
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังชุดสืบสวน กก.4 บก.ปพ.เข้าจับกุมตัว นางธันยพร หรือ นัด อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 310/2566 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2565 มีผู้เสียหายหลงเชื่อลิงก์กด ข้อความชักชวนลงทุนเทรดหุ้นอ้างกำไรดี เมื่อกดเข้าไปมีมิจฉาชีพแบ่งหน้าที่กันทำ
พบผู้ใช้แอปฯไลน์ ชื่อ “นิภา (ฝ่ายบริการ)” อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ของกองทุนเทรดหุ้น ให้ผลตอบแทนสูงทั้งฝ่ายบริการและโบรกเกอร์กำมะลอหลอกให้ลงทุน ช่วงแรกหลอกเหยื่อด้วยการให้ลงเงินน้อยและถอนเงินพร้อมกำไรได้จริงจนเหยื่อตายใจ ครั้งแรกลงทุน 5,000 บาท ถอนได้ 65,00 บาท และลงทุนอีก 10,000 ถอนได้ 13,000 บาท
จากนั้นหลอกล่อให้เพิ่มวงเงินและทำภารกิจโอนเงินเข้าบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงยอดกำไรในระบบจำนวนมาก พอสะสมเงินในระบบได้หลายแสนบาท และต้องการถอนเงิน กลุ่มคนร้ายกลับสร้างเงื่อนไขสารพัด ทั้งค่าคอมมิชชั่น ค่ายืนยันตัวตน ค่าสมาชิกวีไอพี และค่าภาษี เพื่อบีบให้โอนเงินเพิ่ม สุดท้ายสูญเงินไปกว่า 1,072,594 บาท
นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่าขบวนการนี้ยังไปแอบอ้างชื่อบริษัท อมตะ คอร์เปอเรชัน จำกัด มหาชน เชิญชวนผู้เสียหายลงทุนผ่านแอปฯไลน์ โดยมีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “เบญจพร อ่อนสุข”, “โบร๊กเกอร์อุ้ม” และ “ฝ่ายบัญชี” ซึ่งทั้งหมดอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนและเจ้าหน้าที่ของบริษัท เปิดเพจเฟซบุ๊ก ตลาดหุ้นหลักทรัพย์ SET หลอกลวงเหยื่อรายอื่นให้ร่วมลงทุนในลักษณะเดียวกัน จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อสูญเงินอีก 227,712 บาท
ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงินหลบหนีไปอยู่ทางภาคเหนือและกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังไปดักซุ่มโปร่งที่หน้าห้างกระทั่งเข้าจับกุมไว้ได้
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อต้นปี 2565 ได้เปิดบัญชีให้เพื่อนใช้ขายของออนไลน์และมีการสแกนใบหน้าให้ไป จนมาถูกจับกุมเมื่อปี 2566 ถึงรู้ว่าตัวเองมีบัญชีถูกนำไปใช้ถึง 13 บัญชี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อการลงทุนที่การันตีผลตอบแทนสูงเกินจริง เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้
Advertisement