ซีเรียถูกโจมตีด้วยแก๊สพิษ ปชช.บาดเจ็บกว่า 107 คน

สื่อของรัฐบาลซีเรียได้เผยแพร่ภาพขณะที่ประชาชนในเมืองอาเลปโปกำลังเข้ารับการรักษาภายในห้องฉุกเฉินจากอาการบาดเจ็บ หลังถูกแก๊สพิษโจมตี ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขซีเรียระบุว่าเหตุโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีด้วยอาวุชีวภาพครั้งแรกในเมืองอาเลปโป เหตุโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บ 107 คน โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีอาการหายใจติดขัด และระคายเคืองตา ด้านรัฐบาลซีเรียระบุว่าเหตุแก๊สพิษโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏ ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดโจมตีจุดที่เป็นที่ตั้งของปืนใหญ่ของกลุ่มกบฏในเมืองอาเลปโปเพื่อเป็นการตอบโต้ โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป้าหมายโจมตีดังกล่าวได้ถูกทำลายทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าว อย่างไรก็ดี กลุ่มกบฏในซีเรียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แก๊สพิษโจมตีประชาชน และระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้าง ที่รัสเซียใช้ในการโจมตีกลุ่มของตนเท่านั้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

รัสเซียเปิดตัว 17 พยาน ชี้โลกตะวันตกจัดฉาก ‘อาวุธเคมี’ ใช้อ้างโจมตีซีเรีย

รัสเซียประณามสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกที่ร่วมกันกล่าวหารัฐบาลซีเรียว่าเป็นฝ่ายใช้อาวุธเคมีโจมตีฝ่ายต่อต้านและพลเรือนที่เมืองดูมาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยตัวพยานบุคคลชาวซีเรียจำนวน 17 คนที่ต่างยืนยันว่า ไม่เคยมีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ อเล็กซานเดอร์ ชูลกิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์แถลงข่าวประณามสหรัฐฯ อังกฤษและฝรั่งเศสว่ากระทำการโจมตีซีเรียโดยไม่สนใจกฏหมายระหว่างประเทศ ทั้งที่ประเทศทั้งสามมักอ้างตัวว่าเป็นผู้ปกป้องหลักการของกฏหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด อีกทั้งยังไม่เคารพการทำงานขององค์กรตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีอย่าง “โอพีซีดับเบิลยู” ที่กำลังส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ในซีเรีย ด้านพยานบุคคลที่เป็นชาวซีเรียจำนวน 17 คนที่รัสเซียพามาให้ข้อมูลที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรโอพีซีดับเบิลยูในครั้งนี้ต่างยืนยันว่า ไม่เคยมีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีประเภทแก๊สพิษซาริน จากฝ่ายรัฐบาลซีเรียเกิดขึ้นในเมืองของพวกเขาในวันที่ 7 เม.ย. 61 พร้อมระบุ พวกเขาพบเห็นแต่ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในพื้นที่ ของกลุ่มเคลื่อนไหวที่มีจุดยืนต้านรัฐบาลซีเรียในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น การจัดซื้อชุดแพทย์และพยาบาล ตลอดจน การเกณฑ์เด็กๆ ในพื้นที่ให้ไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษและฝรั่งเศสออกคำแถลงตอบโต้รัสเซีย ที่นำพยานบุคคลชาวซีเรียเดินทางมาให้ข้อมูลต่อองค์กรตรวจสอบในเนเธอร์แลนด์ โดยอังกฤษและฝรั่งเศสยังคงยืนกรานว่า ตนเองก็มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 คนจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เมืองดูมาเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทั้งยังย้ำว่าการเปิดฉากโจมตีซีเรียเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

จนท.แพทย์ซีเรียยืนยัน ‘อาวุธเคมี’ เป็นข่าวลวง ผู้เชียวชาญเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ

