
เมื่อคืนวันที่ 29 พ.ย.2568 ขณะที่นายนัฐพนธ์ สุวรรณภักดี ซึ่งใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ ตัวเล็กพิทักษ์ชีพ ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทีมงานกู้ภัยกำลังจะขับรถยนต์กู้ภัยกลับจากช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อจะกลับฐานที่ตั้งที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ปรากฏว่าเมื่อขับรถผ่านบริเวณริมถนนหมู่บ้านโปะหมอ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้สังเกตเหตเห็นริมถนนเห็นลุงคนหนึ่งสภาพเนื้อตัวเปื้อนโคลน นุ่งกางเกงขาสั้น และเสื้อตัวเดียว มีเต็นท์ขนาดเล็กสำหรับนอนพักผ่อน กำลังนั่งตอกเสาไม้ เพื่อจะสร้างบ้านใหม่ขึ้นมาในสภาพน่าสงสาร
นายนัฐพนธ์ จึงตัดสินใจหยุดรถกู้ภัยและลงไปสอบถามลุงคนดังกล่าว โดยตั้งใจไปแจกข้าวแจกของให้กับประชาชนที่ประสบภัยแถวนั้น
"เขาบอกว่าไม่มีใครเลยเพราะมันห่างจากเมืองมากกว่า 10 กม. ก็เลยไปผมไปทั้งคืนก็เลยไปเจอบ้านคุณลุงหันไปเจอผมวิ่งลงจากรถไปเลยแล้วไปถามคุณลุงว่าคุณลุงบ้านอยู่ตรงนี้ไหม แกบอกว่าบ้านอยู่ตรงนี้ครับ ผมก็เลยคุยหันไปดูแกกำลังยืนเสาบ้านทั้งสี่ต้น ผมถามว่าหมดเหลือแต่เสาใช่ไหมลุง ลุงบอกว่าไม่ใช่ไปหมดไม่เหลืออะไร เสาบ้านลุงวิ่งไปเก็บมาแล้วเอามาตอกกับตะปูทำใหม่ ตอนผมถึงพอดีผมจึงทำการไลฟ์สดในเฟซของตนและช่วยเหลือให้กำลังใจและมอบสิ่งของในเบื้องต้นก่อน"
โดยสอบถามลุงคนดังกล่าวชื่อนายสาคร แสงเดช มีอาชีพปลูกผักขายและขายทางออนไลน์ด้วย ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กับภรรยาที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ช่วงน้ำท่วมหนักๆได้มีคนช่วยภรรยาตนพาไปที่ศูนย์อพยพ รพ.มอ.สงขลาฯ ส่วนตนได้อพยพไปที่ศูนย์ด้วย หลังน้ำลดกลับมาดูบ้านถึงกับร่ำไห้ เมื่อพบว่าบ้านถูกน้ำป่าพัดหายไปหมดทั้งหลังไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่เสาต้นเดียว
กู้ภัยจึงเอาเงินให้คุณลุงเก็บไว้ 3,000 บาท โดยหลังจากมีการไลฟ์สดไป ปรากฏว่ามีผู้ติดตามไลฟ์สดจำนวนมากและมีนักธุรกิจหญิงใจบุญคนหนึ่งได้ติดตามไลฟ์สดของตนตลอดเวลา ได้ทักแชตมาที่ตนและขอเลขบัญชีคุณลุงตนจึงติดต่อส่งเลขบัญชีไปให้ไม่นานผู้หญิงใจบุญคนดังกล่าวได้โอนเงินสดเข้าบุญชีลุง จำนวน 30,000 บาท ทำให้คุณลุงสาครฯถึงยกมือไหว้ร่ำไห้ ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะหากรอเงิน 9,000 บาท จากรัฐบาลไม่เพียงพอแน่ เพราะบ้านพังทั้งหลัง
Advertisement