Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คนไทยเน้นดีไซน์และความปลอดภัยรถยนต์ ส่วนรถไฟฟ้ายังกังวลเรื่องแบตเตอรี่

คนไทยเน้นดีไซน์และความปลอดภัยรถยนต์ ส่วนรถไฟฟ้ายังกังวลเรื่องแบตเตอรี่

18 เม.ย. 69
16:00 น.
แชร์

บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด เผยผลการศึกษาวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทยประจำปี 2569 พบว่าความพึงพอใจต่อตัวรถเป็นปัจจัยหลักในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง การวิจัยครั้งนี้ครอบคลุมความเห็นจากเจ้าของรถยนต์ 14 ยี่ห้อชื่อดัง โดยวัดจาก 9 ประเด็นหลักที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่ารถยนต์ญี่ปุ่นยังคงรักษามาตรฐานความพึงพอใจได้ดีกว่ารถยนต์สัญชาติจีนในภาพรวม ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีจุดอ่อนสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาคือระบบการจัดการแบตเตอรี่และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานเท่าที่ควร

เจาะลึกคะแนนความพึงพอใจดัชนี Product CXI 2026

ผลการศึกษาวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทย หรือ Product CXI Study พบว่าค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้อยู่ที่ 890 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน โดยแบรนด์ที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งไปครองได้แก่ GWM ด้วยคะแนน 896 คะแนน ตามมาด้วยอันดับต้นๆ ของตารางดังนี้

  • GWM ได้รับ 896 คะแนน
  • Honda และ Mazda ได้รับ 895 คะแนนเท่ากัน
  • Nissan ได้รับ 894 คะแนน
  • Ford ได้รับ 893 คะแนน
  • Toyota ได้รับ 891 คะแนน
  • MG ได้รับ 890 คะแนน ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยพอดี

เปรียบเทียบความพึงพอใจระหว่างรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า

ข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่ารถยนต์ญี่ปุ่นมีคะแนนความพึงพอใจโดยรวมสูงกว่ารถยนต์จีนที่ 890 ต่อ 886 คะแนน และเมื่อแยกตามประเภทเครื่องยนต์ พบว่าเจ้าของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฮบริด มีความพึงพอใจสูงกว่ากลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) โดยมีคะแนนอยู่ที่ 891 ต่อ 884 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลและพบปัญหาในมิติของแบตเตอรี่และการชาร์จไฟ ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ฉุดคะแนนความพึงพอใจโดยรวมให้ต่ำลงเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

9 ปัจจัยหลักที่ใช้ในการวัดผลความพึงพอใจลูกค้า

การวิจัยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนนออกเป็น 9 มิติหลัก ครอบคลุม 52 คุณสมบัติย่อย เพื่อให้เห็นภาพรวมของผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้านประกอบด้วย

  • การออกแบบภายนอกและสไตล์ของตัวรถ
  • ระบบความปลอดภัยของผู้โดยสาร
  • ความสะดวกในการใช้งานและระบบควบคุม
  • สมรรถนะและการขับขี่
  • ระบบแสงสว่างและสัญญาณไฟ
  • การออกแบบภายในและความสะดวกสบายห้องโดยสาร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระและช่องจัดเก็บสิ่งของ
  • ระบบเสียงและระบบเพื่อความบันเทิง
  • แบตเตอรี่และการชาร์จ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BEV

จุดแข็งและสิ่งที่ลูกค้าชาวไทยประทับใจเป็นพิเศษ

ลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจสูงสุดในด้านการออกแบบภายนอก รวมถึงฟีเจอร์ภายในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม โดยจุดที่ได้รับคำชมมากที่สุดคือความสวยงามของไฟประดับภายในห้องโดยสาร ความสะดวกของช่องชาร์จอุปกรณ์พกพา และประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) นอกจากนี้วัสดุตกแต่งภายในที่ประณีตและการเลือกใช้โทนสีที่กลมกลืนยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้บริโภคชาวไทย ทำให้เกิดความมั่นใจและการตอบสนองที่ดีในการขับขี่

อุปสรรคและโอกาสในการพัฒนายานยนต์ในอนาคต

ในทางกลับกัน ปัจจัยที่ยังทำคะแนนได้น้อยและเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังให้มีการปรับปรุงคือ การป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ความเงียบภายในห้องโดยสาร และการป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV ปัญหาเรื่องระยะเวลาในการชาร์จ ความสะดวกของเครื่องชาร์จที่บ้าน และความเพียงพอของสถานีชาร์จสาธารณะยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ ซึ่งหากแบรนด์รถยนต์สามารถแก้ไขจุดเหล่านี้ได้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเปลี่ยนลูกค้ากลุ่มปกติให้กลายเป็นผู้แนะนำแบรนด์ (Promoter) ที่พร้อมจะบอกต่อความประทับใจให้กับคนรอบข้าง

บทสรุปของงานวิจัยชี้ชัดว่าการสร้างประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ที่น่าพึงพอใจเป็นรากฐานสำคัญของความจงรักภักดีต่อแบรนด์ โดยดีไซน์และความปลอดภัยยังคงเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่คนไทยพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ หากผู้ผลิตสามารถพัฒนาจุดอ่อนด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และความสุนทรีย์ภายในห้องโดยสารให้ดียิ่งขึ้น จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่อีกขั้นของความพึงพอใจสูงสุด

แชร์
คนไทยเน้นดีไซน์และความปลอดภัยรถยนต์ ส่วนรถไฟฟ้ายังกังวลเรื่องแบตเตอรี่