ความคืบหน้าวิกฤตการณ์ในซีเรีย เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 เม.ย. 61) องค์การห้ามอาวุธเคมีหรือ OPCW มีการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือแนวทางตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญก็ได้รับอนุญาตให้ลงพื้นที่เมืองดูมา เพื่อสอบสวนหาหลักฐานในวันพรุ่งนี้ (18 เม.ย. 61) ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดการเดิม เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทั้งรัฐบาลซีเรียและรัสเซียระบุว่าในพื้นที่ยังมีอันตราย ขณะที่เมื่อวานนี้(16 เม.ย. 61) รัฐบาลซีเรียได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่เมืองดูมา พร้อมนำเสบียงไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ซึ่งพอรถเสบียงมาถึง มีชาวเมืองมารุมล้อมเพื่อขออาหาร ส่วนบรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของซีเรียและรัสเซียลาดตระเวนดูแลความสงบเรียบร้อย เนื่องจากกบฏซีเรียชุดสุดท้ายเพิ่งออกจากเมืองไปเมื่อสองวันที่แล้ว อย่างไรก็ตามในการพาสื่อลงพื้นที่ ทีมข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลซึ่งถูกระบุว่าเป็นสถานที่ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กๆ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 61 แต่ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลยืนยันว่าอาการผิดปกติของเด็กๆ ในวันนั้น ไม่ใช่ผลจากอาวุธเคมี แต่มีคนพยายามสร้างข่าวลวง เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเล่าว่าพวกเขาได้รับตัวเด็กจำนวนหนึ่งซึ่งมีอาการหายใจไม่ออก เนื่องจากเด็กๆ เหล่านี้อาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินซึ่งมีฝุ่นละอองสะสมและพอมีการทิ้งระเบิด ฝุ่นควันจึงมีปริมาณมากจนพวกเด็กๆ หายใจไม่ออก ซักพักจึงมีคนตะโกนว่าพวกเขาถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี ทำให้ผู้คนตื่นตกใจและกลายเป็นภาพชุลมุน มีการใช้น้ำเร่งฉีดใส่ตัวเด็ก ทั้งที่แพทย์ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ถูกอาวุธเคมี สำหรับการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนและเก็บหลักฐานของ OPCW ผู้เชี่ยวชาญจะไปพูดคุยกับหน่วยแพทย์และดูอาการผู้บาดเจ็บ ตลอดจนการเก็บตัวอย่างดินและน้ำที่จุดที่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 61 เพื่อนำมาตรวจสอบว่ามีร่องรอยอาวุธเคมีจริงหรือไม่

ประมวลภาพ : วิกฤตการณ์สู้รบในสมรภูมิซีเรีย ผู้คนต่างพากันอพยพหนีภัย

วิกฤตการณ์สู้รบในสมรภูมิซีเรียยังคงทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังที่กองทัพพันธมิตร สหรัฐฯ อังกฤษและฝรั่งเศส ได้ส่งเครื่องบินรบหลายลำปฏิบัติการณ์ถล่มเป้าหมายสำคัญหลายแห่งในซีเรีย เพื่อเป็นการตอบโต้ที่กองทัพซีเรียใช้อาวุธเคมีกับกลุ่มกบฏฝ่ายต่อต้านทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี เป้าหมายการโจมตีหลักๆ มี 3 จุดคือห้องวิจัยในกรุงดามัสกัสที่ใช้พัฒนาและผลิตอาวุธเคมี รวมถึงอาวุธชีวภาพซึ่งรัฐบาลซีเรียนำมาใช้กับประชาชนและกลุ่มกบฏ ส่วนอีก 2 แห่งเป็นสถานที่ที่เชื่อว่าใช้เป็นคลังเก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์ และที่เว็บไซต์ reuters.com ได้ประมวลภาพเหตุการณ์เปิดฉากภารกิจถล่มซีเรีย และภาพบรรยากาศผู้คนพากันอพยพไปที่ชายแดนสหรัฐฯ คลิกเพิ่มเติม ขอบคุณภาพ/ข้อมูล reuters.com

ทึ่ง! เด็กชายซีเรีย โชว์ความสามารถพิเศษ ร่างกายดึงดูดวัตถุที่เป็นโลหะได้ (คลิป)

