
เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.สระบุรี บุกเข้าทำร้ายร่างกายและข่มขู่ครอบครัวหนึ่งอย่างป่าเถื่อน จนทำให้ น.ส.ข้าวฟ่าง อายุ 19 ปี ต้องพา น.ส.รัศมี อายุ 44 ปี ผู้เป็นแม่ และนางรัตนา อายุ 64 ปี ผู้เป็นยาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากถูกกลุ่มวัยรุ่นบุกรุมทำร้ายร่างกายถึงบ้านพักจนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังถูกข่มขู่เอาชีวิต แต่เมื่อไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท กลับไม่มีความคืบหน้า ทำได้เพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลากลางวัน เมื่อ น.ส.มุก พร้อมกับเพื่อนรวม 4 คน ได้มาตามหาผู้หญิงลักษณะขาวสูง โดยอ้างว่าผู้หญิงคนดังกล่าวแอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนหนุ่มของเธอ และปักใจเชื่อว่าเป็นน.ส.ข้าวฟ่าง แม้ว่าทางครอบครัวจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ไม่ยอมฟัง พยายามหาเรื่องและด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างรุนแรง จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวก็คอยตามรังควาน และหาเรื่องมาโดยตลอด
จนกระทั่งคืนวันที่ 12 ก.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. น.ส.มุกพร้อมเพื่อนสาวอีก 3 คน ได้บุกมาที่หน้าบ้าน เพื่อขอเจอ น.ส.ข้าวฟ่างอีกครั้ง แต่ในวันนั้น น.ส.ข้าวฟ่างไม่ได้อยู่บ้าน กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงพยายามบุกเข้าไปในบ้าน ก่อนจะกระชากตัว น.ส.รัศมีผู้เป็นแม่ ออกมารุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ
ด้านนางรัตนา ยายวัย 64 ปี เมื่อเห็นลูกสาวถูกทำร้ายจึงรีบเข้ามาห้ามปราม แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นกระชากจนล้มลงกับพื้นแล้วรุมกระทืบซ้ำที่หน้าอก และลำตัวจนบาดเจ็บ โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยห้ามปราม กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงยอมล่าถอยไป
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 13 ก.ค. น.ส.มุกได้พาพวกเพิ่มเป็น 5 คน ย้อนกลับมาตะโกนท้าทายที่หน้าบ้านอีกครั้ง พร้อมข่มขู่ว่าจะใช้ปืนยิงทิ้ง และแสดงพฤติกรรมเย้ยกฎหมายด้วยการลั่นวาจาว่า ต่อให้ยิงใครตายก็มีคนเคลียร์ และมีคนมาประกันตัวให้อยู่ดี ก่อนจะตะโกนทิ้งท้ายท้าทายให้ไปเจอที่ปากซอยแล้วพากันหนีไป
ซึ่ง น.ส.ข้าวฟ่างยืนยันว่า ตนเองไม่เคยรู้จักแฟนหนุ่มของ น.ส.มุกเลยแม้แต่น้อย แต่ยอมรับว่ารู้พฤติกรรมของแก๊งนี้ดีว่าค่อนข้างมีอิทธิพล มีพวกพ้องมาก และรู้จักกับแก๊ง "โอ๊ด คอลาย" วัยรุ่นขาใหญ่ในพื้นที่ ทำให้ครอบครัวหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง เข้าข่ายกลุ่มผู้มีอิทธิพล จึงขอฝากไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และผู้กำกับการ สภ.พระพุทธบาท ให้เร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดในทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะข้อหาบุกรุกยามวิกาลที่สามารถดำเนินคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลแพทย์ ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกายต้องรอผลจากแพทย์ประกอบ และต้องตรวจสอบเรื่องอาวุธปืนตามที่ข่มขู่ด้วย หากพบว่ามีจริงต้องดำเนินคดีข้อหาพกพาอาวุธปืนเพิ่มทันที
ทั้งนี้ นายเอกภพได้ประสานไปยัง พันตำรวจเอกสิงห์ สิงห์เดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เพื่อให้ช่วยเร่งรัดและติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
Advertisement