สุดเศร้า! หนุ่มถูกรถชน เผยคำพูดจับมือศพคนรัก “อย่าทิ้งผม” ส่วนคนชนโดนแฉมีเพื่อนพาหนี (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 62 มีเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณทางโค้งหน้าวัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง เขตเทศบาล ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวม 3 คน คือ น.ส.พรรณภัค ภูมิภัคดี หรือนุช อายุ 21 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ด.ญ.ณัฐธิรา ภูมิภัคดี หรือโบนัส อายุ 3 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาล และนายพันธกานต์ วงศ์ชัยเพ็ง หรือทีม อายุ 21 ปี บาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ

วันที่ 27 เม.ย. 62 ที่ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญศพของ น.ส.พรรณภัค ภูมิภัคดี และ ด.ญ.ณัฐธิรา ภูมิภัคดี บรรยากาศของงานศพเป็นไปอย่างโศกเศร้า

บริเวณงานศพผู้เสียชีวิต

น.ส.ธนินันท์ ภูมิภัคดี อายุ 28 ปี พี่สาวของ น.ส.พรรณภัค เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุ เวลา 21.40 น. น้องสาวบอกกับตนว่าจะพาหลานสาวไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ โดยมีนายพันธกานต์เป็นคนขับ ซึ่งตนก็ได้หอมแก้มหลานก่อนจะให้เงินไปซื้อของ แต่เมื่อมองไปที่หน้าน้องสาว ตนสังเกตว่าน้องสาวหน้าดำผิดปกติเหมือนเป็นลาง แต่ก็ไม่ได้ทัก โดยก่อนน้องสาวจะออกไป ตนก็ได้พูดกับน้องสาวครั้งสุดท้ายว่า “ขี่รถดี ๆ นะ” หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาทีก็เกิดเหตุ

น.ส.ธนินันท์ ภูมิภัคดี พี่สาวของ น.ส.พรรณภัค ผู้เสียชีวิต

น.ส.ธนินันท์ กล่าวต่อว่า ตอนที่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ คิดว่าเป็นแค่การเฉี่ยวชนธรรมดา ไม่คิดว่าจะถึงชีวิต โดยน้องสาวตนเป็นคนดีและน่ารักมาก ส่วนหลานสาวก็ยังเด็ก บริสุทธิ์ เป็นเหมือนนางฟ้า นอกจากนี้ตนทราบข่าวภายหลังว่ารถคันที่มาชน เพิ่งมีการทะเลาะวิวาทในร้านเหล้า และขับรถมาชนน้องสาวตน ขณะเดียวกัน ตนยอมรับว่ารู้สึกเสียใจและยังโกรธแค้นคนขับ เพราะครอบครัวตนก็ยังทำใจไม่ได้

ด.ญ.ณัฐธิรา ภูมิภัคดี หรือโบนัส (ซ้าย) น.ส.พรรณภัค ภูมิภัคดี หรือนุช (ขวา) ผู้เสียชีวิตทั้งสอง

ขณะที่น้องสาวของตน ซึ่งเป็นแม่ของ ด.ญ.ณัฐธิรา ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก ซึ่งตั้งแต่ ด.ญ.ณัฐธิรา ตายไป แม่ของเด็กก็ยังทำทุกอย่างราวกับลูกยังมีชีวิตอยู่ ทั้งจัดที่นอนให้ลูก ต้มบะหมี่ตั้งไว้ในห้อง เปิดแท็บเล็ตตั้งไว้ให้ลูกดู ซึ่งเขาก็รู้ว่าลูกเสียชีวิต แต่ก็ยังทำใจไม่ได้

ร.ต.ต.ธนิตพงศ์ ภูมิภัคดี พ่อของผู้เสียชีวิต

ด้าน ร.ต.ต.ธนิตพงศ์ ภูมิภัคดี สภ.ท่าม่วง อายุ 54 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 62 นายพันธกานต์ แฟนของลูกสาว ขออนุญาตหมอและเดินทางมาจากโรงพยาบาลทั้งที่ยังได้รับบาดเจ็บ และมานอนจับมือลูกสาวขณะรดน้ำศพ ก็สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติและแขกในงานจำนวนมาก ซึ่งหมอและทุกคนก็เห็นใจ แต่ก็ให้เขารับรู้ว่าลูกสาวเสียชีวิตไปเลยดีกว่ามารู้ภายหลัง ซึ่งตอนนี้นายพันธกานต์ก็ยังอยู่ในอาการซึมเศร้าและร้องไห้ ซึ่งยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ร.ต.ต.ธนิตพงศ์ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้คู่กรณีมาขอขมาศพ อีกทั้งชาวบ้านในพื้นที่ยังโมโหอยู่ จึงไม่อยากให้เขามาขอขมาตอนนี้ และยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ นอนร้องไห้ทุกคืน เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของตน เพราะลูกและหลานอายุยังน้อย

นางเบ็ญ (นามสมมติ) แม่ของนายพันธกานต์

นางเบ็ญ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี แม่ของนายพันธกานต์ เปิดเผยว่า นายพันธกานต์ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลสักพัก เนื่องจากมีแผลฟกช้ำตามร่างกาย ไหปลาร้าขวาหัก ส่วนแผลภายนอกมีแค่รอยถลอกเท่านั้น ด้านสภาพจิตใจค่อนข้างแย่ เนื่องจากยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแม้ว่าเขาจะรับรู้ว่า น.ส.พรรณภัคเสียชีวิตแล้ว แต่ทุกครั้งที่ลูกชายตื่นขึ้นมา ก็จะพูดเสมอว่า “อยากไปหาแฟน”

นายพันธกานต์ วงศ์ชัยเพ็ง จับมือศพแฟนสาว

นางเบ็ญ กล่าวต่อว่า เมื่อบอกความจริงว่า น.ส.พรรณภัคเสียชีวิต  ลูกชายก็ร้องออกมาทั้งไม่มีน้ำตา เหมือนกับคนเจ็บปวดในใจ ต่อมาลูกชายก็ขอไปรดน้ำศพ น.ส.พรรณภัค ซึ่งเมื่อลูกชายไปถึงงานก็ถูกหามไปตั้งเตียงนอนข้างร่างของ น.ส.พรรณภัค ลูกชายก็จับมือศพและพูดซ้ำ ๆ ว่า “อย่าทิ้งผมไป”

นางเบ็ญบอกอีกว่า แม้ว่าครอบครัวตนจะไม่มีการสูญเสีย แต่การที่ลูกชายมาโศกเศร้าเสียใจอย่างนี้ ตนก็รู้สึกตายทั้งเป็น เพราะไม่รู้ว่าลูกจะทำใจได้เมื่อใด และตนก็คิดไม่ออกว่าจะทำให้ลูกหายเสียใจอย่างไร

นางอรสา ภูผา เจ้าของบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุ

ด้านนางอรสา ภูผา อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังมากเหมือนเสียงฟ้าผ่า แต่เมื่อออกมาดูพบว่ารถเก๋งสีดำจอดเกยบริเวณหน้าบ้านตน แต่ตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนขับ แต่มีผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งมากับรถเดินมาบอกตนว่า “ป้า ๆ ผมเจ็บหน้าอก” หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินไปดูบริเวณผู้หญิงที่ถูกชน หลังจากนั้นกลุ่มของรถเก๋งสีดำทั้ง 4 คน ก็เดินขึ้นรถกระบะที่มารอรับอยู่

ด้านร้อยเวรเจ้าของคดี สภ.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้คนขับรถเก๋งคันก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และจะดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

keyboard_arrow_up