กินข้าวแดงยาว! ฎีกาพิพากษากลับจำคุก ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ 37 ปี 4 เดือน!

เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้คุมตัว นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ มือปืนป๊อบคอร์น มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ตกเป็นจำเลย ความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นฯ โดยศาลพิพากษากลับให้ยืนตามศาลชั้นต้น คือ จำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน จากกรณีมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับฝ่ายผู้ชุมนุม นปช. เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 57 โดยจำเลยกับพวกไปที่สี่แยกหลักสี่ซึ่งเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์กระทบความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แล้วยิงปืนเข้าไปในศูนย์การค้า ไอทีสแควร์ จนทำให้นายอะแกว แซ่ลิ่ว เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน วันที่ 7 พ.ย. 61 ศาลฏีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ได้นำภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ตเปรียบเทียบกับจำเลยที่มีรูปร่างอ้วนเหมือนกันสวมใส่ชุดเดียวกันอีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็ยืนยันว่าชายชุดดำที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ตคือตัวจำเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยคือคนเดียวกันกับมือปืนป๊อปคอร์น ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากด้วยความสมัครใจและเขียนคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองเมื่อตรวจสอบร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ตามที่จำเลย กล่าวอ้างว่าตำรวจข่มขู่ให้รับสารภาพนั้นยังรับฟังไม่ได้ เห็นว่าที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้น เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและสำนึกในสิ่งที่ได้ทำลงไป แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าจำเลย เป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิต แต่จำเลยร่วมชุมนุมตั้งแต่แรก และภาพถ่ายในอินเตอร์เน็ตปรากฏชัดเจน จำเลยต้องร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย […]

โดนอีก! ออกหมายจับใบที่ 4 ‘ทักษิณ’ ปมปล่อยกู้เอ็กซิมแบงค์

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ สั่งออกหมายจับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ ให้กับรัฐบาลเมียนมาวงเงิน 4,000 ล้านบาท ถือเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทชินคอร์ป ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ ให้กับรัฐบาลเมียนมาวงเงิน 4,000 ล้านบาท ถือเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทชินคอร์ป สำหรับคดีดังกล่าว ศาลฎีกาได้จำหน่ายคดีเป็นการชั่วคราวไว้ตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจากนายทักษิณ หลบหนีคดี และสั่งออกหมายจับนายทักษิณไปแล้ว แต่ป.ป.ช.ได้ยื่นเรื่องต่อศาล ขอพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ตามที่กฎหมายใหม่ได้ให้อำนาจไว้ ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลานัด อัยการโจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดเดินทางมาศาล องค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันนี้จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล และไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนนัดพิจารณาคดี จึงให้ออกหมายจับจำเลยต่อไป

ศาลฎีกาฯ ออกหมายจับ ‘ทักษิณ’ เบี้ยวฟังคดีทีพีไอ

วันนี้ (22 มิ.ย. 61) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรกคดีกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน ทั้งนี้จำเลยทั้งหมดไม่เดินทางไปศาล ศาลถือเป็นการปฏิเสธตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ และร่นระยะเวลาติดตามตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหลือ 1 เดือน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรกคดี นายทักษิณ ชินวัตร ให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน โดยคดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม […]

ปิดฉากคดีฆ่า ‘เอกยุทธ อัญชัญบุตร’ ศาลฎีกายืนจำคุก ‘พ่อบอล’ 1 ปี 4 เดือนรับของโจร

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 60 ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง กับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น, หน่วงเหนี่ยว กักขัง และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯลฯ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2556 นายบอล สันติภาพ ซึ่งเป็นอดีตคนขับรถของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ได้ร่วมกับ นายสุทธิพงศ์ ใช้ปืนและมีด ปล้นเอาทรัพย์และใช้เชือกรัดคอจน นายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้างที่ จังหวัดพัทลุง โดยมี นายชวลิต และ นายทิวากร ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ.ส.อ.อิทธิพล […]

‘ศรีวราห์’ ลุ้นอินเตอร์โพลออกหมายแดงตามจับตัว ‘ยิ่งลักษณ์’

