Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สรุปเกณฑ์‘บัตรคนจน’2569 ใครได้สิทธิบ้าง? หากยื่นไม่ผ่านอุทธรณ์อย่างไร?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สรุปเกณฑ์‘บัตรคนจน’2569 ใครได้สิทธิบ้าง? หากยื่นไม่ผ่านอุทธรณ์อย่างไร?

4 มิ.ย. 69
13:29 น.
แชร์

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ หรือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” กำหนดหลักเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการอย่างละเอียดในหลายมิติ ทั้งสัญชาติ อายุ สถานะบุคคล รายได้ รายจ่าย ทรัพย์สินทางการเงิน วงเงินสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ บัตรเครดิต และกรรมสิทธิ์ในรถ โดยฐานข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติจะเป็นไปตามฐานข้อมูล ณ วันที่คณะกรรมการฯ กำหนด

หลักเกณฑ์รอบใหม่นี้มีความแตกต่างจากรอบที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปลี่ยนมาใช้การตรวจสอบ “รายบุคคล” ไม่ใช่การพิจารณาร่วมกับเกณฑ์ครัวเรือนเหมือนรอบก่อน พร้อมเพิ่มกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิหลายประเภท เช่น นักเรียน นักศึกษา ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท ผู้มีบัญชีหลักทรัพย์ ผู้ถือครองตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป รวมถึงบุคคลที่ถูกผู้มีเงินได้นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน หรือเป็นผู้ที่เกิดก่อนหรือเกิดวันที่ 22 มิถุนายน 2551 อย่างไรก็ตาม การมีสัญชาติไทยและอายุถึงเกณฑ์เป็นเพียงเงื่อนไขเริ่มต้นเท่านั้น ผู้ลงทะเบียนยังต้องไม่อยู่ในกลุ่มบุคคลต้องห้าม และต้องผ่านเกณฑ์รายได้ รายจ่าย ทรัพย์สิน หนี้สิน อสังหาริมทรัพย์ บัตรเครดิต และรถตามที่โครงการกำหนด

สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า หากประสงค์เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ จำเป็นต้อง “ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย” เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่

ส่วนประชาชนที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบที่แล้ว จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน หรือ จปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชน หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ MSO-LOGBOOK ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาจะลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนนำส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

คุณสมบัติหลักของผู้มีสิทธิสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้มีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
  • เป็นผู้ที่เกิดก่อนหรือเกิดวันที่ 22 มิถุนายน 2551
  • มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน หรือมีทรัพย์สินทางการเงินรวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
  • ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต
  • ไม่ถือครองอสังหาริมทรัพย์เกินหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  • ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นรถบางประเภทที่โครงการอนุญาต

ในด้านทรัพย์สินทางการเงิน ผู้ลงทะเบียนต้องไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน หรือหากมีทรัพย์สินทางการเงิน ต้องมีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท โดยทรัพย์สินทางการเงินที่นำมาพิจารณา ได้แก่

  • เงินฝากในธนาคารพาณิชย์
  • เงินฝากในบริษัทเงินทุน
  • เงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ธนาคารออมสินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
  • สลากของธนาคารออมสิน
  • สลากของ ธ.ก.ส.
  • สลากของ ธอส.

กรณีผู้ลงทะเบียนมีบัญชีเงินฝากเพื่อผู้เยาว์ บัญชีดังกล่าวจะต้องถูกนำมาพิจารณาคุณสมบัติในการรับสิทธิด้วย เนื่องจากถือว่าผู้ลงทะเบียนเป็นผู้เปิดบัญชีเพื่อผู้เยาว์ และบัญชีนั้นถือเป็นบัญชีของผู้ลงทะเบียน ส่วนกรณีผู้ลงทะเบียนมีบัญชีเงินฝากร่วมกับบุคคลอื่น ธนาคารของเจ้าของบัญชีจะเป็นผู้ตรวจสอบ โดยจะแบ่งจำนวนเงินฝากให้เท่ากันทุกคนที่มีชื่อในบัญชีร่วมกัน หรือหารเท่ากันตามจำนวนเจ้าของบัญชีร่วม

