
วันที่ 6 ก.ค.69 จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กของ "ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย" ได้ออกมาโพสต์ข้อความและรูปภาพแฉพฤติกรรมมิชอบของข้าราชการรายหนึ่ง เป็นหัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลหนองแค จ.สระบุรี ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และเป็นเอเย่นต์ระดับต้น ๆ ในการซื้อขายตำแหน่งราชการมาเป็นเวลานาน จนมีทรัพย์สินเป็นเงินสดกว่า 70 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้าบิ้วอินในผนังบ้านพี่เขย รวมถึงทองคำเกือบ 50 บาท และบ้านหลังใหญ่คฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ในพื้นที่ ม.2 ต.โคกใหญ่ อ.ท่าลี่ จ.เลย โดยระบุว่าเป็นการฟอกเงินผ่านธุรกิจลอตเตอรี่ พร้อมเรียกร้องให้สำนักงาน ป.ป.ช., ปปง. และตำรวจสอบสวนกลาง เข้าตรวจสอบด่วนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลหนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อขอเข้าพบ หัวหน้าสำนักปลัดฯ คนดังกล่าว แต่ไม่พบตัว จึงได้เข้าสอบถามข้อเท็จจริงจาก นายสุนทร เข็มนาค นายกเทศมนตรีตำบลหนองแค ถึงประเด็นร้อนในโลกโซเชียลดังกล่าว
นายสุนทร เปิดเผยว่า หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลท่านนี้ เพิ่งโอนย้ายมาจากเทศบาลตำบลนาดี จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อมาดำรงตำแหน่งที่เทศบาลตำบลหนองแค เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งนับถึงวันที่ให้สัมภาษณ์เพิ่งจะมาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 6 วันเท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งนี้ว่างมานานและเทศบาลมีความจำเป็นต้องมีคนมาช่วยงาน ยืนยันว่าในกระบวนการรับโอนย้ายข้าราชการ ทางเทศบาลได้ทำตามระเบียบอย่างเคร่งครัด มีการตรวจสอบประวัติจากต้นสังกัดเดิมแล้ว ไม่พบว่ามีประวัติการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือมีคดีความใด ๆ ติดตัวมา หากมีประวัติเสื่อมเสียทางเทศบาลจะไม่รับโอนย้ายเด็ดขาด
นายกเทศมนตรีตำบลหนองแค กล่าวต่อว่า จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นไปยังเจ้าตัว ได้ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกพาดพิงตามที่เพจดังระบุ โดยแจงรายละเอียดว่า รูปภาพลอตเตอรี่และกองเงินสดจำนวนมากที่ปรากฏในโพสต์นั้น แท้จริงแล้วเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และทรัพย์สินทั้งหมดในภาพเป็นของญาติที่มีอาชีพค้าขายและทำธุรกิจลอตเตอรี่อยู่ที่จังหวัดเลย ไม่ใช่ทรัพย์สินของตนเองแต่อย่างใด และข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียลนั้นไม่เป็นความจริง
ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานภายนอกหรือเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. หรือ ปปง. เข้ามาตรวจสอบในกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และทางเทศบาลยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
อย่างไรก็ตาม มองว่าหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ก็คงจะมีผู้หลักผู้ใหญ่หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นคำชี้แจงทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและหลักฐานที่ทางเจ้าตัวจะนำมาแสดง" นายสุนทร กล่าวทิ้งท้าย
Advertisement