
กรณีที่ “กัน จอมพลัง” เปิดคลิปวงจรปิดแฉอดีตคณะทำงานนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้สมัคร สส. บุกทำร้ายร่างกายช่างภาพข่าวช่องดังถึงห้องควบคุมวงจรปิดภายในคอนโดฯ พร้อมชิงแฟลชไดร์ฟข้อมูลสำคัญหลบหนี เหตุไม่พอใจที่ถูกสืบพบว่าแอบอ้างชื่อนายกฯ ไปหาผลประโยชน์ในคอนโดฯ ด้านผู้เสียหายหวั่นอิทธิพลหลังคดีไม่คืบและถูกคุกคามถึงที่ทำงาน
ผู้เสียหาย อ้างว่า อดีตนักการเมืองรายนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในคอนโดฯ ช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 จนได้ใจลูกบ้าน แต่ต่อมากลับใช้อิทธิพลแทรกแซงคณะกรรมการนิติกรรม ข่มขู่ลูกบ้านจนแตกแยกเป็นสองฝ่าย
ผู้ก่อเหตุส่งภาพคู่กับนายกรัฐมนตรีลงไลน์กลุ่มเพื่ออ้างสิทธิ์เป็นคณะทำงานฯ แต่ผู้เสียหายซึ่งเป็นกรรมการคอนโดฯ และมีอาชีพเป็นช่างภาพข่าว ได้ตรวจสอบกับพรรคภูมิใจไทยจนพบว่าเป็นเพียง "อดีต" และถูกพรรคสั่งเบรกห้ามแอบอ้าง ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความโกรธแค้น
วันเกิดเหตุ (5 ต.ค. 2568) ผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมา ปรี่เข้าหาเรื่องและทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ก่อนจะยกพวกบุกห้องเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด ใช้ศีรษะโขกลูกบ้าน และฉวยโอกาสชิงแฟลชไดร์ฟที่บรรจุข้อมูลส่วนตัวสำคัญของผู้เสียหายไป
หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุพยายามดิสเครดิต ไลฟ์สดประจาน และเดินทางไปพบผู้บังคับบัญชาของผู้เสียหายที่สถานีโทรทัศน์เพื่อกดดันให้ไล่ออกจากงาน แต่หัวหน้างานไม่เล่นด้วย
ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.สุทธิสาร แต่คดีล่าช้าและเกรงกลัวอิทธิพล จึงเข้าร้องเรียนกับ “กัน จอมพลัง” โดยในส่วนคดีทำร้ายร่างกาย แม้คู่กรณีจะยอมรับข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับพร้อมสัญญาจะโพสต์ขอโทษลูกบ้าน แต่จนถึงปัจจุบันยังนิ่งเฉย
ด้าน กัน จอมพลัง ยืนยันพร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเรื่องการแต่งเครื่องแบบติดเครื่องหมายรักษาดินแดนของผู้ก่อเหตุว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมประกาศลั่น "ไม่ต้องส่งผู้ใหญ่โทรมาเคลียร์" ย้ำทุกฝ่ายต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นจะประสานตำรวจดำเนินคดีตามหลักฐานทั้งหมด
ล่าสุดวันนี้ (7 ก.ค.69) เวลา 10.00 น. กัน จอมพลัง จะพาผู้เสียหายเข้าร้องขอให้ตรวจสอบ เครื่องหมายที่ติดอก นักการเมืองคนดังว่าการที่นำเครื่องหมายของกรมการปกครองมาติดนั้นเคยได้รับอนุญาตแล้วหรือไม่
Advertisement