
วันที่ 2 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องราวของคุณพ่อรายหนึ่งที่มีลูกเป็นเด็กทารก รักษาตัวด้วยอาการป่วยอยู่ในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี และมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อคุณหมอมาแจ้งว่าฉีดยาผิด
โดยในโพสต์ระบุว่า “ถ้าสมมติว่าลูกเราไม่สบาย แล้วเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วอยู่ดีๆ มีหมอมาบอกกับเราว่า ขอโทษนะคะ พอดีฉีดยาผิดให้ลูกคุณไป ซึ่งยาที่ฉีดให้ลูกเรานั้นคือ ยาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต แต่ลูกผมอายุเดือนเดียว ซึ่งมันเกินขนาดที่เด็กจะรับได้ อาจะทำไห้เด็กมีอาการหายใจช้าลง หรือหลับ จนเรียกไม่รู้สึก แรงสุดคือถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพันได้ คือแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หมอพูดกับคุณแบบนี้ ถ้าเป็นลูกคุณ คุณจะทำยังไง”
“ลองแสดงความคิดเห็นหน่อย #แต่ผมนะตอนนี้ขอแค่ให้ผ่านคืนนี้ไปได้ให้ลูกปลอดภัย แล้วเดี๋ยวมาเล่าไห้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง”
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบพ่อและแม่ของเด็กทารกรายดังกล่าว เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น
โดย น.ส.สุดารัตน์ โพธิ์หิรัญ หรือ หมิว อายุ 27 ปี กล่าวว่า ได้พาลูกสาววัย 1 เดือน 10 วัน ไปรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการปอดติดเชื้อ 2 คืน วันนี้หมอมาตรวจแล้ว บอกว่าน้องดีขึ้นแล้ว หายใจดีขึ้น แล้วตอนบ่ายของวันที่ 1 เม.ย. 69 หมอก็ให้ลูกกินนม ให้ลองเอาสายกินนม พอกินนมเสร็จ พยาบาลเขาก็เดินมาบอกว่า ขอฉีดยาให้น้องหน่อยนะคะ แล้วเขาก็ฉีด พอหลังจากฉีดไปแล้ว น้องก็หลับไปเลย นิ่งไปเลย แล้วทีนี่หัวหน้าพยาบาลก็เลยมาดู แล้วก็เรียกหมอที่ให้ยามาฉีดให้มาดูอาการ
แล้วก็บอกว่าขอโทษ ขอโทษคุณแม่ด้วยที่ฉีดยาให้ผิด แล้วอาการก็คือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะมันเป็นยาผู้ใหญ่ และน้องเพิ่งอายุ 1 เดือน 10 วัน โดยปกติแล้วตอนฉีดยาเขาจะต้องถามชื่อก่อน แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ถาม หนูเพิ่งให้นมเสร็จหนูก็ยุ่งอยู่ด้วยเลยไม่ได้เอะใจ
พอเขามาถึง เขาบอกขอฉีดยาให้น้อง เขาก็ฉีดเลย พอฉีดเสร็จปุ๊บ หนูอุ้มอยู่ก็คือหลับไปเลย หนูก็คิดว่าคงกินนมอิ่ม เพราะว่ากินนมอิ่มพอดี พอวางแล้วก็คือน้องนอนนิ่ง หายใจเบา ถ้าหายใจเบามากแบบนี้ก็อาจจะเสียชีวิตได้ เพราะว่าหัวใจจะหยุดเต้น หมอเขาก็บอกแค่นี้ หนูฟังมาแล้วหนูก็เลยมาบอกแฟน ลูกไม่ค่อยดีนะให้เขาไปถามหมอใหม่ว่าเป็นยังไง ยาอะไร ยาที่ฉีดเป็นยาแก้แพ้ ซึ่งเป็นยาของคนไข้สูงอายุนอนติดเตียง เหมือนเขาเดินเอายาไปเก็บ แล้วเขาก็ดูชื่อแล้วเขาก็เดินกลับมาเลย น่าจะเป็นหัวหน้าพยาบาล
แล้วเขาก็เลยเรียกหมอมาดู เขาดูแปบหนึ่งแล้วเขาก็บอกว่าฉีดยาผิด ขอโทษด้วย พ่อเขาก็ไปถามทีหลัง ถ้าน้องอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตก็ปอดน้องไม่ดีอยู่ด้วย จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกับปอดน้องอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ฉีดยาผิดน้องก็ไม่เป็นอะไร ตอนนี้ก็กังวล เพราะเขาบอกว่ามันเป็นยาแรง
เด็กอายุแค่นี้ไม่สามารถรับยาได้ขนาดนี้ แล้วเขาก็โทรไปถามที่ศูนย์โรงพยาบาลใหญ่ว่ามียาแก้ไหม เขาก็เหมือนโดนว่ามา อาการเขาบอกไม่ได้เลย เพราะต้องดูตลอด 24 ชั่วโมง ให้พ้นหลัง 24 ชม.ก่อน ภายใน 24 ชม.
