
วันที่ 18 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ สวนหลวง ร.9 พร้อมกับผู้สมัคร กทม. 3 เขต ตั้งแต่ เวลา 06.30 - 09.00 น. พร้อมกับผู้สมัคร สส.กทม. 3 เขต ประกอบด้วย ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 21 เบอร์ 14 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล ครอบคลุมพื้นที่ เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง)
ผู้สมัครเบอร์ 14 ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 22 เบอร์ 5 นายปรินต์ ทองปุสสะ ครอบคลุมพื้นที่เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) และผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 เบอร์ 17 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ครอบคลุมพื้นที่ เขตพระโขนง เขตบางนา โดยพบปะประชาชนและร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง มีประชาชนและนักวิ่งเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายอภิสิทธิ์ระบุว่า ตนได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่อยากให้พรรคเข้ามาเป็น "ที่พึ่งและความหวัง" โดยเฉพาะในประเด็นการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา
นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคประชาธิปัตย์ เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการเข้าร่วมรัฐบาลคือ "ความซื่อสัตย์สุจริต" โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดหลักการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ต้องทำงานอย่างเป็นอิสระไม่ยอมให้ใครมาครอบงำ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นรัฐบาลที่สร้างความสมานฉันท์ ไม่สร้างความแตกแยกในสังคม
เมื่อถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีรายงานการเพิ่มกำลังทหาร นายอภิสิทธิ์ได้เสนอทางออกเชิงบวกโดยเน้นการใช้ "การทูตเชิงรุก" เป็นหัวใจสำคัญ
"เราต้องทำให้โลกเห็นว่าเราไม่มีเจตนารุกราน แต่เราต้องการความสงบ รัฐบาลควรใช้เวทีระหว่างประเทศกดดันให้กัมพูชาหยุดเติมกำลังทหารและอาวุธหนัก เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วถูกละเมิดได้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ในส่วนของการเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการปะทะ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าการป้องกันตนเองเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว โดยตนพร้อมสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของกองทัพอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าอธิปไตยของชาติจะได้รับการปกป้อง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้สถานการณ์สงบลงในระยะยาว เพื่อให้พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนที่เพิ่งได้กลับเข้าบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและมั่นคง.
Advertisement