
(2 ก.ย. 2569) "ทนายตั้ม" นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายชื่อดัง ได้ออกมาไลฟ์สด เริ่มต้นด้วยการร่ายยาวที่เริ่มรู้จักกับ "กัน จอมพลัง" โดยผ่านการแนะนำจากน้องคนหนึ่ง ซึ่งมีการชวนไปกินข้าว (ช่วงที่เพิ่งรู้จักตนเป็นทนายดังแล้ว) วันหนึ่ง ช่วงกำลังรุ่งเรืองได้เปิดสำนักงานทนายที่สาทร ก็จะมีพวกอินฟลูฯ นักการเมือง อยากจะรู้จัก ซึ่งน้อที่รู้จักได้พา "กัน จอมพลัง" มาด้วย ซึ่งได้พาพี่ชายซึ่งเป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง โดยในการ์ดเชิญก็บอกแล้วว่าไม่รับเงิน ซึ่งทางผู้ใหญ่ท่านนั้นได้พยายามนำใส่ซองมาให้ ซึ่งตนได้พยายามบอกว่าขอไม่รับ เมื่อกันจอมพลังมาพอดี จึงจับมือตนไปรับซอง หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับอีกเลย
โดย ทนายตั้ม ได้เล่าถึงโพสต์หนึ่งของ กัน จอมพลัง ซึ่งได้โพสต์ในช่วงที่ตนกำลังโดนคดี ซึ่งไม่แน่ใจว่าอยู่กองปราบ หรือ ในเรือนจำ โดยมีข้อความว่า "นิทานคุณธรรม มีทนายคนนึงกำลังจะเปิดออฟฟิตของตัวเอง จึงโทรขอความช่วยเหลือจากชายนามจอมพลัง ว่าต้องการผู้ใหญ่มาเป็นเกียรติวันเปิดออฟฟิต รบกวนช่วยพาพี่ชายมาทีได้ไหม เพราะเพราะทนายเอ่ยด้วยความน่าสงสารว่าไม่มีใคร ด้วยความใจดีของจอมพลังจึงพาพี่ชายไปร่วมงานโดยที่พี่ชายก็ไม่ได้รู้จักทนายและไม่เคยคุยกันมาก่อนซึ่งพี่ชายจะไม่ไปก็ได้แต่ด้วยความที่พี่ชายรักน้องจึงไปร่วมงานเปิดออฟฟิตทนาย ทนายก็ขอบคุณพูดจาอย่างดี แล้วหลังจากนั้นทนายก็ไม่เคยร่วมงานกับพี่ชายของจอมพลังอีกเลยจนเวลาผ่านไปเนิ่นนานทนายกลับเรียกนักข่าวออกมาโจมตีพี่ชายของจอมพลังโดยไม่มีสาเหตุ จอมพลังจึงถามว่าทำแบบนี้เพราะอะไร ทั้งๆ ที่พี่ชายเค้าไปเป็นเกียรติให้คุณและไม่เคยทำอะไรให้คุณ ทนายตอบคำโดนใจออกมาว่าถ้าไม่แตะพี่ชายจอมพลังเรื่องก็ไม่ดัง สุดท้ายสิ่งที่ทนายพูดกล่าวหาก็ไม่เป็นความจริง จึงถูกพี่ชายจอมพลังแจ้งความ ทุกวันนี้ไม่มีการขอโทษไม่มีการตอบแทนที่ไปเป็นเกียรติให้ทนาย ได้แต่เพียงการหักหลังจากทนาย ปัจจุบันทนายติดคุกเพราะมีปัญหากับผู้มีพระคุณอีกคน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหากเราไม่คิดจะตอบแทนคนที่มีพระคุณก็อย่าเนรคุณเค้าเพราะเวรกรรมมีจริงทำสิ่งใดได้สิ่งนั้น"