ในด้านสินเชื่อ ผู้ลงทะเบียนต้องไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เงื่อนไขนี้กำหนดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับฐานรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้สนใจลงทะเบียนที่มีหนี้สินยังสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ หากวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และทุกบัญชีไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้ลงทะเบียนต้องไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต โดยบัตรเครดิตหมายถึงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกบัตร ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Non-bank ออกให้แก่ลูกค้า ประโยชน์ของบัตรเครดิต เช่น การใช้แทนเงินสดเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการโดยยังไม่ต้องจ่ายเงินทันที ณ ร้านค้าที่รับบัตร ซึ่งสามารถสังเกตได้จากโลโก้ของเครือข่ายผู้ให้บริการบนบัตรและที่ร้านค้า ตัวอย่างเครือข่ายบัตรเครดิต ได้แก่ VISA, Master Card, American Express, China Union Pay หรือ CUP และ Japan Credit Bureau หรือ JCB

กรณีผู้ลงทะเบียนมีบัตรเครดิตแต่ไม่มีการใช้งาน และยังไม่ได้ยกเลิกบัตรเครดิต จะไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากถือว่ายังเป็นผู้มีบัตรเครดิต ซึ่งโดยทั่วไปการมีบัตรเครดิตจะต้องมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม บัตรกดเงินสดและบัตรเกษตรสุขใจของ ธ.ก.ส. ไม่นับรวมเป็นบัตรเครดิต ดังนั้น ผู้ที่มีบัตรกดเงินสดสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ หากผ่านเงื่อนไขอื่นครบถ้วน

กลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ

โครงการกำหนดกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิไว้หลายประเภท โดยผู้ลงทะเบียนต้องไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้

  • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน หรือผู้ต้องกักขัง
  • บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
  • นักเรียน นักศึกษา
  • ข้าราชการ
  • พนักงานราชการ
  • พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่ได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีในรอบปีปฏิทิน
  • ผู้รับบำเหน็จรายเดือน
  • ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
  • ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

โครงการรอบใหม่ยังกำหนดให้บุคคลที่มีสถานะเกี่ยวข้องกับธุรกิจ การลงทุน หลักทรัพย์ ตราสารหนี้ และประกันชีวิตบางประเภทไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ ได้แก่

  • หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียน
  • หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ หรือบัญชีถือครองตราสารหนี้ ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป

อีกกลุ่มที่ถูกกำหนดเป็นบุคคลไม่เข้าข่าย ได้แก่ บุคคลที่ถูกผู้มีเงินได้นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ได้แก่

  • บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
  • บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้
  • บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้
  • บุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตร
  • คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส

เมื่อพิจารณารวมกัน กลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิในรอบใหม่นี้จึงครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้มีสถานะอยู่ในการดูแลของรัฐ กลุ่มที่ยังอยู่ในระบบการศึกษา กลุ่มข้าราชการหรือผู้ได้รับค่าตอบแทนจากรัฐ กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ กลุ่มผู้มีการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้ กลุ่มผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญในระดับที่กำหนด และกลุ่มบุคคลที่ถูกนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยผู้มีเงินได้

เกณฑ์อสังหาริมทรัพย์ เกษตรกรกับไม่ใช่เกษตรกรต่างกันอย่างไร

ผู้ลงทะเบียนต้องไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือหากมีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด

กรณีมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

สำหรับผู้ที่เป็นเกษตรกร เกณฑ์การพิจารณาอสังหาริมทรัพย์มีรายละเอียดดังนี้

  • หากมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
  • หากมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อนำมารวมกับที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวแล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร เกณฑ์การพิจารณาอสังหาริมทรัพย์มีรายละเอียดดังนี้

  • หากมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
  • หากมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอื่น เมื่อนำมารวมกับที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวแล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

ผู้ที่เป็นเกษตรกร หมายถึงผู้ที่มีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังนั้น ผู้ลงทะเบียนที่จะถือว่าใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ หรือได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

การตรวจสอบการเป็นเกษตรกรจะพิจารณาข้อมูลของผู้ลงทะเบียนตามฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง โดยหน่วยงานที่ใช้ตรวจสอบ เช่น

