
วันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร ระหว่างการเดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 32 ภายหลังถูกคุมขังครบ 4 เดือน เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา การเข้าเยี่ยมครั้งนี้มี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือปอ สามี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรเขยของนายทักษิณ ชินวัตร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยเดินทางมาพร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มาปักหลักรอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำฯ ทั้งนี้ ในช่วงแรกยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ใด ๆ ต่อสื่อมวลชน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกรมราชทัณฑ์ ว่า ในกรณีการปรับเลื่อนชั้นผู้ต้องขังเด็ดขาดของนายทักษิณ ชินวัตร นั้น ปกติเรือนจำทัณฑสถาน จะมีการปรับเลื่อนชั้นปีละ 4 ครั้ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อยู่ในกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 จะประกอบด้วย เดือน มี.ค. เดือน เม.ย. เดือน ส.ค. และเดือน ธ.ค. ซึ่งผู้ต้องขังในแต่รายที่จะได้รับพิจารณาปรับเลื่อนชั้น ก็จะต้องมีใบประกาศนียบัตรเพื่อรับรองการประพฤติตนระหว่างถูกคุมขัง การบำเพ็ญประโยชน์ และประกอบกับจำนวนโทษคดี การรับโทษจำคุกมาแล้วระยะเท่าใด เป็นต้น
แต่ในกรณีการเลื่อนชั้นของนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องด้วยนายทักษิณ ถูกคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี และถูกนำตัวเข้าคุมขังเมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 ซึ่งในรอบการปรับเลื่อนชั้นตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 ในรอบเดือน ส.ค.68 และเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ไม่ทันรอบการพิจารณา จึงยังไม่ได้ปรับเลื่อนชั้นจากชั้นกลางเป็นชั้นดี อย่างไรก็ตาม กรณีของนายทักษิณ อาจไม่ต้องกังวลในเรื่องของการปรับเลื่อนชั้น เนื่องจากเงื่อนไขคุณสมบัติของโครงการพักการลงโทษทั่วไป ในกรณีที่นายทักษิณ มีโทษ 1 ปี ซึ่งจะผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษ คือ ต้องรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 หรือคุมขังมาแล้ว 8 เดือน ดังนั้น ระยะเวลา 8 เดือนดังกล่าว นายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ตรงกับเดือน พ.ค.69
ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในเรือนจำกลางคลองเปรม ระยะเวลา 30 นาที จากนั้นนายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือปอ สามีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า จากการพูดคุยกับคุณพ่อพบว่าคุณพ่อโอเคดี และช่วงนี้คุณพ่อหายเหงาบ้างแล้ว เพราะมีโอกาสได้ติดตามข่าวฟังเรื่องเวทีดีเบตบ้าง และก็ได้ฝากให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกท่าน ส่วนกรณีที่ช่วงนี้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยแต่ละท่านได้ลงพื้นที่หาเสียงนั้น คุณพ่อก็ไม่ได้มีการฝากคอมเมนต์เจาะจงไปที่ผู้สมัครรายใด มีเพียงฝากให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน
เมื่อถามว่านายทักษิณได้เห็นบรรยากาศเช่นนี้ของผู้สมัคร มีความรู้สึกชื่นใจ หรือมีกำลังใจมากขึ้นอย่างไร หรือไม่ นายปิฎก กล่าวว่า คุณพ่อก็ได้มีอะไรให้ติดตามบ้าง ส่วนเรื่องสุขภาพของนายทักษิณค่อนข้างโอเค ทั้งนี้ นายทักษิณยังได้ทราบข่าวเรื่องที่วานนี้ (14 ม.ค.) เกิดเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งนายทักษิณรู้สึกว่ามันไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย และคุณพ่อก็ขอฝากแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตด้วย
เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางนายทักษิณได้ให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรากฐานโครงสร้างก่อสร้าง หรือการคมนาคมอย่างไรหรือไม่นั้น นายปิฎก กล่าวปฏิเสธว่า ตนยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องนี้กับนายทักษิณ แต่ก็ได้เเสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นี้ ก่อนขอยุติการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และรับไหว้คนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ซึ่งต่างประสานเสียงว่า “พวกเราเป็นกำลังใจให้พรรคเพื่อไทยชนะขาดลอย” และเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำ.
Advertisement