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้ร้องขอตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 ก.ย. 60) ขอให้ออกหมายแดงเพื่อให้ 192 ประเทศสมาชิกทั่วโลก จับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต ไปอังกฤษ พร้อมกับส่งหมายแดงให้อินเตอร์โพล เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีหมายจับแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอินเตอร์โพล พร้อมรายงานการพิจารณาขอหมายแดงจับกุมนางสาวยิ่งลักษณ์ ต่ออัยการสูงสุด ทั้งนี้ หากอินเตอร์โพล อนุมัติหมายแดง ตำรวจในประเทศที่เป็นสมาชิกสามารถจับกุมได้ทันที โดยไม่ขอแสดงความเห็นกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ในข่ายออกหมายแดงได้หรือไม่ ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอเส้นผมและของใช้ส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เก็บจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้หญิงที่พบในรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ที่ตรวจยึดได้ว่าเป็นรถยนต์ที่พานางสาวยิ่งลักษณ์ ไปยัง จ.สระแก้วหรือไม่ คาดจะทราบผลดีเอ็นเอ 1-2 วันนี้ หากดีเอ็นเอเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะมีการดำเนินคดี […]

ยังไร้คำตอบจากอังกฤษ ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอนหรือไม่ ใกล้สรุปผลสอบ ‘พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์’ พาปูหลบหนี

ยังไม่มีคำยืนยันจากทางการอังกฤษว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในประเทศ หลังจากทางการไทย ประสานเรื่องไป ส่วนความคืบหน้า ในการตรวจสอบนายตำรวจ ที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี ล่าสุดผลการสอบคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 แล้ว โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีออกนอกประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้การสืบสวนข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 90 เหลือเพียงคำชี้แจงจาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ และผลการตรวจดีเอ็นเอภายในรถคัมรี่ต้องสงสัยที่ใช้ในการหลบหนี ที่คาดว่าจะรู้ผลในอีก 1-2 วันนี้ เพื่อนำมาประกอบเป็นหลักฐานพิจารณาทั้งทางวินัยและอาญาที่เกี่ยวข้อง หาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เข้าชี้แจงก็สามารถสรุปความเห็นได้ทันที โดยในส่วนของคดีอาญา หากพบความผิดจะส่งความเห็นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีต่อ ขณะที่ทางวินัยซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงไล่ออก ก็จะเสนอความเห็นให้รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) มีคำสั่งต่อไป ส่วนการติดตามตัวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ […]

ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ยัน ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอน เตรียมขอลี้ภัยอังกฤษ (คลิป)

ข้อมูลการข่าวของรัฐบาลทีระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี อยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูจะขัดกับรายงานข่าวในหน้าเว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเช้าวันนี้ (29 ก.ย.60) ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่กรุงลอนดอน และกำลังดำเนินการขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข่าวภายในพรรคเพื่อไทย แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากดูไบ ไปที่กรุงลอนดอนตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม.

ทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ ขอพิจารณาคำพิพากษาก่อนยื่นอุทธรณ์ ด้าน ตร.พร้อมประสานกำลังจับกุม

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 15.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาความผิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโครงการรับจำนำข้าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพิพากษาเป็นเอกฉันท์ ให้จำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้ง ทำให้เกิดความเสียหายในในโครงการรับจำนำข้าว โดยเริ่มอ่านคำพิพากษาตั้งแต่เวลา 11.00 น. รวมเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง มีประเด็นในการพิจารณาว่ามีความผิด คือ การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพราะจำเลยทราบว่าสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเวลาที่จะสามารถระงับยับยั้งได้ แต่ก็ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายบุญทรง กับพวกแสวงหาผลประโยชน์จากการระบายข้าวจึงถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง พร้อมทีมทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า จะต้องพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการดำเนินการต่อไป และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยื่นอุธทรณ์หรือไม่ อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะรายงานผลคำพิพากษาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบได้อย่างไร เพราะตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ และคาดว่าภายหลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบผลการตัดสินจากสื่อแล้วน่าจะติดต่อกลับมา ส่วนการพิจารณาคดีวันนี้มีเรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจีเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งตลอดระยะเวลาการต่อสู้คดีที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ตัวโครงการเป็นเหตุผลในการต่อสู้นั้นจะมีผลหรือไม่นายนรวิชญ์ ระบุว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องขอพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน นอกจากนี้ยังกล่าวว่าในฐานะทนายก็ได้ทำหน้าที่ของที่ทนายอย่างเต็มที่ ศาลก็ได้ทำหน้าที่ของศาล […]

ศาลฎีกาฯ เตรียมอ่านคำพิพากษาลับหลังคดี ‘จำนำข้าว’ คาดเริ่ม 11.00 น.

