สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยโดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เปิดเผยรายงานสถิติตัวเลขการผลิต การจำหน่ายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์รวมถึงรถจักรยานยนต์ประจำเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ภาพรวมโครงสร้างยานยนต์ไทยในช่วงเดือนดังกล่าวเริ่มเห็นการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภทที่ทยอยส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินยังคงเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้ยอดการผลิตเพื่อส่งออกและยอดขายรถยนต์บางประเภทชะลอตัวลง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
ภาพรวมสถิติการผลิตรถยนต์ไทยในรอบสี่เดือนแรก
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้จำแนกโครงสร้างและปริมาณการผลิตรถยนต์ประเภทต่างๆ ในช่วงเดือนเมษายนและยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีไว้ดังนี้
- ปริมาณการผลิตรวมเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 103,794 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ร้อยละ 22.20 และลดลงจากเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 ร้อยละ 0.44
- ยอดผลิตสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 473,545 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีมกราคมถึงเมษายน พ.ศ. 2568 ร้อยละ 4
- ปริมาณการผลิตรถยนต์นั่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 36,650 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 8.43
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 11,870 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 24.15
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่เดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 4,716 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 1.01
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งประเภทไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊กเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 1,738 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 68.57
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งประเภทไฮบริดเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 18,326 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 1.37
- รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ไม่มีการผลิตเลยทั้งในเดือนเมษายนและยอดสะสมสี่เดือนแรก
- ยอดผลิตรถยนต์บรรทุกเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ทำได้ 67,144 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 4.54
- ยอดผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ผลิตได้รวม 65,933 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 3.44
รายละเอียดการผลิตรถยนต์จำแนกตามวัตถุประสงค์การจำหน่าย
การผลิตของโรงงานในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือการผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศและการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศ
- ยอดผลิตเพื่อการส่งออกเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 67,262 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64.80 ของยอดผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 0.26
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งเพื่อการส่งออกเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 14,252 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 8.68
- ยอดผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน เพื่อการส่งออกเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 53,010 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 1.78
- ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 36,532 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.20 ของยอดผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 1.70
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 22,398 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 16.77
- ยอดผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน เพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 12,923 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 32.29
สถานการณ์การผลิตรถจักรยานยนต์ของไทย
ภาคการผลิตรถจักรยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะกำลังซื้อและทิศทางตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน
- ปริมาณการผลิตรถจักรยานยนต์รวมเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 181,539 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 4.22
- ยอดผลิตรถจักรยานยนต์สำเร็จรูปเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ทำได้ 146,306 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 6.87
- ยอดผลิตชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปประกอบต่างประเทศเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ทำได้ 35,233 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 8.56
- ยอดผลิตรถจักรยานยนต์สะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 817,426 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 4.29
วิเคราะห์ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศและปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ
ยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเมษายนได้รับแรงหนุนสำคัญจากยอดจองในช่วงงานแสดงยานยนต์ แต่ก็ยังมีปัจจัยลบจากระบบสินเชื่อ
- ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนรวม 48,394 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ร้อยละ 19.16 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 ร้อยละ 2.54
- ตัวเลขการจำหน่ายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์อยู่ที่ 33,654 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 69.54 ของยอดขายทั้งหมด เติบโตขึ้นร้อยละ 9.07
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่ทำยอดขายได้ 13,882 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.69 ของยอดขายทั้งหมด เติบโตขึ้นร้อยละ 27.35
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ระบบไฮบริดมียอดขาย 11,204 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.15 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.75
- ยอดขายรถกระบะมีจำนวน 9,831 คัน ปรับตัวลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 10.11 เนื่องจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินในกระบวนการปล่อยสินเชื่อ
- ยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศมีจำนวน 136,992 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคมร้อยละ 16.31 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 3.82
สถิติการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและมูลค่าทางเศรษฐกิจ
การส่งออกรถยนต์ของไทยไปยังตลาดโลกได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่ตะวันออกกลางและปัญหาเส้นทางการขนส่งสินค้า
- ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 60,190 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคมร้อยละ 25.13 และลดลงจากเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 ร้อยละ 8.43
- ยอดส่งออกรถกระบะในเดือนเมษายนมีจำนวน 36,615 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60.83 ของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมด ปรับตัวลดลงร้อยละ 16.97
- ยอดส่งออกรถยนต์นั่งประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่ทำได้ 1,924 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.20 ของยอดส่งออก ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 191.52
- ยอดส่งออกรถยนต์นั่งประเภทไฮบริดอยู่ที่ 6,713 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.15 ของยอดส่งออก เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.80
- มูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 คิดเป็นเงิน 42,942.55 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 6.71
- มูลค่าการส่งออกรวมของกลุ่มยานยนต์ซึ่งนับรวมรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 62,637.24 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.86
ข้อมูลการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภทต่างๆ
สถิติการจดทะเบียนยานยนต์ใหม่สะท้อนให้เห็นความต้องการของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่มีทิศทางขยายตัวอย่างชัดเจน
- ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่จดทะเบียนใหม่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 12,512 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 55.84
- ยอดจองสะสมสี่เดือนแรกของยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 75,493 คัน เติบโตขึ้นร้อยละ 88.64
- ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดจดทะเบียนใหม่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 12,704 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 21.27
- ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊กจดทะเบียนใหม่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวน 1,280 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 61.07
- ยอดจดทะเบียนสะสมรวมของยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่นับถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนสะสมทั้งสิ้น 447,351 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.63
- ยอดจดทะเบียนสะสมรวมของยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดนับถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 มีจำนวนสะสมรวม 665,034 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.49
สถิตยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 แสดงให้เห็นการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในแง่ของยอดขายภายในประเทศและการจดทะเบียนใหม่ แม้ว่าตัวเลขการผลิตและการส่งออกในภาพรวมจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการควบคุมสินเชื่อที่เข้มงวด ทั้งนี้ การลงทุนของภาครัฐและการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเสถียรภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะยาวต่อไป