
กลายเป็นเรื่องราวชวนอมยิ้มที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "โอ อริยะ" ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “งานเลี้ยงเพลพระ เกิดเหตุนิดหน่อยพระดันไปผิดบ้าน เจ้าของงานลุ้นมากว่าพระจะมาไหม ที่แท้พระหลังถัดไปนิมนต์ไปก่อนพระก็ไปสวดเรียบร้อยดีนะพระอีกวัดมาถึงๆได้รู้ว่าผิดบ้านฮาไปงานนี้ #เลี้ยงเพล #หลวงพ่อไปผิดงาน #เกือบหลับแต่กลับมาได้” จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก
ภายในคลิปปรากฏภาพชาวบ้านกำลังร่วมตักบาตรบริเวณหน้าบ้าน ขณะที่ภายในบ้านมีพระภิกษุสงฆ์กำลังประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ตามปกติ ส่วนอีกคลิปเป็นช่วงที่พระภิกษุสงฆ์ลุกออกจากอาสนะและเดินออกจากบ้าน หลังทราบว่ามาสวดผิดงาน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเจ้าภาพและผู้ร่วมงาน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 154 หมู่ 10 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านหลังแรกที่พระภิกษุสงฆ์เดินทางเข้าไปประกอบพิธี โดยบ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวและเย็นตาโฟริมถนนสาย 3079 จากการสอบถามนายธันญา โยวงษ์ อายุ 40 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนได้นิมนต์พระจากวัดสุทธิธรรมคลองรั้งมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ระหว่างรอพระเดินทางมาถึง ได้มีพระขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้านและสอบถามว่าใช่บ้านที่จัดงานหรือไม่ ตนจึงตอบว่าใช่ ก่อนจะนิมนต์พระเข้าไปประกอบพิธีภายในบ้าน
ต่อมาระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินอยู่ กลับมีพระอีกชุดหนึ่งเดินทางมาถึง เมื่อสอบถามจึงทราบว่าเป็นพระจากวัดสุทธิธรรมคลองรั้งที่ตนนิมนต์ไว้ แต่เดินทางมาช้าเนื่องจากติดสัญญาณไฟจราจร ส่วนพระชุดแรกที่กำลังสวดอยู่เดินทางมาจากจังหวัดสระแก้ว และกำลังจะไปประกอบพิธีที่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 300 เมตร
จากการตรวจสอบพบว่า บ้านทั้งสองหลังอยู่บนถนนสายเดียวกัน เจ้าภาพมีชื่อคล้ายกัน และทั้งสองบ้านยังเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจนพระเดินทางมาผิดงานโดยไม่รู้ตัว
นายธันญา กล่าวว่า ช่วงที่ทุกคนทราบว่าพระมาผิดงาน ต่างพากันแตกตื่นและมองหน้ากันด้วยความสงสัย ขณะที่พระภิกษุสงฆ์ก็เริ่มเอะใจเช่นกัน ก่อนจะหยุดพิธีชั่วคราวเพื่อสอบถามข้อมูล กระทั่งทราบความจริงว่ามาผิดบ้าน โชคดีที่ยังไม่ถึงเวลาฉันเพล และพระทั้งสองคณะก็ไม่ได้ติดใจหรือมีปัญหาใด ๆ กลับหัวเราะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 66/1 หมู่ 10 ซึ่งเป็นบ้านของ "เจ๊เล็ก" เจ้าภาพอีกงานหนึ่ง พบว่าอยู่ห่างจากบ้านหลังแรกประมาณ 300 เมตร นางเล็ก สโมสร อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า วันเกิดเหตุได้โทรศัพท์ติดตามพระหลายครั้งแต่ไม่มีผู้รับสาย จึงยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยความกังวล กระทั่งทราบภายหลังว่าพระที่นิมนต์ไว้เดินทางไปสวดผิดบ้าน ก่อนที่พระจะเดินมาถึงบ้านพร้อมเสียงหัวเราะ และบอกกับตนเองว่า "เข้าไปสวดผิดงานมา"
ด้านนางสาวสำราญ สโมสร อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นผู้ประสานงานนิมนต์พระจากสำนักสงฆ์ในจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ได้นัดหมายพระให้มาถึงเวลา 10.00 น. แต่รอจนเกือบ 11.00 น. ก็ยังไม่เห็นพระเดินทางมาถึง จึงทราบภายหลังว่าพระได้เข้าไปประกอบพิธีอีกบ้านหนึ่งแล้ว และนั่งรับน้ำอาราธนาศีลไปบางส่วน ก่อนจะพบว่ามาผิดสถานที่ จึงมีการประสานสลับคณะพระให้ตรงกับงานที่นิมนต์ไว้
ทั้งนี้ หลังทราบสาเหตุของความเข้าใจผิด เจ้าภาพทั้งสองบ้าน รวมถึงพระภิกษุสงฆ์ทั้งสองคณะ ต่างพากันหัวเราะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่แทบไม่น่าเชื่อ เพราะทั้งชื่อเจ้าภาพ ลักษณะบ้าน และประเภทร้านค้าใกล้เคียงกันอย่างมาก จนกลายเป็นเรื่องราวสุดฮาที่สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ได้รับรู้
งานนี้เจ้าภาพทั้งสองบ้านยังพูดติดตลกว่า อาจจะนำเลขที่บ้านไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ในงวดนี้ เผื่อความบังเอิญครั้งนี้จะกลายเป็นโชคดีอีกครั้ง
Advertisement