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยขณะนี้องค์คณะผู้พิพากษาได้ประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษากลางตั้งแต่เวลา 07.00 น. ซึ่งคาดว่าจะสามารถขึ้นอ่านคำพิพากษาได้ในเวลา 11.00 น. ทั้งนี้ การที่ต้องทำคำพิพากษากลางในวันนี้ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ศาลต้องรอให้จำเลยปรากฏตัว จึงไม่ได้ทำคำพิพากษากลางไว้ แต่ครั้งนี้ตามกฎหมายหลังการออกหมายจับจำเลย เนื่องจากไม่มาคำพิพากษาของศาลเป็นเวลา 30 วัน ศาลจึงทำคำพิพากษากลางในวันนี้ พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นความล่าช้าเป็นแต่ธรรมเนียมการปฏิบัติตามปกติของศาล นอกจากนี้ ศาลงดอ่านคำพิพากษาในคดีการระบายข้าวแบบจีทูจี โดยถือว่าจำเลยที่ 21 นางสาวธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง รู้ผลการตัดสินแล้วในทางคดีให้จำจึงให้คุกจำเลย 4 ปี และออกหมายจับเพื่อมารับโทษ.

ฎีกาพิพากษายืน ยกฟ้อง ‘มาร์ค-เทือก’ คดีสลายการชุมนุม นปช.ปี 53 เหตุไม่อยู่ในอำนาจศาล ส่งฟ้องผิดขั้นตอน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 660 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องสำนวนคดีที่พนักงานอัยการพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 84 เนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของศาล ทั้งนี้ ศาลฎีการะบุว่า คดีต้องยื่นให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและยื่นฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่ดีเอสไอทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลอาญา เนื่องจากคดีสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ปี 542 สำหรับคดีสลายการชุมนุม นปช.ปี 53 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7 เม.ย. – 19 พ.ค.53 จำเลยกับพวกร่วมกันมีคำสั่งให้มีการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วม นปช.โดยใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจริงเพื่อขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

‘ฮุนเซน’ ออกโรงยืนยัน ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่ได้ใช้กัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนีไปสิงคโปร์

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้กัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนีต่อไปยังสิงคโปร์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 60 นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยในรายงานของสื่อกัมพูชาอ้างคำพูดของนายกฯ ฮุน เซน ที่ขึ้นเวทีแถลงต่อหน้าแรงงานชาวกัมพูชาในกรุงพนมเปญ ยืนยันว่าจากการตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินและสนามบินในประเทศ ไม่พบชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางเข้าออกตามที่มีข่าวลือ ขณะที่นายเขียว โสเพียก โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางเข้ากัมพูชาอย่างแน่นอน และถ้าหากว่าเธอเข้ามาหลบซ่อนจริง กัมพูชาก็พร้อมส่งตัวเธอกลับประเทศไทยทันที  

ครอบครัวเข้าเยี่ยม ‘บุญทรง’ เป็นห่วงอาการไซนัส-ภูมิแพ้ หารือทนายลุ้นยื่นประกันตัวรอบ 2

ครอบครัวพร้อมทนายความส่วนตัวเข้าเยี่ยม “บุญทรง” ปรึกษายื่นขอประกันครั้งที่ 2 ยอมรับเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ เนื่องจากผู้ต้องขังมีโรคประจำตัว เมื่อเช้าวันที่ 28 ส.ค. 60 นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ และครอบครัว เข้าเยี่ยม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องกลายมาเป็นผู้ต้องขังในคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา ให้จำคุก 42 ปี ซึ่งนายบุญทรงและพวกได้ถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา นายนรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเข้าเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ปัจจุบันของนายบุญทรง เบื้องต้นทราบว่านายบุญทรงมีโรคประจำตัว เป็นไซนัส และภูมิแพ้ ซึ่งก็ได้เตรียมยามาด้วย การเข้าเยี่ยมวันนี้จะมีครอบครัว และ ญาติของนายบุญทรงเข้ามาเยี่ยม 2 รอบ คือรอบเช้า และรอบเย็น นอกจากนี้มีเรื่องที่จะต้องหารือด้วยกัน 2 เรื่อง คือการประกันตัว และการยื่นอุทธรณ์ โดย 2 เรื่องนี้จะมีการพูดคุยและตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งหากหารือกันแล้วตกลงว่าจะมีการยื่นประกัน ก็จะเดินทางไปที่ศาลฎีกาฯ เพื่อยื่นประกันครั้งที่ […]

รู้จัก ‘โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน’ ภัยใกล้ตัว ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ ‘ยิ่งลักษณ์’

