รัฐบาลเมียนมาประกาศหนุน 2 จำเลย ‘คดีเกาะเต่า’ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ

รัฐบาลเมียนมา เตรียมให้การสนับสนุนซอว์ ลิน และ วิน ซอว์ ตุน สองจำเลยชาวเมียนมา ในการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ หลังจากที่ทั้งคู่ถูกศาลฎีกาของไทยตัดสินประหารชีวิต ในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า “อิระวดี ด็อท คอม” เว็บไซต์ข่าวยักษ์ใหญ่ของเมียนมา รายงานข่าวว่าวันนี้ (3 ก.ย.62) อู เถี่ยน ชเว รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมา ออกมายืนยันที่กรุงเนปีดอว์ เมืองหลวงของประเทศ โดยระบุ รัฐบาลเมียนมา กำลังประสานกับทางการไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายไทยในการขอพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษชาวเมียนมาทั้งสอง ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ซอว์ ลิน และ วิน ซอว์ ตุน สองแรงงานชาวเมียนมา เตรียมยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษภายใน 60 วัน หลังจาก ศาลฎีกาของไทย มีคำพิพากษายืน ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางภาคใต้ของไทยที่ถูกขนานนามให้เป็น “เกาะแห่งความตาย” รายงานข่าวระบุว่า จะมีการยื่นเรื่องเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับแรงงานชาวเมียนมาทั้งสองคนภายในกรอบเวลา 60 วัน ตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ เพื่อช่วยไม่ให้ทั้งสองคนต้องถูกนำตัวไปประหารชีวิต และการขอพระราชทานอภัยโทษถือเป็น “ที่พึ่งสุดท้าย” […]

ศาลฎีกาพิพากษาประหาร 2 เมียนมา คดีฆาตกรรม นทท.ชาวอังกฤษที่เกาะเต่า

ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตชาวเมียนมา 2 คน คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษ เหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อเดือนกันยายน ปี 2557 วันนี้ ( 29 ส.ค.62) ศาลจังหวัดนนทบุรี นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายซอลิน จำเลยที่ 1 และนายเวพิว จำเลยที่ 2 สองจำเลยชาวเมียนมาร์ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริจ อายุ 23 ปี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี คดีนี้เกิดเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีผู้พบศพนายเดวิด และน.ส.ฮานนาห์ ที่บริเวณหาดทรายรี เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมจำเลยได้ และมีการส่งฟ้องตามกระบวนการ จนในวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่ทีมทนายความจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2560 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ทนายความจำเลยจึงยื่นฎีกานำมาซึ่งการฟังคำพิพากษาในวันนี้ ล่าสุด […]

“น้องแป้ง” ร่ำไห้ “มิตร มิตรชัย” เจอคุก 6 ปีคดีฉ้อโกง ครอบครัวเครียดหนัก ห่วงสภาพจิตใจคุณย่า