  • กรมส่งเสริมการเกษตร
  • กรมประมง
  • กรมปศุสัตว์
  • สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย
  • การยางแห่งประเทศไทย

เกณฑ์รถยนต์และยานพาหนะ

ผู้ลงทะเบียนต้องไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะบางประเภทที่โครงการกำหนดไว้

รถที่ได้รับการยกเว้นให้ถือครองได้ ได้แก่

  • รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี
  • รถยนต์สามล้อ
  • รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
  • รถใช้งานเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นรถในประเภทที่ได้รับการยกเว้น ผู้ลงทะเบียนสามารถถือกรรมสิทธิ์ได้ประเภทละไม่เกิน 1 คันเท่านั้น ดังนั้น หากมีกรรมสิทธิ์ในรถนอกเหนือจากประเภทที่กำหนด หรือถือครองรถในประเภทที่ยกเว้นเกินจำนวนที่กำหนด ย่อมไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติของโครงการ

เงื่อนไขเรื่องการถือครองรถเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่เพิ่มเข้ามาในรอบใหม่ โดยมีการระบุประเภทรถที่ยังสามารถถือครองได้อย่างชัดเจน พร้อมจำกัดจำนวนการถือครองต่อประเภท

เกณฑ์ใหม่ต่างจากรอบก่อนอย่างไร

เกณฑ์คุณสมบัติรอบใหม่แตกต่างจากรอบที่ผ่านมาในหลายประเด็น โดยจุดเปลี่ยนสำคัญมีดังนี้

  • ตรวจสอบคุณสมบัติเป็น “รายบุคคล” ต่างจากรอบที่แล้วที่ตรวจสอบเป็นเกณฑ์ครัวเรือนร่วมด้วย
  • เพิ่มนักเรียนและนักศึกษาเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ
  • เพิ่มการตรวจสอบสถานะหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • เพิ่มการตรวจสอบผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • เพิ่มการตรวจสอบผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์
  • เพิ่มการตรวจสอบผู้มีชื่อในบัญชีถือครองตราสารหนี้
  • เพิ่มเกณฑ์ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
  • เพิ่มกลุ่มบุคคลที่ถูกผู้มีเงินได้นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ได้แก่ บิดามารดา บุตร และคู่สมรส
  • เพิ่มเกณฑ์รายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • ระบุประเภททรัพย์สินทางการเงินที่ใช้พิจารณาอย่างชัดเจน
  • เพิ่มเกณฑ์วงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท
  • เพิ่มเกณฑ์การถือครองรถ โดยกำหนดทั้งประเภทรถที่ยกเว้นและจำนวนที่ถือครองได้

กล่าวโดยสรุป รอบใหม่นี้ไม่ได้พิจารณาเฉพาะรายได้เท่านั้น แต่ขยายการตรวจสอบไปยังรายจ่าย ฐานะทางการเงิน หนี้สิน การถือครองทรัพย์สิน สถานะการลงทุน สถานะทางธุรกิจ และความเกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษีของผู้มีเงินได้ด้วย

ผู้มีบัตรเดิมต้องลงทะเบียนอย่างไร

ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า หรือผู้มีสิทธิเดิม หากประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ของโครงการ

กระทรวงการคลังกำหนดช่องทางรองรับการยืนยันการลงทะเบียนไว้ 5 ช่องทาง โดยผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกใช้ช่องทางที่สะดวกเพียงช่องทางเดียว ได้แก่

  • แอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ
  • เว็บไซต์หลักของโครงการhttps://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.thhttps://welfare.mof.go.th
  • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.ธนาคารออมสินธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือธนาคารกรุงไทยฯธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ธอท.

หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารเปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคารและแต่ละสาขา

ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ผู้ลงทะเบียนต้องเข้าไปยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  • เลือก Banner “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
  • ยอมรับเงื่อนไขการลงทะเบียน
  • กดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อลงทะเบียนยืนยันสิทธิ

เมื่อดำเนินการครบถ้วน ถือว่าจบขั้นตอนการลงทะเบียน

ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

ผู้ลงทะเบียนต้อง Log in เข้าใช้งานแอปพลิเคชันทางรัฐให้เรียบร้อย จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  • เลือกบริการ และค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”
  • ระบบจะแสดงข้อมูลตามบัตรประชาชน
  • ตรวจสอบข้อมูลและระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
  • กดขั้นตอนถัดไป และบันทึกข้อมูล
  • อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียน
  • รับทราบเงื่อนไขที่ท้ายแบบฟอร์ม
  • คลิก “ยืนยัน”
  • ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

ผู้ลงทะเบียนสามารถเข้าเว็บไซต์หลักของโครงการผ่าน URL https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  • กดปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน” ที่ปรากฏอยู่ที่หน้าจอหลัก
  • พิสูจน์ตัวตนด้วย 2 วิธี วิธีใดวิธีหนึ่งวิธีที่ 1 ใช้แอปพลิเคชัน ThaIDวิธีที่ 2 กรอกข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด และรหัส Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
  • ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ
  • กดปุ่ม “ยืนยัน” การลงทะเบียน
  • ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

ลงทะเบียนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

ผู้ลงทะเบียนสามารถดำเนินการผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • สัมผัสหน้าจอเพื่อเลือกบริการที่ต้องการ
  • เลือกบริการ “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ”
  • เลือก “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”
  • เสียบบัตรประชาชนที่ช่องรับบัตรประชาชนของตู้ ATM
  • หน้าจอแสดงข้อตกลงความยินยอมของผู้ลงทะเบียน
  • หน้าจอแสดงข้อมูลของผู้ลงทะเบียน เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูล
  • กด “ยืนยัน” หรือ “ตกลง”
  • ระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
  • กดปุ่ม “ถัดไป” หรือ “ตกลง”
  • หน้าจอจะแสดงข้อความ “ธนาคารได้รับข้อมูลของผู้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว”

เมื่อปรากฏข้อความดังกล่าว ถือเป็นการจบขั้นตอนการลงทะเบียน

ลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

กรณีลงทะเบียนที่หน่วยรับลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนต้องเดินทางไปยังธนาคารที่เป็นหน่วยรับลงทะเบียน ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยฯ ธอส. หรือ ธอท. และดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  • ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ธนาคาร
  • เจ้าหน้าที่อ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนผ่านเครื่องอ่านบัตร Smart Card Reader
  • ระบบแสดงข้อมูลชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • กด “บันทึกข้อมูล”
  • อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียน
  • รับทราบเงื่อนไขที่ท้ายแบบฟอร์ม
  • คลิก “ยืนยัน”
  • ระบบแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

ผู้ไม่มีบัตรเดิมลงทะเบียนได้หรือไม่

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ 2 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า กลุ่มนี้ต้องมาลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิผ่าน 5 ช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด
  • กลุ่มตกหล่น หมายถึงกลุ่มที่อยู่ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน หรือ จปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชน หรือ พช. หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ MSO-LOGBOOK ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569

สำหรับกลุ่มตกหล่น กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาจะลงพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อดำเนินการลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และนำส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

กรณีเดินทางไปที่หน่วยรับลงทะเบียน หรือธนาคาร แล้วปรากฏว่าไม่สามารถลงทะเบียนได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า ต้องพิจารณาว่าอยู่ในกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูล จปฐ. ของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน หรืออยู่ในระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวง พม. หรือไม่ หากอยู่ในกลุ่มดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาจะลงพื้นที่เพื่อรับลงทะเบียน

อย่างไรก็ดี หากไม่เคยได้รับความช่วยเหลือของรัฐ และไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลข้างต้น ให้ไปลงทะเบียนรับความช่วยเหลือเบื้องต้นจากกระทรวง พม. เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐต่อไป

วันประกาศผล เริ่มใช้สิทธิ และการยืนยันตัวตน

โครงการกำหนดไทม์ไลน์สำคัญดังนี้

  • ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ: วันที่ 17 กรกฎาคม 2569
  • เริ่มใช้สิทธิ: ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตนแล้ว
  • กรณีรายใหม่ยืนยันตัวตนหลังวันที่ 1 สิงหาคม 2569: ใช้สิทธิได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน
  • กรณีผ่านคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์: เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลังดำเนินการตามเงื่อนไข

สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม หากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ไม่ต้องยืนยันตัวตน หรือ e-KYC ใหม่ และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย

ส่วนผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปยืนยันตัวตน หรือ e-KYC ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ

  • ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ผู้ผ่านสิทธิต้องเปิดใช้ G-Wallet เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และต้องดำเนินการยืนยันตัวตนตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน
  • ยืนยันตัวตนผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ธนาคารที่ให้บริการ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท.

