
(2 ต.ค. 2569) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ "มท.4 โกแพ" ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและความคืบหน้าการระบายน้ำบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า ภายหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เร่งประสานและติดตั้งเครื่องสูบน้ำพญานาคในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
เมื่อช่วงเวลา 12.30 น. พบว่าระดับน้ำบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้าลดลงแล้วประมาณ 5-10 เซนติเมตร นับเป็นความคืบหน้าของการดำเนินงานระบายน้ำที่เปิดเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนปริมาณการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า ตนได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทีมปฏิบัติงานเครื่องสูบน้ำพญานาคอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเต็นท์และไฟส่องสว่างให้เพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงเวลากลางคืน ตลอดจนจัดหาอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่และทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเร่งระบายน้ำในครั้งนี้อาจส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณชุมชนโดยรอบเคหะชุมชนร่มเกล้า ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ใกล้กับคลองหนึ่ง บริเวณที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำพญานาค เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในช่วงที่มีการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยมุ่งบริหารจัดการการระบายน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบอย่าตื่นตระหนก และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าการดำเนินงานมีเป้าหมายเพื่อเร่งระบายน้ำและคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากระดับน้ำในลำน้ำสาขา โดยเฉพาะคลองประเวศ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมขังบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้าลดลงอย่างรวดเร็ว โดยประเมินเบื้องต้นว่า หากสถานการณ์เป็นไปตามที่คาดการณ์ ภายใน 1-2 วัน พื้นที่น่าจะสามารถระบายน้ำออกได้จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
"มท.4 โกแพ" ย้ำการทำงานในพื้นที่จะเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเร่งประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนทีมปฏิบัติงานให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งลดปริมาณน้ำท่วมขังและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด
Advertisement