
(18 มิ.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง สนธิกำลังทหารพราน หน่วยข่าวกรอง และหน่วยเฝ้าตรวจชายแดน สกัดจับชาวต่างชาติ 11 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 5 คน ชาวเมียนมา 5 คน และชาวเวียดนาม 1 คน ขณะลักลอบเดินเท้าข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังหลบหนีออกจากแก๊งทำงานออนไลน์ในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยทั้งหมดอ้างว่าถูกหลอกไปทำงาน ไม่ได้รับค่าจ้าง และต้องเสียเงินคนละ 800 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจ้างขบวนการนำพาหลบหนีออกจากฝั่งกัมพูชา กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง และกองร้อยทหารพรานที่ 1205 ได้จัดกำลังพลร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 1 กองกำลังบูรพา, ขกท.กกล.บูรพา, หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 11 และชุดควบคุมทหารพราน ฉก.โคกสูง ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
กระทั่งเวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวนหนึ่งกำลังเดินเท้าตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างจุดตรวจการณ์ ส.44 และจุดตรวจการณ์ อ.01 บ้านศิลารัตน์พัฒนา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบเป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 11 คน ประกอบด้วยชาวจีน 5 คน ชาวเมียนมา 5 คน และชาวเวียดนาม 1 คน โดยไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวที่ถูกต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พบชาวจีนยกแก๊งจากมณฑลฝูเจี้ยน
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติมที่กองร้อยทหารพรานที่ 1205 โดยกลุ่มชาวจีนทั้ง 5 คน เป็นชาวเมืองอันซี มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ชาวเมียนมาอีก 5 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภูมิภาคอายเยยาวดี ประเทศเมียนมา และชาวเวียดนามอีก 1 คน จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องในตัวผู้ถูกจับกุม โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ทั้งฝั่งกัมพูชาและไทย ขณะที่บางรายใช้ซิมอินเทอร์เน็ตสำหรับติดต่อสื่อสาร โดยอ้างถูกชักชวนไปทำงานออนไลน์ในปอยเปต
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดให้การว่า ได้รับการชักชวนจากชายชาวจีนรายหนึ่งชื่อ "เอ็ม" ซึ่งไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ให้เดินทางไปทำงานออนไลน์ในกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา
เมื่อเดินทางไปถึงได้เข้าทำงานอยู่ภายในอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ปอยเปตเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน แต่ไม่ทราบลักษณะงานที่ชัดเจน โดยตลอดระยะเวลาการทำงานไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้ และเริ่มเชื่อว่าถูกหลอกให้มาทำงาน จึงวางแผนหลบหนีออกจากสถานที่พัก จ่ายคนละ 800 ดอลลาร์ เพื่อหนีออกจากปอยเปต
ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. ได้ว่าจ้างรถยนต์ส่วนบุคคลในฝั่งกัมพูชา โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 29,000 บาท เพื่อพาหลบหนีออกจากที่พักในกรุงปอยเปต
จากนั้นรถได้พาเดินทางมาตามถนนสายหลักหมายเลข 5 ของประเทศกัมพูชา ก่อนมาส่งบริเวณพื้นที่ป่าใกล้บ้านอ่างศิลาแขมร์ ต.โอเบยเจือน อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.
เมื่อมาถึงจุดนัดหมาย ได้มีชายชาวกัมพูชามารอรับและพาเดินเท้าลัดเลาะผ่านพื้นที่ป่าและทุ่งนา มุ่งหน้าสู่แนวชายแดนบริเวณคลองคูเรต เพื่อข้ามเข้าสู่ประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่กลุ่มชาวต่างชาติกำลังเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่บ้านศิลารัตน์พัฒนา อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ได้ถูกกำลังทหารพรานที่ออกลาดตระเวนตรวจพบเสียก่อน จึงถูกควบคุมตัวทั้งหมดโดยไม่สามารถหลบหนีได้ส่งดำเนินคดี-ขยายผลหาขบวนการนำพา
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ไว้ที่กองร้อยทหารพรานที่ 1205 เพื่อทำการซักถามข้อมูลและตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างขยายผลไปยังขบวนการนำพาข้ามแดน และเครือข่ายนายหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพาชาวต่างชาติไปทำงานออนไลน์ในประเทศกัมพูชา รวมถึงตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ถูกจับกุมอาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือถูกบังคับใช้แรงงานในเครือข่ายแก๊งออนไลน์ข้ามชาติหรือไม่
ทั้งนี้ พื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วยังคงเป็นหนึ่งในจุดเฝ้าระวังสำคัญของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพบการลักลอบเข้า-ออกประเทศของแรงงานต่างชาติ เหยื่อขบวนการหลอกทำงาน และเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยกองกำลังบูรพาและหน่วยงานความมั่นคงยังคงเพิ่มมาตรการลาดตระเวนและสกัดกั้นตลอดแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
Advertisement