Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คองโกเชื่ออีโบลาลวงโลก!  ม็อบบุกเผาสถานพยาบาล  แย่งศพติดเชื้อไปทำพิธี
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คองโกเชื่ออีโบลาลวงโลก! ม็อบบุกเผาสถานพยาบาล แย่งศพติดเชื้อไปทำพิธี

26 พ.ค. 69
12:16 น.
แชร์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเหตุชุลมุน ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสอีโบหลายชีวิตต้องอพยพหลบหนีจากเหตุโจมตีสถานพยาบาลถึงสองครั้ง หลังญาติผู้ป่วยก่อเหตุโจมตีสถานพยาบาลดังกล่าว เพื่อพยายามเรียกร้องให้หน่วยการแพทย์คืนร่างผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีทางศาสนา แต่แพทย์ไม่สามารถคืนร่างติดเชื้อได้ เนื่องจากการฝังศพที่ไม่ปลอดภัยคือ ปัจจัยหลักในการแพร่กระจายเชื้อ

แพทย์ผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้าในประเทศคองโก ซึ่งเดิมทีต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว ในตอนนี้ยังต้องรับมือกับการโจมตีสถานพยาบาลและกลุ่มผู้ป่วยที่พากันหลบหนี ในขณะที่ไวรัสกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 3 ครั้งในจังหวัดอิตูรี ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเป็นจุดที่มีรายงานพบผู้ป่วยอีโบลาเป็นกลุ่มแรก โดยในจำนวนนี้มีเหตุการณ์ 2 ครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกัน ทำให้ผู้ป่วยพากันวิ่งหนีออกไป

ผู้ก่อเหตุบางส่วนเป็นประชาชนทั่วไปที่โกรธแค้น เนื่องจากไม่สามารถฝังศพบุคคลอันเป็นที่รักของตนได้ หรือบางส่วนก็ปักใจเชื่อว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นเรื่องลวงโลก นอกจากนี้ การหลั่งไหลเข้ามาของเงินทุนและกำลังคนสู่พื้นที่ที่เคยรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งมานานหลายทศวรรษ ท่ามกลางความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม ได้กลายเป็นชนวนเหตุที่กระตุ้นให้คนในท้องถิ่นเกิดความระแวงเกี่ยวกับแรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันนี้

Spotlight ชวนอ่านถึงเบื้องหลังความซับซ้อนในการควบคุมการแพ่ระบาดของอีโบลาในคองโก เหตุใดจึงนำมาซึ่งความไม่ไว้วางใจ จนกลายเป็นการก่อเหตุจลาจล

ประชาชนไม่เชื่อว่าเป็นโรคระบาด

เหตุโจมตีเหล่านี้ชวนให้ระลึกถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ซึ่งพุ่งเป้าไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ ในช่วงที่มีการระบาดระหว่างปี 2018–2020 ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งในครั้งนั้นส่งผลให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเสียชีวิตไปมากกว่า 25 ราย ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ไว้วางใจในการจัดการของเจ้าหน้าที่รัฐ

ดร. ริชาร์ด โลโกดู ผู้อำนวยการแพทย์ของโรงพยาบาลทั่วไปมงก์บวาลู ซึ่งถูกโจมตีถึงสองครั้งในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวว่า ท่าทีของประชาชนในลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งในปัจจุบัน โดยประชาชนปฏิเสธการมีอยู่ของโรคระบาด ไม่เชื่อว่าโรคระบาดเกิดขึ้นจริง จึงต้องการที่จะมาทวงรับศพของผู้ป่วยที่ต้องสงสัย หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลแล้ว

ด้าน เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยต้องสงสัยมากกว่า 900 รายในการระบาดครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลแล้ว 101 ราย จนกระทั่งในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยแล้ว 220 รายในการระบาดของอีโบลาครั้งปัจจุบัน และความล่าช้าในการตรวจพบผู้ป่วยส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับมือในตอนนี้ตกอยู่ในสถานะที่ต้องไล่ตามสถานการณ์ให้ทัน