“น้องแป้ง มิตรชัย” ลูกสาว “ไชยา มิตรชัย” ยอมรับครอบครัวเครียดหนักหลังเมื่อวานนี้ 25 ก.ค. 2562 ศาลฎีกาจังหวัดธัญบุรี ตัดสินจำคุก “มิตร มิตรชัย” 6 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ชดใช้หนี้ 27 ล้านเศษ ฐานฉ้อโกงต่ออดีตคนรัก ร่ำไห้ห่วงสภาพจิตใจคุณย่า เพราะมิตรเป็นหลานคนโปรด ปัดไม่รู้เรื่องญาติไม่ไปประกันตัว ถามถึงเรื่องคดีที่ “มิตร มิตรชัย” ถูกตัดสินจำคุก? “เอาจริงๆหนูไม่ค่อยได้เจอมิตรเท่าไหร่ อาจจะมีเจอล่าสุดที่งานร้องเพลงด้วยกันที่พิษณุโลก เขาเข้มแข็งค่ะ หนูก็คุยกับเขาเป็นระยะๆ เป็นห่วงเราพี่น้องกัน แต่ในเมื่อศาลตัดสินมาแล้วก็ต้องเคารพในคำตัดสินของศาลค่ะ” เมื่อวานไม่มีญาติไปประกันตัว? “ต้องบอกว่าเรื่องนี้หนูแทบจะไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะช่วงนี้กับคุณพ่อเองก็ยังไม่ได้เจอกัน กับมิตรก็ค่อนข้างจะอยู่ไกลกัน เราก็เพิ่งมารู้ มิตรก็ไม่ได้บอกว่ามีอะไรตัดสินเมื่อไหร่ หนูก็เลยไม่ทราบรายละเอียดจริงๆค่ะ เมื่อวานพอรู้ข่าวก็โทรไปหาเขา แต่เขาไม่ได้รับสาย เราก็ถามญาติพี่น้องคนอื่นๆก็มีไปนะคะ เขาเพิ่งมาบอกเรา หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน” ครอบครัวเครียดขนาดไหน? “เครียดค่ะ เราก็อยู่ด้วยกันมา ซ้อมลิเกทุกอย่าง แต่ว่ามิตรเขาเข้มแข็งนะคะ หนูก็เสียใจล่ะค่ะ (เสียงสั่น)” ได้คุยกับพ่อเอไหม สภาพจิตใจคุณพ่อเป็นอย่างไร? “ตอนนี้ก็คือเป็นห่วงย่าค่ะ (ร้องไห้)” […]

กินข้าวแดงยาว! ฎีกาพิพากษากลับจำคุก ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ 37 ปี 4 เดือน!

เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้คุมตัว นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ มือปืนป๊อบคอร์น มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ตกเป็นจำเลย ความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นฯ โดยศาลพิพากษากลับให้ยืนตามศาลชั้นต้น คือ จำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน จากกรณีมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับฝ่ายผู้ชุมนุม นปช. เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 57 โดยจำเลยกับพวกไปที่สี่แยกหลักสี่ซึ่งเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์กระทบความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แล้วยิงปืนเข้าไปในศูนย์การค้า ไอทีสแควร์ จนทำให้นายอะแกว แซ่ลิ่ว เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน วันที่ 7 พ.ย. 61 ศาลฏีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ได้นำภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ตเปรียบเทียบกับจำเลยที่มีรูปร่างอ้วนเหมือนกันสวมใส่ชุดเดียวกันอีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็ยืนยันว่าชายชุดดำที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ตคือตัวจำเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยคือคนเดียวกันกับมือปืนป๊อปคอร์น ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากด้วยความสมัครใจและเขียนคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองเมื่อตรวจสอบร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ตามที่จำเลย กล่าวอ้างว่าตำรวจข่มขู่ให้รับสารภาพนั้นยังรับฟังไม่ได้ เห็นว่าที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้น เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและสำนึกในสิ่งที่ได้ทำลงไป แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าจำเลย เป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิต แต่จำเลยร่วมชุมนุมตั้งแต่แรก และภาพถ่ายในอินเตอร์เน็ตปรากฏชัดเจน จำเลยต้องร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย […]

โดนอีก! ออกหมายจับใบที่ 4 ‘ทักษิณ’ ปมปล่อยกู้เอ็กซิมแบงค์

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ สั่งออกหมายจับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ ให้กับรัฐบาลเมียนมาวงเงิน 4,000 ล้านบาท ถือเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทชินคอร์ป ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ ให้กับรัฐบาลเมียนมาวงเงิน 4,000 ล้านบาท ถือเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทชินคอร์ป สำหรับคดีดังกล่าว ศาลฎีกาได้จำหน่ายคดีเป็นการชั่วคราวไว้ตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจากนายทักษิณ หลบหนีคดี และสั่งออกหมายจับนายทักษิณไปแล้ว แต่ป.ป.ช.ได้ยื่นเรื่องต่อศาล ขอพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ตามที่กฎหมายใหม่ได้ให้อำนาจไว้ ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลานัด อัยการโจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดเดินทางมาศาล องค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันนี้จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล และไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนนัดพิจารณาคดี จึงให้ออกหมายจับจำเลยต่อไป

