเด็ดขาด จะปล่อยให้คนประเภทนี้ลอยนวลอยู่ในสังคมและเป็นอันตรายต่อแม่ตัวเองหรือคนรอบข้างไม่ได้อีกต่อไป
Advertisement