
วันที่ 29 พ.ค.2569 พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลปฏิบัติการ “ส่องดำ 17 ล้าน” หลังตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภาค 5 ร่วมกับตำรวจภูธรแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์รายใหญ่ ที่ใช้เฟซบุ๊กและกลุ่มไลน์ชื่อ “Members” หลอกอดีตข้าราชการเกษียณให้ลงทุนหุ้นผ่านแอปพลิเคชันปลอมชื่อ “CAPFAST” ผู้เสียหายโอนเงินลงทุน 21 ครั้ง รวม 8,039,000 บาท ก่อนเห็นยอดกำไรในระบบเพิ่มสูงกว่า 37,459,687.21 บาท และต้องการถอนเงินออกมาใช้ แต่กลับถูกหลอกให้โอนค่าภาษีและค่าวิเคราะห์หุ้นเพิ่มเติม ซึ่งผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอีก 6 ครั้ง รวม 9,616,968.62 บาท เข้าบัญชีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ มีมูลค่าความเสียหายรวม 17,655,968.62 บาท จากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยง 35 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีบริษัท 12 บัญชี บัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด 7 บัญชี และบัญชีบุคคล 16 บัญชี ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 14 ราย ก่อนเปิดปฏิบัติการจับกุมพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวานนี้ ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ และยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
โอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ยังได้แถลงผลงานความสำเร็จในโครงการ Money Cash Back ปิดบัญชีตามล่าคว้าเงินคืน จากการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สามารถอายัดและตรวจยึดเงินสดของกลางรวมจำนวน 3,149,900 บาท เพื่อส่งมอบคืนให้แก่ผู้เสียหายรวม 5 คดี โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่สามารถสกัดอายัดเงินทันท่วงทีนำเงินสดจำนวน 1,700,000 บาท คืนให้แก่หญิงชราอายุ 71 ปี ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและตำรวจข่มขู่หลอกลวงว่าพัวพันคดีฟอกเงิน
คดีที่สองเป็นการนำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการจัดหาและควบคุมบัญชีม้าได้ 5 ราย ที่ตลาดในจังหวัดเชียงใหม่ หลังร่วมกันหลอกลวงเหยื่อว่าสามารถจัดหางานในต่างประเทศได้ โดยยึดเงินคืนได้ 290,000 บาท คดีที่สามตำรวจสามารถรวบตัวเยาวชนอายุ 17 ปี ที่ทำหน้าที่เป็นม้ากดเงินสดได้คาหนังคาเขาที่หน้าธนาคารในอำเภอเชียงดาว หลังหลอกเหยื่อให้ลงทุนโปรโมทสินค้าแล้วเชิดเงินหนี โดยนำเงินสด 250,000 บาท ส่งคืนเจ้าของ
สำหรับคดีที่สี่และคดีที่ห้าเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ช่วยอายัดเงินได้ทันจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ดูดเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร สามารถนำเงินสดส่งคืนผู้เสียหายทั้งสองรายรวมเป็นเงินจำนวน 909,900 บาท ได้สำเร็จในที่สุด
ทั้งนี้ตำรวจภูธรภาค 5 ย้ำประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือเอกชนผ่านโทรศัพท์และแอปพลิเคชัน พร้อมเตือนให้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานโดยตรงก่อนโอนเงินหรือทำธุรกรรมทุกครั้ง
Advertisement