ช่วงเวลาการให้บริการยืนยันตัวตนผ่านธนาคารมีดังนี้

  • ธนาคารกรุงไทยฯ: วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570
  • ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท.: วันที่ 17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569

กรณีผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60/40 อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60/40 ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ควรรีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับตั้งแต่วันประกาศผล คือวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60/40 เช่นเดียวกัน

หากไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องอุทธรณ์อย่างไร

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้ 4 ช่องทาง ได้แก่

  • เว็บไซต์หลักของโครงการ
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
  • แอปพลิเคชันเป๋าตัง

ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และผู้ลงทะเบียนประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ

ช่องทางการอุทธรณ์มีดังนี้

  • เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. โดยให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อให้ธนาคารกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” ให้

หากผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ และเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ไม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน หรือ e-KYC เนื่องจากโครงการมีข้อมูลเดิมของผู้ลงทะเบียนอยู่แล้ว

แต่หากเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน หรือ e-KYC ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หากดำเนินการยืนยันตัวตนล่าช้ากว่านั้น ก็จะได้รับสิทธิเมื่อมีการยืนยันตัวตนแล้ว

กรณีผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง มอบอำนาจได้หรือไม่

กรณีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าไม่สามารถมายืนยันการลงทะเบียนเพื่อขอทบทวนสิทธิได้ด้วยตนเองผ่าน 5 ช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงทะเบียนแทนได้

การมอบอำนาจสามารถทำได้เฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียนเท่านั้น โดยกลุ่มที่สามารถมอบอำนาจได้ ได้แก่

  • ผู้พิการ
  • ผู้ป่วยติดเตียง
  • ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง

เอกสารที่ต้องใช้ในการมอบอำนาจ ได้แก่

  • หนังสือมอบอำนาจสำหรับผู้ลงทะเบียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ของโครงการ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน หรือผู้มอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ หากมี
  • ใบรับรองแพทย์ หากมี

เมื่อต้องดำเนินการที่ธนาคารซึ่งเป็นหน่วยรับลงทะเบียน ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วย

สรุปสาระสำคัญ

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กำหนดให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน หรือเกิดก่อนหรือเกิดวันที่ 22 มิถุนายน 2551 และต้องผ่านเกณฑ์สำคัญหลายด้าน ได้แก่ รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี รายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินรวมไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีวงเงินสินเชื่อหรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต ไม่ถือครองรถเกินเกณฑ์ และไม่ถือครองอสังหาริมทรัพย์เกินหลักเกณฑ์ที่กำหนด

รอบใหม่นี้มีการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นรายบุคคล ไม่ใช้เกณฑ์ครัวเรือนร่วมเหมือนรอบที่ผ่านมา และเพิ่มกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิหลายประเภท ทั้งนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการหรือผู้ได้รับค่าตอบแทนจากรัฐในบางกรณี ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในธุรกิจ ผู้มีบัญชีหลักทรัพย์ ผู้ถือครองตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป และบุคคลที่ถูกผู้มีเงินได้นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการรอบใหม่ ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกรายผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์หลักของโครงการ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ส่วนผู้ไม่มีบัตรเดิมจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูล จปฐ. หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหน่วยงานรัฐจะลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูล

โครงการกำหนดประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตนตามเงื่อนไข โดยผู้มีบัตรเดิมที่ผ่านคุณสมบัติไม่ต้องทำ e-KYC ใหม่ ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่หรือกรณีมอบอำนาจต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร หากไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล และหากผ่านคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลังดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด.

แชร์
สรุปเกณฑ์‘บัตรคนจน’2569 ใครได้สิทธิบ้าง? หากยื่นไม่ผ่านอุทธรณ์อย่างไร?