
“หมอแนต นิษฐา” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูน เปิดความเข้าใจถึงแก่นแท้ของ Palliative Care ในแบบที่อ่านง่ายและนำไปปรับใช้กับวางแผนชีวิต ผ่านรายการ Tuck Talk
ในโลกของการแพทย์ เรามักคุ้นเคยกับการรักษาเพื่อ "เอาชนะโรค" แต่ในวันที่ร่างกายถดถอยจนถึงจุดที่รักษาไม่หาย หลายคนกลับรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง บทสนทนาจาก หมอแนต-พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูน จะช่วยเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ Palliative Care จาก "การรอวันสุดท้าย" ให้กลายเป็นการ "ออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด"
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการรักษาแบบประคับประคองหมายถึงการหยุดรักษาและรอความตาย แต่ในความเป็นจริง Palliative Care คือการรักษาที่เน้นคุณภาพชีวิต
เน้นความสุข: ดูแลทั้งอาการปวดทางกายและความทุกข์ทางใจ เพื่อให้คนไข้มีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความหมาย
ดูแลทั้งครอบครัว: เพราะเมื่อมีคนป่วยหนึ่งคน ทั้งครอบครัวจะได้รับผลกระทบ ทีมแพทย์จะดูแลไปถึงสภาพจิตใจของญาติ เพื่อไม่ให้ใครต้องแบกรับความเหนื่อยล้าเพียงลำพัง
ไม่ใช่จุดสิ้นสุด: ข้อมูลที่น่าสนใจคือ คนไข้ที่โรงพยาบาลคูนกว่า 50% สามารถฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจนกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านได้
หมอแนตแนะนำว่าไม่ต้องรอให้ถึงระยะสุดท้าย แต่คนกลุ่มนี้ควรเริ่มปรึกษาทีม Palliative Care ตั้งแต่เนิ่นๆ:
กลุ่มโรคมะเร็ง: โดยเฉพาะระยะลุกลามที่ต้องรับเคมีบำบัด ซึ่งมักมีผลข้างเคียงสูง
กลุ่มโรคสมองถดถอย: เช่น อัลไซเมอร์, พาร์กินสัน หรือ ALS
กลุ่มอวัยวะเสื่อมสภาพ: เช่น ตับวาย ไตวาย ที่ร่างกายเริ่มถอยลงเรื่อยๆ
"เราอยากเจอคนไข้ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย เพราะการดูแลระหว่างทางมันเต็มไปด้วยความสวยงามมากกว่าการมาเจอกันตอนที่ร่างกายถดถอยมากแล้ว" — หมอแนต
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หมอแนตย้ำคือ Advance Care Planning (ACP) หรือการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า โดยใช้เครื่องมืออย่าง "สมุดเบาใจ"
ทำไมต้องเขียน? เพื่อระบุความต้องการว่าหากวันหนึ่งเราสื่อสารไม่ได้ เราอยากให้ดูแลอย่างไร การมีลายลักษณ์อักษรจะช่วยลด "บาดแผลทางใจ" ของลูกหลานที่ต้องตัดสินใจแทน ไม่ต้องรู้สึกผิดว่ากำลังทอดทิ้งพ่อแม่
เขียนตอนไหน? เขียนได้ตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง เพื่อนิยามคำว่า "คุณค่าของการมีชีวิต" ในแบบของตัวเอง เช่น หากสื่อสารไม่ได้แล้ว ไม่ต้องการยื้อเวลาด้วยเครื่องมือที่สร้างความทรมาน เป็นต้น
บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยร้องขอความตาย (Euthanasia) เพียงเพราะ "ทนความปวดไม่ไหว" หมอแนตแชร์ประสบการณ์ว่า เมื่อเราจัดการความเจ็บปวดทางกายได้สำเร็จ คนไข้ส่วนใหญ่จะเลิกพูดเรื่องอยากตาย และกลับมาใช้เวลาที่เหลือทำสิ่งที่รัก เช่น ออกไปเที่ยวกับครอบครัว หรือนั่งต่อเลโก้กับลูก
หัวใจสำคัญของ Palliative Care คือการไม่ปล่อยให้คนไข้สูญเสียตัวตนไปพร้อมกับโรค แต่เป็นการดึงคุณค่าและความหมายในชีวิตออกมา เพื่อให้วินาทีสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่สงบและสมบูรณ์ที่สุดสำหรับทุกคน
Advertisement