จากกรณีที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เลื่อนการเข้าพบศาล โดยให้เหตุผลว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน นั้น ทีมข่าวได้ตรวจสอบกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลยันยี เผยความเครียดนอนไม่หลับ อาการเจ็บป่วย เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน สามารถเกิดได้ทั้งในเพศชายและหญิงผู้ป่วย ที่มีอาการหนักจะไม่สามารถเดินทางได้ นายแพทย์ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล อายุรแพทย์ทั่วไป ประจำโรงพยาบาลยันฮี ระบุว่า โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้นจากโรคอื่นๆ ที่มาจากความเครียด นอนไม่หลับ อาการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อไวรัสต่างๆซึ่งถือเป็นภาวะแทรกซ้อน ที่ทำให้เกิดอาการบางชนิด เช่น เวียนหัว บ้านหมุน ขณะที่บางรายเป็นหนักจะไม่สามารถเดินทางได้ ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยมักจะแนะนำให้นอนนิ่งๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ หรือไม่เปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วเพื่อให้ภาวะน้ำในหูไม่ถูกกระตุ้นมากเกินไป สำหรับผู้ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันพบได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ถึง 60 ปีทั้งในเพศชายและเพศหญิง ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ารับการรักษา จะต้องดูตามอาการว่ามีมากน้อยเท่าใด หรือเกี่ยวเนื่องกับความผิดปกติของหูชั้นในถูกกระตุ้นหรือไม่ ซึ่งบางครั้งต้องตรวจร่วมกับโรคกล้ามเนื้อและระบบประสาทด้านอื่นๆด้วย

‘…เขาอาจป่วยจริงก็ได้’ นักวิชาการให้ความเห็นทางกฎหมายกรณี ‘ยิ่งลักษณ์’ เบี้ยวศาล ไม่ส่งผลต่อคำพิพากษา (คลิป)

กรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นเรื่องต่อศาลว่า จำเลยไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยอ้างเหตุผลว่า น้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ศาลได้อนุมัติหมายจับจำเลยและปรับนายประกันเต็มสัญญา พร้อมกับเลื่อนฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 27 ก.ย. 2560 ในแง่ของกฎหมายมีผลกระทบต่อรูปคดีนี้อย่างไร โดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชานิติศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การไม่มาปรากฏตัวของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ในวันนี้ ไม่ส่งผลต่อรูปคดีในเรื่องที่ได้พิจารณากันไปแล้ว ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนได้ลงความเห็นทำคำวินิจฉัยกลางเรียบร้อย รอเพียงให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาปรากฏตัวในการอ่านคำพิพากษาครั้งถัดไป (27 ก.ย.) หากยังไม่มาปรากฏตัว ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งว่า สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้หรือไม่ หากเป็นการพิจารณาภายใต้กฎหมายเดิมนั้น หากยังไม่พ้นสิทธิ์อุทธรณ์ก็ไม่สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ แต่ถ้าหากพิจารณาภายใต้กฎหมายใหม่ ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาได้เลย โดยคำพิพากษาที่ออกมาแล้วนั้น จะไม่มีการนำกรณีไม่มาปรากฏตัวไปตัดสินเพิ่มโทษ หรือแก้ไขคำพิพากษาแต่อย่างใด รศ.ดร.เจษฏร์ ยังให้ความเห็นกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มาปรากฏตัวที่ศาลว่า อาจเกิดจากอาการป่วยจริงก็ได้ เพราะหากเป็นเหตุสุดวิสัยก็เป็นเรื่องที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ควรให้ความเป็นธรรมกับจำเลยด้วย แต่ถ้าหากไม่ได้ป่วยจริง หรือมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะไม่มาฟังคำพิพากษา ก็คงมีการพิจารณาไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะนับจากวันแถลงปิดคดีวันที่ 1 […]

คุมตัว ‘บุญทรง’ พร้อมพวกเข้าเรือนจำ รอตรวจสุขภาพ ทำประวัติ-ส่งแดนแรกรับ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา ในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ซึ่งศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาตัดสินตัดสินจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 42 ปี พร้อมพวก 28 คน โทษลดหลั่นกันไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบุญทรง ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว โดยบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำ เต็มไปด้วยสื่อมวลชนเดินทางมาปักหลักรอทำข่าวอยู่บริเวณด้านหน้า ขณะเดียวกันทางเรือนจำได้มีการมาตรการดูแลความปลอดภัยหนาแน่น โดยตั้งจุดคัดกรอง ตรวจรถทุกชนิดที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่เรือนจำ เพื่อตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ามีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจแต่อย่างใด หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายบุญทรง พร้อมพวก เข้าสู่กระบวนการคุมขัง โดยจะมีการตรวจร่างกาย พร้อมจัดทำประวัติ และส่งตัวเข้าสู่แดนแรกรับ ก่อนจะนำตัวไปยังพื้นที่คุมขังต่อไป