ไปชมคลิปความสามารถที่ไม่ธรรมดาของเด็กชายอิบราฮิม ในเมืองลาตาเกีย ของซีเรีย ที่ร่างกายของเขา สามารถดูดสิ่งของที่ทำมาจากโลหะได้ ทั้งช้อนส้อม กุญแจ หรืออุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ ซึ่งเมื่อวางสิ่งของที่ทำจากโลหะตามร่ายกาย สิ่งของเหล่านั้นก็จะเกาะติดแน่น โดยความสามารถของหนูน้อยรายนี้ก็เหมือนกับตัวละคร “แมกนีโต” จากการ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่ เกี่ยวกับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เรื่อง เอ็กซ์ แมน ซึ่งตัวละครนี้มีความสามารถในการบังคับ และควบคุมแม่เหล็กได้ ขอบคุณภาพ RT เด็กชายอับบราฮิม เล่าว่า ค้นพบความสามารถพิเศษนี้โดยบังเอิญ และก็รู้สึกทึ่งกับความสามารถของตัวเองด้วย โดยตัวเขาเองก็ไม่เคยไปพบแพทย์ เพื่อตรวจดูว่าทำไมร่างกายของเขาถึงดูดวัตถุที่เป็นโลหะได้ ขณะที่คุณตาของเด็กชายอิบราฮิม แสดงความเป็นห่วงถึงความสามารถที่ไม่ธรรมดาของหลานชายคนนี้ แต่ก็ไม่มีปัญหา หากความสามารถของหลานสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง หรือสังคม และยังคงให้หลานใช้ชีวิต และเรียนหนังสือตามปกติเหมือนเด็กๆ ทั่วไป โดยไม่อยากให้คนอื่นมองว่าหลานของเขาเป็นเด็กประหลาด.

‘ไอเอส’ สิ้นท่า! ซีเรีย-อิรักยึดคืน 3 เมืองยุทธศาสตร์ ‘อเลปโป,รักกา,โมซูล’ ได้สำเร็จ

รัฐบาลซีเรียสามารถยึดเมืองอเลปโป และรักกาคืนจากกลุ่มไอเอสได้สำเร็จ ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิรักประกาศฉลองชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสอย่างเป็นทางการ หลังยึดคืนเมืองโมซูลสำเร็จ กองทัพซีเรียเปิดเผยว่า สามารถยึดถนนที่เป็นเส้นทางระหว่างเมืองฮามาห์ และรักกา รวมทั้งยังสามารถยึดเมืองอเลปโปและรักกาคืนมาได้สำเร็จ หลังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกลุ่มไอเอสเมื่อเดือนที่ผ่านมาจนถึงช่วงต้นเดือนนี้ โดยหลังจากกำจัดกลุ่มไอเอสออกจากพื้นที่แล้ว กองทัพซีเรียก็จะวางกำลังเจ้าหน้าที่ประจำการตามถนนสายหลักต่างๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองฮามาห์ และรักกาด้วย อย่างไรก็ดี แม้ว่ากองทัพซีเรียจะสามารถใช้กำลังทางทหารโจมตีกลุ่มไอเอสในหลายปฏิบัติการ แต่จนถึงขณะนี้กองทัพซีเรียยังไม่เปิดเผยว่าจะดำเนินปฏิบัติการต่อในพื้นที่ใด เพียงแต่ระบุว่าจะเดินหน้าปราบปรามต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายต่อไป ขณะที่นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาลาดี ผู้นำอิรักได้ประกาศฉลองชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสอย่างเป็นทางการ หลังกองทัพอิรักสามารถยึดเมืองโมซูลคืนจากลุ่มไอเอสได้สำเร็จ หลังจากที่กลุ่มไอเอสยึดครองเมืองดังกล่าวมานานถึง 3 ปี โดยกองทัพอิรักใช้กำลังทหารบุกเข้ายึดเมืองโมซูลคืนนานถึง 9 เดือน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพของกลุ่มประเทศพันธมิตร ที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติการสู้รบดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายพันคน และทำให้มีพลเรือนชาวอิรักต้องพลัดถิ่นกว่า 920,000 คน นายกรัฐมนตรีอิรักระบุด้วยว่า รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญมากมายที่ต้องทำ ทั้งเรื่องการสร้างเสถียรภาพ และกวาดล้างกลุ่มไอเอสให้หมดสิ้น ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยข่าวกรอง การสร้างความมั่นคงและความสามัคคีเพื่อต่อสู้กับกลุ่มไอเอส