ศาลฎีกาฯ ออกหมายจับ ‘ทักษิณ’ เบี้ยวฟังคดีทีพีไอ

วันนี้ (22 มิ.ย. 61) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรกคดีกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน ทั้งนี้จำเลยทั้งหมดไม่เดินทางไปศาล ศาลถือเป็นการปฏิเสธตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ และร่นระยะเวลาติดตามตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหลือ 1 เดือน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรกคดี นายทักษิณ ชินวัตร ให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน โดยคดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม […]

ปิดฉากคดีฆ่า ‘เอกยุทธ อัญชัญบุตร’ ศาลฎีกายืนจำคุก ‘พ่อบอล’ 1 ปี 4 เดือนรับของโจร

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 60 ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง กับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น, หน่วงเหนี่ยว กักขัง และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯลฯ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2556 นายบอล สันติภาพ ซึ่งเป็นอดีตคนขับรถของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ได้ร่วมกับ นายสุทธิพงศ์ ใช้ปืนและมีด ปล้นเอาทรัพย์และใช้เชือกรัดคอจน นายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้างที่ จังหวัดพัทลุง โดยมี นายชวลิต และ นายทิวากร ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ.ส.อ.อิทธิพล […]

‘ศรีวราห์’ ลุ้นอินเตอร์โพลออกหมายแดงตามจับตัว ‘ยิ่งลักษณ์’

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้ร้องขอตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 ก.ย. 60) ขอให้ออกหมายแดงเพื่อให้ 192 ประเทศสมาชิกทั่วโลก จับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต ไปอังกฤษ พร้อมกับส่งหมายแดงให้อินเตอร์โพล เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีหมายจับแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอินเตอร์โพล พร้อมรายงานการพิจารณาขอหมายแดงจับกุมนางสาวยิ่งลักษณ์ ต่ออัยการสูงสุด ทั้งนี้ หากอินเตอร์โพล อนุมัติหมายแดง ตำรวจในประเทศที่เป็นสมาชิกสามารถจับกุมได้ทันที โดยไม่ขอแสดงความเห็นกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ในข่ายออกหมายแดงได้หรือไม่ ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอเส้นผมและของใช้ส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เก็บจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้หญิงที่พบในรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ที่ตรวจยึดได้ว่าเป็นรถยนต์ที่พานางสาวยิ่งลักษณ์ ไปยัง จ.สระแก้วหรือไม่ คาดจะทราบผลดีเอ็นเอ 1-2 วันนี้ หากดีเอ็นเอเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะมีการดำเนินคดี […]

ยังไร้คำตอบจากอังกฤษ ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอนหรือไม่ ใกล้สรุปผลสอบ ‘พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์’ พาปูหลบหนี

ยังไม่มีคำยืนยันจากทางการอังกฤษว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในประเทศ หลังจากทางการไทย ประสานเรื่องไป ส่วนความคืบหน้า ในการตรวจสอบนายตำรวจ ที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี ล่าสุดผลการสอบคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 แล้ว โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีออกนอกประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้การสืบสวนข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 90 เหลือเพียงคำชี้แจงจาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ และผลการตรวจดีเอ็นเอภายในรถคัมรี่ต้องสงสัยที่ใช้ในการหลบหนี ที่คาดว่าจะรู้ผลในอีก 1-2 วันนี้ เพื่อนำมาประกอบเป็นหลักฐานพิจารณาทั้งทางวินัยและอาญาที่เกี่ยวข้อง หาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เข้าชี้แจงก็สามารถสรุปความเห็นได้ทันที โดยในส่วนของคดีอาญา หากพบความผิดจะส่งความเห็นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีต่อ ขณะที่ทางวินัยซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงไล่ออก ก็จะเสนอความเห็นให้รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) มีคำสั่งต่อไป ส่วนการติดตามตัวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ […]

ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ยัน ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอน เตรียมขอลี้ภัยอังกฤษ (คลิป)

ข้อมูลการข่าวของรัฐบาลทีระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี อยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูจะขัดกับรายงานข่าวในหน้าเว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเช้าวันนี้ (29 ก.ย.60) ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่กรุงลอนดอน และกำลังดำเนินการขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข่าวภายในพรรคเพื่อไทย แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากดูไบ ไปที่กรุงลอนดอนตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม.

ทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ ขอพิจารณาคำพิพากษาก่อนยื่นอุทธรณ์ ด้าน ตร.พร้อมประสานกำลังจับกุม

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 15.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาความผิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโครงการรับจำนำข้าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพิพากษาเป็นเอกฉันท์ ให้จำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้ง ทำให้เกิดความเสียหายในในโครงการรับจำนำข้าว โดยเริ่มอ่านคำพิพากษาตั้งแต่เวลา 11.00 น. รวมเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง มีประเด็นในการพิจารณาว่ามีความผิด คือ การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพราะจำเลยทราบว่าสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเวลาที่จะสามารถระงับยับยั้งได้ แต่ก็ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายบุญทรง กับพวกแสวงหาผลประโยชน์จากการระบายข้าวจึงถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง พร้อมทีมทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า จะต้องพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการดำเนินการต่อไป และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยื่นอุธทรณ์หรือไม่ อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะรายงานผลคำพิพากษาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบได้อย่างไร เพราะตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ และคาดว่าภายหลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบผลการตัดสินจากสื่อแล้วน่าจะติดต่อกลับมา ส่วนการพิจารณาคดีวันนี้มีเรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจีเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งตลอดระยะเวลาการต่อสู้คดีที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ตัวโครงการเป็นเหตุผลในการต่อสู้นั้นจะมีผลหรือไม่นายนรวิชญ์ ระบุว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องขอพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน นอกจากนี้ยังกล่าวว่าในฐานะทนายก็ได้ทำหน้าที่ของที่ทนายอย่างเต็มที่ ศาลก็ได้ทำหน้าที่ของศาล […]

ศาลฎีกาฯ เตรียมอ่านคำพิพากษาลับหลังคดี ‘จำนำข้าว’ คาดเริ่ม 11.00 น.

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยขณะนี้องค์คณะผู้พิพากษาได้ประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษากลางตั้งแต่เวลา 07.00 น. ซึ่งคาดว่าจะสามารถขึ้นอ่านคำพิพากษาได้ในเวลา 11.00 น. ทั้งนี้ การที่ต้องทำคำพิพากษากลางในวันนี้ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ศาลต้องรอให้จำเลยปรากฏตัว จึงไม่ได้ทำคำพิพากษากลางไว้ แต่ครั้งนี้ตามกฎหมายหลังการออกหมายจับจำเลย เนื่องจากไม่มาคำพิพากษาของศาลเป็นเวลา 30 วัน ศาลจึงทำคำพิพากษากลางในวันนี้ พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นความล่าช้าเป็นแต่ธรรมเนียมการปฏิบัติตามปกติของศาล นอกจากนี้ ศาลงดอ่านคำพิพากษาในคดีการระบายข้าวแบบจีทูจี โดยถือว่าจำเลยที่ 21 นางสาวธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง รู้ผลการตัดสินแล้วในทางคดีให้จำจึงให้คุกจำเลย 4 ปี และออกหมายจับเพื่อมารับโทษ.