ที่ฉีดยาไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอด เขาก็เลยบอกไม่ได้เหมือนกัน แต่หมอกับพยาบาลก็พูดแค่ตอนนั้นคือ พูดแค่ขอโทษ ถ้าน้องไม่โดนฉีดยาอันนี้ น้องก็คือดีขึ้น เพราะเมื่อเช้าเขาบอกเองว่าน้องอาการดีขึ้น หายใจไม่เหนื่อย และก่อนที่จะฉีดยาน้องก็ปกติ ปอดก็ไม่ดีอยู่แล้ว เพราะไปรักษาอาการปอดติดเชื้ออยู่ 2 วันเขาก็เอามาพูดรวม
ห่วงน้องมากๆ เลย ไปหาน้องมา เขาให้ยืนดูเฉยๆ ค่าเลือดปกติ เขาให้ดูอาการหายใจ
ถ้าหายใจเบามากต้องใส่ท้อหรือเจาะคอ ถ้าไม่ใส่หรือเจาะจะมีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ก็จะเป็นฤทธิ์ของยาตัวนี้ที่ฉีดไป ที่เขาให้เฝ้าระวัง 24 ชม.
ด้านนายศุภวัฒน์ คาพยุต หรือ เบ้น อายุ 28 ปี พ่อของเด็กกล่าวว่า ไปเจอลูกมาเมื่อตอนเย็นประมาณบ่าย 2 คือตอนแรกแฟนมาบอกก่อนว่าหมอฉีดยาผิด ผมสงสัยผมก็เลยไปถามว่ามันผิดเพราะอะไร ตอนแรกเขาบอกว่าหยิบมาฉีดผิด แล้วมาบอกทีหลังว่าหยิบมาฉีดผิดเตียง จะไปฉีดเตียงผู้ใหญ่ แต่เอามาฉีดให้เด็ก
แล้วเขาก็บอกว่ายามันเกินขนาดที่เด็กจะรับไหว ยามันแรงมาก สามารถทำให้หยุดกายใจได้เลย เกิดหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ คือคุณหมอเจ้าของเวรเช้าเป็นคนมาคุย พยาบาลที่ฉีดไม่ได้มา หมอมาเขาก็พูดว่าเขาฉีดยาผิดให้ลูกนะ ขอโทษที่ฉีดผิด แล้วก็บอกว่าอาจจะเกิดอาการแบบนี้นะ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
แค่มาบอกว่าจะรักษายังไง แล้วเป็นได้ถึงขั้นไหนแค่นั้นเลย ขั้นตอนการรักษาคือต้องรอตามอาการ ถ้าสมมติว่าหายใจช้าลงก็ต้องเจาะคอ เพื่อที่จะช่วยหายใจและมีโอกาสหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ เพราะเขาบอกว่าเป็นยาผู้ใหญ่
เขาโทรไปหาศูนย์รามาฯ ว่ามียาแก้พิษยาแก้แพ้นี้ไหม เขาบอกว่าไม่มี ไม่สามารถแก้ได้ ต้องรอดูตามอาการ แต่เขาก็ยอมรับว่าเป็นยาผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ เขาบอกว่าจะเป็นให้ผู้ใหญ่อีกเตียงที่เป็นปอดติดเชื้ออีกฝั่งหนึ่ง แต่เขาเดินมาฉีดฝั่งเด็ก และเขาก็ไม่ได้ถามว่าชื่ออะไร มาฉีดเลยแล้วเขาก็ไป แล้วพอมีอาการแล้วรู้ว่าตัวเองฉีดผิด เขาก็ให้หัวหน้าพยาบาลมาดูว่าเด็กมีอาการเป็นยังไงบ้าง พอเขาดูแล้วผิดปกติเขาก็ถึงได้บอกว่าฉีดยาผิด เขาไม่ได้บอกตั้งแต่แรกว่าฉีดยาผิด
จากที่มีอาการแค่ปอดติดเชื้ออย่างเดียว กลับกลายเป็นอาการหนัก ไม่ได้บอกว่าถ้าสมมติหัวใจหยุดเต้นแล้วใครจะรับผิดชอบ อยากให้โรงพยาบาลมาทำให้สบายใจขึ้นเพราะตอนเขาทำผิดแทนที่เขาจะรีบเขามาคุยมาปรับความเข้าใจ จะได้ไม่ต้องมีข้อติดค้างกัน ณ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าทำไมเขาฉีดผิด แล้วทำไมเขาถึงเอายามาฉีดให้ลูกผมก็ยังไม่มีใครมาอธิบาย คนฉีดก็ยังไม่ได้มาคุยหรือขอโทษ ตอนนี้กังวลเรื่องลูกมาก
เพราะเขาบอกว่ามันทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ กลัวฉุกเฉินมันสามารถเป็นไปได้หมด เขาไม่รับปากว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น ผมก็ถามว่าตอนนี้ประเมินอาการลูกผมได้ไหมว่ามันจะเป็นอะไร หรือว่าถ้าเป็นแล้วใครจะรับผิดชอบ เขาบอก ณ ตอนนี้อาการก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ก็ไม่รับปากว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นสามารถเกิดได้ทุกอย่าง หลังจาก 4 ชม.ไปยามันจะแรงมาก เพราะ 1-2 ชม.แรก ยามันยังน้อยอยู่ หนักสุดก็คือสามารถเสียชีวิตได้ด้วยตัวยาที่มันเกินขนาดเด็ก เพราะเด็กเพิ่ง 1 เดือน 10 วัน
อยากจะฝากว่า อยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น อยากให้มาอธิบาย หรือพูดคุยให้เราเข้าใจได้มากกว่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรผิดพลาดแบบไหน
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปหา ผอ.โรงพยาบาล ที่เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพิ่งทราบจากทางนักข่าวที่โทรมาถาม และรับปากจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเรืองที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย. 69) ผอ.โรงพยาบาล นัดพ่อแม่เด็กพูดคุย และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น
Advertisement