โลกช่างอยู่ยาก!? เมื่อเด็กน้อยขายทิชชู่ชาวซีเรีย กลายเป็นผู้สะท้อนภาพความโหดร้ายของมนุษย์

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก เมื่อมีการเผยแพร่ภาพของเด็กน้อยชาวซีเรียรายหนึ่งซึ่งตามรายงานระบุว่าเป็นผู้ลี้ภัยจากสงครามในซีเรีย ที่กำลังเดินเร่ขายกระดาษทิชชู่เพื่อหาเงินเลี้ยงตัว ก่อนจะมาถูกรุมทำร้ายจากลูกค้าและเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านจัตุรัส Basmane เมือง Izmir ประเทศตุรกี โดยผู้คนที่เห้นเหตุการณ์เล่าว่าเด็กน้อยคนนี้กำลังเดินเข้าไปเสนอขายกระดาษให้กับลูกค้าในร้าน ซึ่งดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของร้านอย่างมาก จนมีคนกลุ่มหนึ่งตรงเข้ากระชากเด็กออกไปจากร้าน และโดนทุบตีจนมีเลือดออกที่จมูก แถมมีบางคนสาดน้ำให้เด็กชายคนนี้ด้วย แม้มีรายงานที่กล่าวอ้างจากเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ ว่าที่ทำลงไปนั้นก็เพื่อความสบายใจของลูกค้าที่รู้สึกว่าเด็กที่เข้ามาขายของนั้นรบกวนการรับประทานอาหารของพวกเขา แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ลดลง และมีคนจำนวนมากเรียกร้องให้ทางการจับตาและลงโทษร้านแห่งนี้อย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นร้ายแรงเกิดกว่าจะเป็นการกระทำของมนุษย์ ที่มา – dailymail.co.uk

เฉียดตาย!! เผยนาทีสไนเปอร์หญิงซีเรียเจอกระสุนไอซิสยิงสวนในเสี้ยววินาที

อีกหนึ่งคลิปชวนหวาดเสียวที่ถูกถ่ายและเผยแพร่ลงในทวิตเตอร์ของ Hemze Hamza นักข่าวชาวเคิร์ดที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่สงครามระหว่างกองกำลังชาวเคิร์ดในประเทศซีเรีย กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ISIS) ในเมืองรักกา และได้เผชิญกับวินาทีเฉียดตายของสไนเปอร์หญิงที่กำลังยิงตอบโต้พลซุ่มยิงของฝ่ายไอซิส แต่หลังจากที่เริ่มลั่นไกไปเพียงไม่กี่วินาที ก็มีกระสุนจากฝ่ายตรงยิงสวนกลับมาในทันที ซึ่งตำแหน่งที่โดนนั้นห่างจากศีรษะของเธอไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น Sniper battle inside Raqqa city. Thank god the ISIS terrorist missed ???? pic.twitter.com/c75h4HSjIW — Hemze Hamza (@Sergermed_) June 27, 2017 แม้จะอยู่ในสถานการณ์ชี้เป็นชี้ตาย แต่สไนเปอร์หญิงที่รอดมาได้กับยังก้มหลบลงมาอย่างช้าๆ พร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ระบุว่าเธอเองก็แอบกลัวอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญเจอกับประสบการณ์เฉียดตายแบบนี้ และไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เจอดี ที่มา – twitter.com / Hemze Hamza

มหาดไทยอังกฤษระบุตัว ซัลมาน อเบดี มือระเบิดฆ่าตัวตายแมนเชสเตอร์ ชี้ไม่ได้วางแผนคนเดียว

รัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษ    แอมเบอร์ รัดด์  ยืนยัน  ซัลมาน  อเบดี  หนุ่มอังกฤษซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม   คือ  มือระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามกีฬาแมนเชสเตอร์ อารีนา  โดยพบว่า   มีประวัติเพิ่งเดินทางกลับมาจากลิเบีย   และมิได้วางแผนก่อเหตุโจมตีครั้งนี้เพียงลำพัง  ขณะที่ตำรวจอังกฤษรวบตัวผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้อย่างน้อย 3 ราย   รัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษระบุ ตัวมือระเบิดฆ่าตัวตายในเหตุการณ์นี้ว่า คือ ซัลมาน อเบดี วัย 22 ปีซึ่งเกิดในอังกฤษ และมีประวัติเป็นแฟนฟุตบอลตัวยงของทีม “ปีศาจแดง”  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    พร้อมยืนยันการตรวจสอบเบื้องต้นที่บ่งชี้ว่า  อเบดีไม่ได้วางแผนโจมตีเพียงลำพัง   และเคยมีชื่ออยู่ในบัญชีบุคคลที่ต้องเฝ้าจับตามองของรัฐบาลอังกฤษด้วย   ทางการอังกฤษเผยว่า    ครอบครัวของซัลมานได้อพยพมาจากประเทศลิเบีย แต่ตัวเขา รวมถึงน้องชายและน้องสาวเกิดที่แมนเชสเตอร์ ขณะที่เพื่อนบ้านที่รู้จักเล่าว่า    ครอบครัวนี้มีบ้านหลายหลัง และวันดีคืนดีก็จะเห็นคนในบ้านนำธงชาติลิเบียมาติดไว้ที่หน้าบ้านเป็นครั้งคราว   ในอีกด้านหนึ่ง เชราร์ด  โกยองบ์  รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส เปิดเผยว่า นอกจากอเบดีจะมีประวัติการเดินทางไปลิเบีย ตามที่ทางการอังกฤษตรวจสอบได้แล้ว   ข้อมูลของหน่วยข่าวกรองฝรั่งเศส  ยังพบสิ่งบ่งชี้ว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายรายนี้ยังอาจเคยเดินทางไปร่วมกับกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียด้วยเช่นกัน     […]

5 คลิประทึก!! เปิดนาทีสหรัฐฯ ยิงมิสไซล์โทมาฮอร์ก 59 ลูกใส่ฐานทัพซีเรีย

กลายเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เมื่อมีข่าวว่าฐานทัพสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งโจมตีทางอากาศด้วยการระดมยิงขีปนาวุธร่อนนำวิถีระยะไกลใส่ฐานทัพอากาศซีเรียเพื่อเป็นการตอบโต้ใช้อาวุธเคมี ซึ่งล่าสุดกองทัพเรือสหรัฐฯ U.S. Navy ได้เผยคลิปวิดีโอการโจมตีทางอากาศด้วยการระดมยิงมิลไซล์โทมาฮอว์กจำนวนกว่า 59 ลูก จากกลุ่มเรือพิฆาตที่ลอยลำอยู่ในเขตน่านน้ำสากล ทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเวลาประมาณ 04.40 น.ของวันที่ 7 เมษายน 2560 ตามเวลาท้องถิ่นซีเรีย โดยมีเป้าหมายคือฐานทัพอากาศเชย์รัต ที่อยู่ทางตะวันตกของซีเรีย ซึ่งภายในฐานทัพดังกล่าวประกอบด้วย คลังแสงอาวุธ รันเวย์ อากาศยาน สถานีเรดาร์ และสถานีเติมเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาล จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่โต้ตอบการใช้อาวุธเคมีของซีเรีย และมีหลายฝ่ายที่แสดงความกังวลต่อท่าทีของทางรัฐบาลรัสเซียด้วยว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ที่มา – Youtube.com / U.S. Navy

keyboard_arrow_up