
วันที่ 9 ก.พ. 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร ระหว่างการเดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 39 ทั้งนี้ ปัจจุบันนายทักษิณ ได้คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ ครบ 5 เดือน (วันที่ 9 ก.พ.69)
การเข้าเยี่ยมครั้งนี้มี น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ หรือพงศ์ (สามี) บุตรเขยของนายทักษิณ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยเดินทางมาพร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มาปักหลักรอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำฯ
ภายหลังจากเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ แต่ปรากฏว่าข้อมูลล่าสุดของวันที่ 9 ก.พ. เวลา 09.12 มีการรายงานผลการนับคะแนนภาพรวมพบว่า พรรคภูมิใจไทย มีการคาดการณ์จำนวนที่นั่งในรัฐสภา 194 สส. (แบ่งเป็น สส.แบบเเบ่งเขต 175 สส. และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 19 สส.) ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีการคาดการณ์จำนวนที่นั่งในรัฐสภา 76 สส. (แบ่งเป็น สส.แบบเเบ่งเขต 60 สส. และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 16 สส.) ทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคอันดับสาม และมีจำนวน สส. ต่ำร้อย
ทั้งนี้ ในช่วงแรกสมาชิกครอบครัว ยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ใด ๆ ต่อสื่อมวลชน มีเพียงการพูดคุยเล็กน้อยกับคนเสื้อแดง ขอบคุณในการติดตามให้กำลังใจ และรับมอบละมุดสาลี่ยักษ์เวียดนาม น้ำหนักประมาณ 30 กก. จากสองพี่น้องคนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากจังหวัดอ่างทอง จากนั้นทั้งหมดได้ยิ้มไหว้ก่อนเข้าไปพื้นที่ด้านในเรือนจำฯ จึงทำให้สื่อมวลชนรอติดตามความเคลื่อนไหวหลังการเข้าเยี่ยมของครอบครัว ว่านายทักษิณ จะฝากส่งสารถึงผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย อย่างไรหรือไม่
ต่อมาเวลา 10.50 น. หลังครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 40 นาที นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการเข้าเยี่ยมคุณพ่อ วันนี้คุณพ่อก็ได้ฝากเป็นกำลังใจ และขอบคุณในทุกกำลังใจของทุกท่าน ส่วนการอัปเดตเรื่องการเลือกตั้งอย่างไรนั้น เรายังไม่ได้คุยกับท่านเลย ท่านเพียงขอบคุณในทุก ๆ กำลังใจ
ส่วนเมื่อถามว่าคุณทักษิณ ทราบถึงผลการเลือกตั้งครั้งนี้ใช่หรือไม่ น.ส.พินทองทา พยักหน้ารับว่าท่านทราบตามข่าวค่ะ
และเมื่อถามว่าคุณทักษิณ ได้ฝากเรียกขวัญกำลังใจไปทางผู้สนับสนุนบ้างหรือไม่ น.ส.พินทองทา ตอบว่า ท่านฝากขอบคุณทุกท่าน และฝากให้กำลังใจทุกคน และฝากให้กำลังใจอาจารย์เชน ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ด้วย เพราะท่านก็เต็มที่แล้ว ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชนเพื่อยุติการให้สัมภาษณ์ และพูดขอบคุณคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ก่อนขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ จะเดินเข้าเรือนจำฯ ได้มีคนเสื้อแดงเป็นผู้ชาย เดินทางมาจากจังหวัดอ่างทอง พร้อมนำรูปภาพขนาดใหญ่ เป็นภาพสีขาวดำ ขนาดความสูงเกือบ 1 เมตร ซึ่งเป็นรูปภาพเดี่ยวของ นายทักษิณ ชินวัตร สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ มามอบให้กับครอบครัวชินวัตร พร้อมเขียนข้อความสีแดงบนภาพ ว่า "ด้วยความห่วงใย ท่านพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นกำลังใจ 18 ปี ยังคอยได้ อีกสองเดือนกว่าคงไม่นาน รักและคิดถึง คิดถึงท่านเมื่อใด ก็อดร้องไห้ทุกทีเพราะสงสารท่าน ถ้าติดแทนท่านได้ จะติดแทนท่านเลย ขอเป็นกำลังใจสู้ ๆ จาก ลุงออด หมอกใหญ่ และน้องชายจรัญ" ซึ่งทาง น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ ได้รับมอบเก็บไว้และขอบคุณจากหัวใจ
ขณะที่ นายพิสัย ปิ่นวิเศษ อายุ 64 ปี ชาวอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ได้นำละมุดสาลี่ยักษ์เวียดนามจากสวน ใส่กะบะ 3 ลัง น้ำหนักรวมกว่า 30 กม. มามอบให้กับครอบครัวชินวัตร พร้อมเปิดเผยว่า ตนนำละมุดน้ำหนักเกือบ 30 กก. มามอบให้ครอบครัวชินวัตร เพราะมันมีรสชาติดี หวานกรอบ และก็เพิ่งออกครั้งแรกของปี อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่เรานำผลไม้มามอบให้ครอบครัวชินวัตร เพราะก่อนหน้านี้สองครั้ง เรานำละมุดไปมอบให้ท่านที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และในเดือนหน้า เราจะนำมะยงชิดมามอบให้ท่านอีก ซึ่งทางคุณเอม ก็ได้พูดคุยขอบคุณกับน้องสาวตนเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ผลเลือกตั้งที่ออกมาล่าสุด ตนในฐานะโหวตเตอร์มองว่า ผิดหวังเล็กน้อย ส่วนในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง นั้น ก็มองว่าอาจมีการซื้อเสียงแปลก ๆ บ้าง ก็ขอให้ กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายด้วย.
Advertisement