
จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ดงครั้งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด พบศพนายวัชรพล (สงวนนามสกุล) หรือ ไวท์ อายุ 15 ปี เสียชีวิตอยู่ในนาข้าว บ้านหนองหัวโนน ต.ดงครั่งน้อย อ.เกษตรวิสัย สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวลายพรางสีเขียว นอนตะแคงอยู่ในนาข้าวครึ่งตัว แต่ส่วนของศีรษะจมมิดอยู่ในน้ำ ศีรษะด้านซ้ายมีแผล เลือดไหลออกมาที่ใบหู นอกจากนั้นที่บริเวณลำคอยังมีรอยแผลขีดข่วนอีก จึงส่งศพไปผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตเพราะสมองขาดออกซิเจน ส่วนแผลที่ศีรษะไม่ใช่แผลถูกยิง
ซึ่งก่อนเสียชีวิต กลางดึก มีนายกฤษณพงศ์ หรือ อัพ อายุ 21 ปี ขี่รถ จยย.ไปรับผู้ตาย และหลังเกิดเหตุยังไม่กลับเข้าบ้าน หลบหนีไป 2 วัน ไปหลบซ่อนอยู่ตามป่าและกระท่อมนาในทุ่งกุลาร้องไห้ จนทนหิวไม่ไหวจึงกลับมาบ้านตายายและเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมไว้ได้ ที่บ้านโพนทอน ต.ดงครั่งน้อย
หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวมาสอบสวน โดยนายกฤษณพงศ์ ให้การสารภาพว่า ตนเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่านายวัชรพล โดยอ้างว่าคืนนั้นตนโทรศัพท์ไปบอกผู้ตายว่าจะขี่รถ จยย.ไปรับออกมาเล่นด้วยกัน ที่บ้านร้างไม่มีผู้อยู่อาศัย ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 600 เมตร
ระหว่างพูดคุยกันเกิดการขัดแย้งพูดไม่เข้าหูกัน จึงมีการชกต่อยกันขึ้น ผู้ตายวิ่งหนีไปทางที่เกิดเหตุ ตนก็วิ่งตามไป จนถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นนาข้าวที่มีน้ำท่วมขัง ก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนไปถูกลวดหนามบาดเป็นแผลหลายแห่ง มีอะไรคว้ามาได้ก็เอามาเป็นอาวุธ ตนพลาดท่าถูกผู้ตายจับกดลงในน้ำ ก่อนจะหมดแรง
จึงฮึดใช้ปากกัดที่ใบหูผู้ตาย ก่อนได้เปรียบขึ้นคร่อมข้างบนจับคอผู้ตายกดลงน้ำเช่นกันจนแน่นิ่ง จึงเดินกลับไปเอารถ จยย.ที่จอดไว้ในบ้านร้างขี่ออกไปได้ประมาณ 100 เมตร รถก็หมดน้ำมัน จึงทิ้งรถเดินกลับเข้าบ้าน ต่อมาพอรู้ว่าผู้ตายเสียชีวิต จึงออกจากบ้านไปหลบในป่าและกระท่อมร้างกลางนา 2 วัน จนหิวโซ ทนไม่ไหว จึงเดินกลับมาบ้านตายาย จึงถูกจับ
ขณะที่ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้มีการเข้าตรวจสอบ ลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอที่อยู่ตามซอกเล็บ ของนายกฤษณพงษ์ เพื่อเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้เสียชีวิต
เบื้องต้น พบบาดแผล บริเวณหัวไหล่ขวาสองแผล และหัวไหล่ซ้าย 1 แผล ซึ่งเป็นแผลลักษณะถูกของมีคมฟัน ขนาดบาดแผลประมาณ 3 เซนติเมตร หลังจากนั้นตำรวจยังได้ตรวจยึดเสื้อผ้า ของนายอัพ จำนวนหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีเสื้อยืดแขนยาวตัวหนึ่ง ที่เปื้อนเลือด
โดยเจ้าตัว ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิตด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
ส่วนสาเหตุตำรวจกล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ยอมบอกสาเหตุ แต่ประวัติทั้งสองคนนั้นยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า อาจเป็นเหตุ ให้ทำร้ายร่างกายกันถึงแก่ความตาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผน ชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ แล้วควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป
Advertisement