
(11 มี.ค. 2569) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวกรณีสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นายกรณ์ มองว่า อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 6.5% ของ GDP หากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจกระทบทั้งราคาพลังงานและการเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิง
นายกรณ์ กล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 15 วัน สามารถทำได้ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่รัฐบาลควรวางแผนระยะยาว เพราะการวางแผนพึ่งความหวังไม่ได้ ทั้งการดูแลค่าครองชีพประชาชน และการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันใช้ก๊าซธรรมชาติ LNG ผลิตไฟฟ้าประมาณ 70% โดยนำเข้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นจึงต้องทีการปรับการวางแผน และปรับโครงสร้างเพื่อไม่ให้เราต้องอยู่ในสภาพแบบนี้
อย่างไรก็ตามมีประเด็นหนึ่งที่ตนได้เคยตักเตือนรัฐบาลก่อนหน้านี้ คือ กรณีที่รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเตรียมเสนอให้กระทรวงการคลังออกพระราชกำหนดเพื่อค้ำประกันหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมองว่าในช่วงเวลานั้นอาจยังไม่เหมาะสมในแง่ของวินัยการคลัง
นายกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแม้จะเริ่มกลับมาติดลบ แต่ยังมีศักยภาพในการบริหารจัดการหนี้ได้ โดยปัจจุบันมีภาระหนี้ประมาณวันละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยมีหนี้สะสมสูงกว่า 100,000 ล้านบาท ในช่วงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน
ทั้งนี้ นายกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศักยภาพของกองทุนน้ำมันยังสามารถดูแลสถานการณ์ได้ในระยะนี้ จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษทางการคลังในทันที และสามารถพิจารณาทบทวนอีกครั้งตามความเหมาะสม หากสถานการณ์ราคาพลังงานมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต
Advertisement