‘บุญทรง’ พร้อมน้อมรับคำตัดสินคดีระบายข้าวจีทูจี แถมเตรียมหลักทรัพย์ไว้รอแล้ว

นอกจากคดีจำนำข้าวของ อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว ยังมีอีกคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำตัดสินในวันที่ 25 ส.ค. 60 คือคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวกเป็นจำเลย ล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยนายบุญทรง เปิดเผยก่อนเข้าฟังคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ว่า ไม่กังวลเพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้เต็มที่ เพราะได้แสดงหลักฐานอย่างเต็มที่แล้ว วันนี้ได้มีการเตรียมหลักทรัพย์และหลักฐานในการยื่นประกันตัว และยื่นอุทธรณ์ในคดี หากศาลพิพากษาว่าตนมีความผิด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องการยื่นอุทธรณ์ พร้อมยอมรับว่า คำตัดสินคดีในวันนี้จะส่งผลต่อคดีคำสั่งยึดทรัพย์ เพื่อชดเชยความเสียหายที่ตนเองได้ขอยื่นต่อศาลปกครองให้ทุเลาการยึดทรัพย์ของรัฐบาล แต่ส่วนตัวไม่ได้กังวล เพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้มีจำเลยหลบหนี 2 ราย และศาลฎีกาฯได้ออกหมายจับไปแล้ว ได้แก่ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ ‘หมอโด่ง’ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสุธี เชื่อมไธสง.

‘สื่อนอก’ ทั่วโลกเล่นข่าวใหญ่ ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้เป็นประเด็นที่สื่อต่างประเทศให้ความสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค. 60 หลายสำนักข่าวส่งทีมไปเกาะติดสถานการณ์หน้าศาล และรายงานในเว็บไซต์ รวมถึงช่องทางต่างๆ ทันทีที่ทราบว่าศาลอนุมัติออกหมายจับ บัญชีทวิตเตอร์ของสำนักข่าวอัลจาซีราขึ้นข้อความว่า “เบรกกิ้วนิวส์” หรือข่าวด่วน ระบุว่าศาลไทยออกหมายจับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่มาฟังคำพิพากษา ด้านซีเอ็นเอ็น (CNN) เป็นภาพอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยกมือไหว้ มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมข้อความบอกว่าศาลออกหมายจับหลังเบี้ยวไม่เดินทางมาในวันนี้ เว็บไซต์ของ เดอะ การ์เดี้ยน (The Guardian) รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกออกหมายจับ ในคดีจำนำข้าว ที่เธอมีโอกาสถูกตัดสินว่าผิดจริง มีโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี นอกจากนั้น ในข่าวเขียนด้วยว่าถ้าหากศาลตัดสินว่าผิด ก็อาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากันระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่ สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงานสถานการณ์ล่าสุด ว่าศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็น 27 ก.ย. 60 พร้อมกับมีไทม์ไลน์โครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้เธอถูกตัดสิทธิทางการเมือง ก่อนหน้านี้ บีบีซียังบอกด้วยว่าคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางการเมืองไทย รวมถึงมิติอีกหลายด้านในสังคมไทย นอกจากที่กล่าวมา ก็มีสื่อยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ อีก ทั้งเอพี (AP) เอเอฟพี (AFP) […]

ทนายแจงเพิ่งทราบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ป่วย เหตุไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันศาล ปัดตอบยังอยู่ในไทยหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังทราบว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อนุมัติหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า ตนก็เพิ่งได้รับทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.วันนี้ โดยเป็นการติดต่อผ่านตัวแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีอาการป่วยเพราะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะติดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางตัวแทนเท่านั้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้นำใบรับรองแพทย์มายืนยันต่อศาล ก็เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินและเพิ่งได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนการที่ศาลอนุมัติหมายจับแล้วหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาพบศาลก่อนวันที่ 27 ก.ย. 60 ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว จะทำให้ศาลเพิกถอนหมายจับหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

keyboard_arrow_up