ฎีกาพิพากษายืน ยกฟ้อง ‘มาร์ค-เทือก’ คดีสลายการชุมนุม นปช.ปี 53 เหตุไม่อยู่ในอำนาจศาล ส่งฟ้องผิดขั้นตอน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 660 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องสำนวนคดีที่พนักงานอัยการพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 84 เนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของศาล ทั้งนี้ ศาลฎีการะบุว่า คดีต้องยื่นให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและยื่นฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่ดีเอสไอทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลอาญา เนื่องจากคดีสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ปี 542 สำหรับคดีสลายการชุมนุม นปช.ปี 53 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7 เม.ย. – 19 พ.ค.53 จำเลยกับพวกร่วมกันมีคำสั่งให้มีการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วม นปช.โดยใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจริงเพื่อขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

‘ฮุนเซน’ ออกโรงยืนยัน ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่ได้ใช้กัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนีไปสิงคโปร์

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้กัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนีต่อไปยังสิงคโปร์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 60 นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยในรายงานของสื่อกัมพูชาอ้างคำพูดของนายกฯ ฮุน เซน ที่ขึ้นเวทีแถลงต่อหน้าแรงงานชาวกัมพูชาในกรุงพนมเปญ ยืนยันว่าจากการตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินและสนามบินในประเทศ ไม่พบชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางเข้าออกตามที่มีข่าวลือ ขณะที่นายเขียว โสเพียก โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางเข้ากัมพูชาอย่างแน่นอน และถ้าหากว่าเธอเข้ามาหลบซ่อนจริง กัมพูชาก็พร้อมส่งตัวเธอกลับประเทศไทยทันที  

ครอบครัวเข้าเยี่ยม ‘บุญทรง’ เป็นห่วงอาการไซนัส-ภูมิแพ้ หารือทนายลุ้นยื่นประกันตัวรอบ 2

ครอบครัวพร้อมทนายความส่วนตัวเข้าเยี่ยม “บุญทรง” ปรึกษายื่นขอประกันครั้งที่ 2 ยอมรับเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ เนื่องจากผู้ต้องขังมีโรคประจำตัว เมื่อเช้าวันที่ 28 ส.ค. 60 นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ และครอบครัว เข้าเยี่ยม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องกลายมาเป็นผู้ต้องขังในคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา ให้จำคุก 42 ปี ซึ่งนายบุญทรงและพวกได้ถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา นายนรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเข้าเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ปัจจุบันของนายบุญทรง เบื้องต้นทราบว่านายบุญทรงมีโรคประจำตัว เป็นไซนัส และภูมิแพ้ ซึ่งก็ได้เตรียมยามาด้วย การเข้าเยี่ยมวันนี้จะมีครอบครัว และ ญาติของนายบุญทรงเข้ามาเยี่ยม 2 รอบ คือรอบเช้า และรอบเย็น นอกจากนี้มีเรื่องที่จะต้องหารือด้วยกัน 2 เรื่อง คือการประกันตัว และการยื่นอุทธรณ์ โดย 2 เรื่องนี้จะมีการพูดคุยและตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งหากหารือกันแล้วตกลงว่าจะมีการยื่นประกัน ก็จะเดินทางไปที่ศาลฎีกาฯ เพื่อยื่นประกันครั้งที่ […]

รู้จัก ‘โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน’ ภัยใกล้ตัว ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ ‘ยิ่งลักษณ์’

จากกรณีที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เลื่อนการเข้าพบศาล โดยให้เหตุผลว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน นั้น ทีมข่าวได้ตรวจสอบกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลยันยี เผยความเครียดนอนไม่หลับ อาการเจ็บป่วย เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน สามารถเกิดได้ทั้งในเพศชายและหญิงผู้ป่วย ที่มีอาการหนักจะไม่สามารถเดินทางได้ นายแพทย์ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล อายุรแพทย์ทั่วไป ประจำโรงพยาบาลยันฮี ระบุว่า โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้นจากโรคอื่นๆ ที่มาจากความเครียด นอนไม่หลับ อาการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อไวรัสต่างๆซึ่งถือเป็นภาวะแทรกซ้อน ที่ทำให้เกิดอาการบางชนิด เช่น เวียนหัว บ้านหมุน ขณะที่บางรายเป็นหนักจะไม่สามารถเดินทางได้ ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยมักจะแนะนำให้นอนนิ่งๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ หรือไม่เปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วเพื่อให้ภาวะน้ำในหูไม่ถูกกระตุ้นมากเกินไป สำหรับผู้ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันพบได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ถึง 60 ปีทั้งในเพศชายและเพศหญิง ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ารับการรักษา จะต้องดูตามอาการว่ามีมากน้อยเท่าใด หรือเกี่ยวเนื่องกับความผิดปกติของหูชั้นในถูกกระตุ้นหรือไม่ ซึ่งบางครั้งต้องตรวจร่วมกับโรคกล้ามเนื้อและระบบประสาทด้านอื่นๆด้วย

