
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานกองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ยังคงเดินหน้ามาตรการเข้มในการสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารพรานสามารถสกัดจับกลุ่มบุคคลที่ลักลอบเดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติได้จำนวน 11 คน หลังเดินทางกลับจากกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา
ซึ่งทั้งหมดให้การว่าเคยทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ก่อนตัดสินใจว่าจ้างขบวนการนำพาข้ามแดนกลับประเทศไทยในอัตราคนละ 7,000 บาท
กองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 1206 ได้จัดกำลังพลออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเส้นทางธรรมชาติระหว่างจุดตรวจการณ์อ้างอิงที่ 52-53 พื้นที่บ้านกุดหิน หมู่ 4 ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ขณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตามแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชายแดน ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยกลุ่มหนึ่งจำนวน 11 คน กำลังเดินเท้าลัดเลาะอยู่ภายในเส้นทางธรรมชาติ ห่างจากคลองน้ำใสซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 100 เมตร จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ทั้งหมด
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยคนไทยและบุคคลต่างด้าว รวมทั้งสิ้น 11 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 3 คน โดยมีเอกสารแสดงตนประเภทบัตรประจำตัวประชาชนจำนวน 6 ใบติดตัวมา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดไปยังฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 1206 เพื่อทำการซักถามและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด จากการซักถาม ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า ช่วงต้นปี 2569 ได้รับการชักชวนจากบุคคลรู้จักผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้เดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ในประเทศกัมพูชา โดยได้รับการเสนอค่าจ้างเดือนละประมาณ 16,000 บาท เมื่อเห็นว่าเป็นรายได้ที่สูงกว่างานที่ทำอยู่ในภูมิลำเนา จึงตัดสินใจตอบรับและเดินทางมายังอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ก่อนจะมีขบวนการนายหน้ารับช่วงนำพาลักลอบข้ามแดนไปยังฝั่งกัมพูชา
เมื่อเดินทางถึงกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา กลุ่มดังกล่าวได้เข้าทำงานภายในกาสิโน “สตาร์โกลด์” ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่เป็นแอดมินคอยตอบลูกค้าและดูแลระบบงานตามที่ได้รับมอบหมาย
ต่อมาในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ทางผู้ควบคุมสถานที่ทำงานได้แจ้งให้พนักงานทราบว่า จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาเข้าตรวจสอบสถานประกอบการ จึงสั่งให้หยุดงานชั่วคราว ส่งผลให้พนักงานจำนวนหนึ่งเริ่มกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและต้องการเดินทางกลับประเทศไทย
ผู้ถูกควบคุมตัวเล่าว่า หลังจากตัดสินใจกลับประเทศ ได้ติดต่อหาผู้นำพาผ่านเพื่อนชาวไทยที่ทำงานอยู่ด้วยกัน โดยตกลงจ่ายค่าดำเนินการและค่าลักลอบนำพาข้ามแดนกลับประเทศไทยในอัตราคนละ 7,000 บาท
ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ได้มีชาวกัมพูชาขับรถยนต์มารับพวกตนจากที่พักในกรุงปอยเปต จากนั้นพาเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้แนวชายแดน ซึ่งมีชายชาวกัมพูชาจำนวน 3 คนรอรับอยู่แล้ว ก่อนพาไปหลบพักบริเวณชายป่าท้ายหมู่บ้านเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง
กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้นำพาชาวกัมพูชาได้พากลุ่มทั้งหมดเดินเท้าลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติผ่านพื้นที่ป่ารกทึบและช่องทางลับตามแนวชายแดน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ไทย จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กลุ่มดังกล่าวสามารถข้ามเข้ามายังฝั่งประเทศไทยได้สำเร็จ โดยผู้นำพาได้สั่งให้ทั้งหมดหลบซ่อนตัวอยู่ภายในสวนแห่งหนึ่งใกล้พื้นที่ชายแดน เพื่อรอรถยนต์มารับไปส่งยังจุดหมายปลายทาง ก่อนที่ผู้นำพาชาวกัมพูชาจะเดินทางกลับออกไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทั้งหมดกำลังรอรถมารับอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารพรานซึ่งกำลังออกลาดตระเวนตามแผนรักษาความปลอดภัยชายแดน ได้เข้าตรวจพบความผิดปกติ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมดเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมในชั้นซักถาม ไม่พบผู้นำพาหรือผู้นำทางอยู่ในพื้นที่ขณะเข้าจับกุม และไม่พบรถยนต์ที่จะมารับกลุ่มบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าขบวนการนำพาอาจใช้วิธีส่งคนข้ามแดนแล้วแยกตัวกลับทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกจับกุม ภายหลังการซักถามและตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการคัดแยกบุคคล ตรวจสอบสถานะ และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวผู้ถูกควบคุมส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามเครือข่ายผู้นำพา นายหน้า และผู้เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำคนเข้า-ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการเว็บพนันออนไลน์ข้ามชาติที่ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานดำเนินการ
ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาและหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้า-ออกประเทศ การค้ามนุษย์ การหลอกลวงแรงงานไปทำงานผิดกฎหมาย และการกระทำความผิดข้ามชาติทุกรูปแบบ พร้อมขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังต่อการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ในอนาคต
Advertisement