ซึ่งทนายตั้มได้ปฏิเสธว่า ตนไม่ต้องการจะรู้จักผู้ใหญ่ของ กัน จอมพลัง แต่อย่างใด พร้อมกับบอกว่าจนทุกวันนี้ก็ไม่ได้รับหมายแจ้งความจากพี่ชายของกันจอมพลังแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้หักหลังใคร เพราะไม่ได้สนิทกัน
โดยในไลฟ์สด "ทนายตั้ม" ได้ออกมาพูดถึงประเด็น "กลุ่ม 12" กลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งที่คุยกันเรื่องตั้งพรรคการเมือง ย้อนกลับไปก่อนจะมีกลุ่มนี้ ประมาณปี 2565 "กัน จอมพลัง" และน้องอีกคนที่ผมรัก ได้มาชวนที่ตอนนั้นกำลังดังถึงขีดสุด ให้มาตั้งพรรคการเมืองกัน โดยคอนเซปคือจะรวมคนที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกวงการ และไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน มาลงเลือกตั้งเพื่อให้พรรคดูสดใหม่ เป็นทางเลือกให้กับประชาชน
หลังจากตอบตกลง ก็ได้มีการชวนคนดังจากสาขาอาชีพต่างๆ มาได้ทั้งหมด 12 คน ไลน์กลุ่มนี้จึงชื่อไลน์ "กลุ่ม 12" แต่การทำพรรคการเมืองมันไม่ง่าย นอกจากต้องมีทุน ก็ต้องมีพรรคด้วย การที่จะต้องไปตั้งพรรคใหม่ ก็กลัวจะไม่ทัน แล้วก็ยุ่งยากซับซ้อน สำหรับคนไม่มีประสบการณ์มาก่อน ทุกคนรู้สึกว่ามันยากเย็นซะเหลือเกิน
ซึ่งสาเหตุที่ต้องยุบกลุ่มไป เพราะ "กัน จอมพลัง" ได้เสนอให้ใช้พรรคของ "ผู้กองคนหนึ่ง" ซึ่งจะเป็นคนดูแลและสนับสนุนทุกอย่าง โดยมีเงื่อนไขว่า หากได้ สส.มาจะต้องอยู่ภายใต้ของพรรคผู้กองคนดังกล่าว ซึ่งคนในกลุ่มมองว่ามันไม่โอเค เพราะขัดกับอุดมการณ์ที่คุยกันไว้ตั้งแต่แรก จึงทำให้กลุ่มแตก
นอกจากนี้ "ทนายตั้ม" ยังยืนยัน "กัน จอมพลัง" คิดมาตลอดว่าจะเล่นการเมือง "ที่บอกว่าไม่สนการเมืองนั้น มันตอแหล" เพราะความจริงเป็นตัวตั้งตัวตีและอยากเป็นนักการเมืองมาก พร้อมยังอ้างว่า การออกมาทำความดีและช่วยเหลือสังคมก็เป็นการปูทางสร้างภาพลักษณ์และฐานเสียงสนับสนุน เพื่อให้วันหนึ่งสามารถก้าวขึ้นเป็นนักการเมืองระดับสูงได้
ทั้งนี้ "ทนายตั้ม" ได้เตือนสติ "กัน จอมพลัง" ว่า ทุกวันนี้ที่กันเติบโตมาได้เพราะรายการโหนกระแส ทำให้มีคนติดตามเยอะมากขึ้น ซึ่งประเด็นระหว่าง "กัน จอมพลัง" กับ "หนุ่ม กรรชัย" ทราบมาว่า "พี่หนุ่ม" พยายามจะคุยกับ "กัน" แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งล่าสุด "ทนายตั้ม" ได้เปิดเผยว่า ฟังคลิปจาก "อ.อ๊อด" มาอีกทีหนึ่ง ยืนยันว่า "หนุ่ม กรรชัย" ไม่คุยกับ "กัน จอมพลัง" แน่นอน ซึ่งเรื่องมันเลยมาไกลมากแล้ว
Advertisement