‘…เขาอาจป่วยจริงก็ได้’ นักวิชาการให้ความเห็นทางกฎหมายกรณี ‘ยิ่งลักษณ์’ เบี้ยวศาล ไม่ส่งผลต่อคำพิพากษา (คลิป)

กรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นเรื่องต่อศาลว่า จำเลยไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยอ้างเหตุผลว่า น้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ศาลได้อนุมัติหมายจับจำเลยและปรับนายประกันเต็มสัญญา พร้อมกับเลื่อนฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 27 ก.ย. 2560 ในแง่ของกฎหมายมีผลกระทบต่อรูปคดีนี้อย่างไร โดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชานิติศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การไม่มาปรากฏตัวของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ในวันนี้ ไม่ส่งผลต่อรูปคดีในเรื่องที่ได้พิจารณากันไปแล้ว ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนได้ลงความเห็นทำคำวินิจฉัยกลางเรียบร้อย รอเพียงให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาปรากฏตัวในการอ่านคำพิพากษาครั้งถัดไป (27 ก.ย.) หากยังไม่มาปรากฏตัว ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งว่า สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้หรือไม่ หากเป็นการพิจารณาภายใต้กฎหมายเดิมนั้น หากยังไม่พ้นสิทธิ์อุทธรณ์ก็ไม่สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ แต่ถ้าหากพิจารณาภายใต้กฎหมายใหม่ ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาได้เลย โดยคำพิพากษาที่ออกมาแล้วนั้น จะไม่มีการนำกรณีไม่มาปรากฏตัวไปตัดสินเพิ่มโทษ หรือแก้ไขคำพิพากษาแต่อย่างใด รศ.ดร.เจษฏร์ ยังให้ความเห็นกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มาปรากฏตัวที่ศาลว่า อาจเกิดจากอาการป่วยจริงก็ได้ เพราะหากเป็นเหตุสุดวิสัยก็เป็นเรื่องที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ควรให้ความเป็นธรรมกับจำเลยด้วย แต่ถ้าหากไม่ได้ป่วยจริง หรือมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะไม่มาฟังคำพิพากษา ก็คงมีการพิจารณาไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะนับจากวันแถลงปิดคดีวันที่ 1 […]

คุมตัว ‘บุญทรง’ พร้อมพวกเข้าเรือนจำ รอตรวจสุขภาพ ทำประวัติ-ส่งแดนแรกรับ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา ในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ซึ่งศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาตัดสินตัดสินจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 42 ปี พร้อมพวก 28 คน โทษลดหลั่นกันไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบุญทรง ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว โดยบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำ เต็มไปด้วยสื่อมวลชนเดินทางมาปักหลักรอทำข่าวอยู่บริเวณด้านหน้า ขณะเดียวกันทางเรือนจำได้มีการมาตรการดูแลความปลอดภัยหนาแน่น โดยตั้งจุดคัดกรอง ตรวจรถทุกชนิดที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่เรือนจำ เพื่อตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ามีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจแต่อย่างใด หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายบุญทรง พร้อมพวก เข้าสู่กระบวนการคุมขัง โดยจะมีการตรวจร่างกาย พร้อมจัดทำประวัติ และส่งตัวเข้าสู่แดนแรกรับ ก่อนจะนำตัวไปยังพื้นที่คุมขังต่อไป

keyboard_arrow_up