
วันที่ 8 พ.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. หรือหน่วยคอมมานโด เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุม “นายประดิษฐ์” หรือ “เต้” อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สะเรียง หลังพบมีส่วนพัวพันขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ใช้เพจเฟซบุ๊กปลอมชื่อ “เจ้เล้ง” ตุ๋นเหยื่อซื้อสินค้า ก่อนหลอกให้ทำ “ภารกิจ” และโอนเงินซ้ำ สูญเงินรวมกว่า 1.68 ล้านบาท
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ชุดปฏิบัติการคอมมานโดเร่งแกะรอยเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งสืบทราบว่าผู้ต้องหากำลังเตรียมหลบหนีขึ้นรถไฟกลับ จ.ขอนแก่น จึงเข้าจับกุมได้บริเวณหน้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งซื้อครีมผ่านเพจเฟซบุ๊ก “เจ้เล้ง” ซึ่งมีการสร้างภาพความน่าเชื่อถือคล้ายร้านค้าจริง โดยหลังโอนเงินค่าสินค้า กลับถูกอ้างว่าต้อง “ทำกิจกรรมปลดล็อกระบบ” เพิ่มเติม จึงจะสามารถรับสินค้าและถอนเงินคืนได้
จากนั้นมิจฉาชีพได้ดึงผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ มีแอดมินหลายคนผลัดกันพูดคุย สร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมอ้างว่าหากโอนเงินทำภารกิจครบ จะได้รับผลตอบแทนและถอนเงินทั้งหมดคืนได้ ผู้เสียหายจึงทยอยโอนเงินหลายครั้ง แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถถอนเงินได้ อีกทั้งยังถูกเร่งให้เติมเงินเพิ่มต่อเนื่อง จนสูญเงินรวมกว่า 1,683,326.08 บาท
แนวทางสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ชัดเจน ทั้งคนสร้างเพจปลอม คนคุยแชต คนดูแลกลุ่มไลน์ และเครือข่ายบัญชีม้ารับโอนเงิน โดยตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินและยืนยันยอดความเสียหายร่วมกับธนาคาร ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ
ระหว่างเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหามีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ เมื่อตรวจสอบบัตรประชาชนและสอบถาม เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง จ.แม่ฮ่องสอน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบสวนเบื้องต้น นายประดิษฐ์ให้การรับสารภาพว่า ช่วงตกงานในปี 2567 ถูกชักชวนไปทำงาน แต่กลับถูกพาข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปประเทศกัมพูชา ก่อนถูกใช้ให้สแกนใบหน้าเปิดบัญชีธนาคารจำนวน 4 บัญชี แลกกับค่าจ้าง 9,000 บาท ซึ่งบัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในขบวนการหลอกลวงออนไลน์
ตำรวจสอบสวนกลางเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในรูปแบบเพจขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่มีการอ้างให้ “ทำกิจกรรม” “ปลดล็อกระบบ” หรือโอนเงินเพิ่มเพื่อรับสิทธิประโยชน์ เพราะเป็นรูปแบบหลอกลงทุนและดูดเงินที่กำลังระบาดหนัก หากพบพิรุธควรหยุดโอนทันที เก็บหลักฐานการสนทนา สลิปโอนเงิน และรีบแจ้งธนาคารพร้อมเข้าแจ้งความโดยเร็ว
Advertisement