Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"จาตุรนต์"เตือนวิกฤตน้ำมันลามทั้งระบบเศรษฐกิจ ขอรบ.พูดความจริงกับปชช.

"จาตุรนต์"เตือนวิกฤตน้ำมันลามทั้งระบบเศรษฐกิจ ขอรบ.พูดความจริงกับปชช.

25 มี.ค. 69
13:31 น.
แชร์

"จาตุรนต์" เตือนวิกฤตน้ำมันลามทั้งระบบเศรษฐกิจ ขอรัฐบาลพูดความจริงกับประชาชนให้หมด พร้อมเสนอแผนระยะยาวรับมือวิกฤตพลังงาน

วันที่ 25 มี.ค. ที่อาคารรัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุมในญัตติด่วน ด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางรับมือวิกฤตจากสงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยนายจตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า จากที่ตนได้สำรวจพบว่า บางปั๊มไม่มีน้ำมัน และหลายพื้นที่สะท้อนปัญหาเรื่องเดียวกันทั้งหมด รัฐบาลบอกมีน้ำมันแต่ปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันให้เติม เป็นเพราะอะไรฉะนั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระจายน้ำมัน การบริหารจัดการ และการตรวจสอบดูแล

ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงไปถึงการทุจริต การแสวงหาผลประโยชน์ การได้ประโยชน์ของใครก็ตาม เกิดจากข้อเท็จจริงที่กองทุนน้ำมันใช้เงินอุดหนุนอยู่และบอกว่าส่วนต่างราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 20 บาท ส่วนต่างตรงนี้จะเป็นประเด็นหากมีน้ำมันอยู่กับตัวและคิดว่าน้ำมันข้างหน้าจะราคาขึ้น ถ้าเขายังไม่ขายเก็บไว้ถึงวันข้างหน้าราคาแพงขึ้นรายได้ก็มากขึ้นเป็นลิตรละ 20 บาท

ฉะนั้นการควบคุมดูแลเป็นสิ่งสำคัญรัฐบาลจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าน้ำมันสำรองในระบบ กับไม่มีน้ำมันในมือประชาชนเป็นปัญหาที่ควบคู่กันอยู่ตอนนี้ ปัญหานี้สะท้อนถึงปัญหาที่ใหญ่กว่านี้หากดูแลให้ดีไม่ได้ด้วยการบริหารจัดการเราจะรับมือกับปัญหาที่ใหญ่กว่านี้มากไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะลุกลามจากแค่เรื่องน้ำมันกลายเป็นเศรษฐกิจโลก และเป็นปัญหาการกระจาย การบริหารจัดการ และความเชื่อมั่นในระบบ

ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า เหตุใดประชาชนจึงหาปั๊มเติมน้ำมันไม่ได้ ทั้งที่รัฐยังยืนยันว่ามีน้ำมันอยู่ในระบบ พร้อมทั้งต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่า น้ำมันจะไม่ขาดช่วง การกระจายจะไม่สะดุด และจะไม่เกิดการกักตุนหรือเก็งกำไรจนทำให้สถานการณ์ลุกลามจากความตื่นตระหนกมากกว่าปริมาณน้ำมันจริง ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาน้ำมันแพงหรือเติมน้ำมันยาก แต่เป็นแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่พลังงาน การขนส่ง วัตถุดิบ ปุ๋ย อาหาร เงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน โดยอ้างข้อมูล IMF ว่า ราคาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และราคาน้ำมันปรับขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งกำลังกดดันเศรษฐกิจโลกให้เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ stagflation หรือภาวะเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ

ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันสูงยืดเยื้อ ไทยจะเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุน หรือ cost-push inflation มากขึ้น โดยต้นทุนจะส่งผ่านจากพลังงานไปยังภาคขนส่ง การผลิต การเกษตร และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน พร้อมอ้างการประเมินของสภาพัฒน์ว่า ราคาดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุก 1 บาทต่อลิตร จะฉุด GDP ไทยลงราว 0.02% และหากวิกฤตลากยาวไปถึงช่วงกิจกรรมเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือเทศกาลสงกรานต์ ก็จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวว่า แม้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตจะช่วยบรรเทาภาระได้บ้างในระยะสั้น แต่เป็นมาตรการที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับวิกฤตที่กระทบทั้งระบบ และยังทำให้รัฐสูญเสียรายได้โดยตรง ในเวลาที่ไทยมีข้อจำกัดทางการคลังและภาระหนี้สาธารณะสูงอยู่แล้ว โดยหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 12.54 ล้านล้านบาท หรือ 65.96% ของ GDP ใกล้กรอบเพดานหนี้ที่ 70% ของ GDP อย่างมาก จึงไม่สามารถพึ่งมาตรการอุดหนุนหรือการลดภาษีเป็นคำตอบหลักได้ตลอดไป

เมื่อรัฐบาลยืนยันแล้วว่าจะไม่ตรึงราคาน้ำมันและจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ “พูดความจริงกับประชาชนให้หมด” ว่าปัญหาใหญ่เพียงใด จะช่วยใครก่อน ใช้เกณฑ์อะไร ใช้งบจากไหน และมีแผนรองรับในช่วง 3 ถึง 6 เดือนอย่างไร เพราะหากไม่มีรายละเอียดเหล่านี้ คำว่า “ปล่อยตามกลไกตลาด” ก็อาจกลายเป็นเพียงการปล่อยให้ประชาชนแบกรับภาระลำพัง

นายจาตุรนต์ จึงเสนอให้รัฐแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันก่อนเป็นลำดับแรก เปิดเผยข้อมูลสต็อกและการกระจายให้ชัด ตรวจสอบการกักตุนและการเก็งกำไรอย่างจริงจัง และช่วยเหลือแบบเจาะจงไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนจริง เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานขนส่ง และผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่กับการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันและ LNG จากหลายภูมิภาค ลดการพึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไป และเร่งขยายบริการขนส่งสาธารณะเพื่อลดภาระค่าเดินทางของประชาชน

ในระยะยาว ให้รัฐบาลใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นแรงผลักดันในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “resilient base” ของภูมิภาค หรือฐานเศรษฐกิจที่รับแรงกระแทกจากโลกได้ดีกว่าเดิม โดยต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน กระจายแหล่งนำเข้า ปรับปรุงระบบสำรองและโครงสร้างพื้นฐาน ลดการพึ่งพาน้ำมันในภาคขนส่งและการผลิต และเสริมความแข็งแรงของภาคเกษตร อาหาร โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรม เพื่อให้ไทยรับมือกับความผันผวนของโลกได้อย่างยั่งยืน

Advertisement

แชร์
"จาตุรนต์"เตือนวิกฤตน้ำมันลามทั้งระบบเศรษฐกิจ ขอรบ.พูดความจริงกับปชช.