ผู้ป่วยเสียชีวิตขณะพยายามหลบหนี

ดร. โลโกดู กล่าวว่า ที่โรงพยาบาลมงก์บวาลู ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมงก์บวาลู อันเป็นพื้นที่ที่มีรายงานพบผู้ป่วยจำนวนมาก มีผู้ป่วยอีโบลา 18 รายพากันหลบหนี หลังจากที่ "กลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้" ได้จุดไฟเผาเต็นท์ที่สร้างขึ้นโดยองค์การแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ โดยเต็นท์ดังกล่าวจัดไว้เพื่อใช้เป็นพื้นที่แยกกักตัวผู้ป่วย

เขากล่าวต่อว่า ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยกลุ่มที่หลบหนีไปนั้นออกมาแล้ว 4 ราย โดยมีผลตรวจเป็นลบ (ไม่ติดเชื้อ) 3 ราย และผลตรวจเป็นบวก (ติดเชื้อ) 1 ราย ดังนั้น สถานพยาบาลจึงมีผู้ป่วยอีโบลาที่ยืนยันผลแล้ว 1 ราย ที่ยังคงปะปนอยู่ในชุมชนและหลบเลี่ยงการสืบสวนโรคของเจ้าหน้าที่

เขาระบุว่า ในวันอาทิตย์ โรงพยาบาลได้ถูกโจมตีซ้ำอีกถึง 4 ระลอก โดยกลุ่มเยาวชนที่ถูกระดมพลมาโดยญาติพี่น้องของผู้นำทางศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคอีโบลา ส่งผลให้มีผู้ป่วยรายอื่น ๆ หลบหนีไปได้อีก 7 ราย ทำให้ตำรวจและทหารของคองโกต้องระดมกำลังกันเข้ามาเพื่อควบคุมสถานการณ์และคืนความสงบเรียบร้อย

ดร. โลโกดู กล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลารายหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการขั้นวิกฤตและมีภาวะตกเลือด ได้เสียชีวิตลงในระหว่างการโจมตีระลอกที่สอง ในขณะที่เขากำลังพยายามพยุงตัวหนีออกจากเตียงนอนของตนเอง

ดร. โลโกดูกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุโจมตีต้องการให้มีการส่งมอบศพของผู้เสียชีวิตจากอีโบลาเพื่อนำไปประกอบพิธีฝัง แต่ร่างของผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาจะมีระดับการแพร่เชื้อที่สูงมากหลังจากเสียชีวิต และการฝังศพที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งสมาชิกในครอบครัวเข้าไปสัมผัสหรือจัดการกับศพโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม จะถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค

โจมตีศูนย์รักษาโรคอีโบลา ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเคยเผชิญกับการโจมตีจากฝูงชนที่โกรธแค้น ในช่วงการแพร่ระบาดของอีโบลาปี 2013–2016 ในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ โดยผู้คนบางส่วนในตอนนั้นได้กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้แพร่กระจายเชื้อไวรัสเสียเอง

ทว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวกลับรุนแรงและปะทุขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดปี 2018–2020 ทางตะวันออกของคองโก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีปัญหาความไม่สงบอย่างรุนแรงและความไม่ไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

นักวิจัยพบว่า นอกเหนือจากการระเบิดอารมณ์ความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของชุมชนท้องถิ่นแล้ว เหตุโจมตีหลายครั้งยังถูกก่อขึ้นโดยกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่จ้องจะฉวยโอกาสจากการแพร่ระบาดของโรค เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและทางการเงินของพวกตน

ปัจจุบัน ประชาชนเชื่อกันว่าการแพร่ระบาดครั้งปัจจุบันนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากจังหวัดอิตูรี ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังจังหวัดคีวูเหนือ และคีวูใต้ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏ M23 ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศรวันดา  และได้ระบาดข้ามพรมแดนเข้าไปยังประเทศยูกันดาซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน

โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ประเทศยูกันดาได้รายงานพบผู้ป่วยอีโบลาที่ได้รับการยืนยันผลเพิ่มอีก 2 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 7 รายแล้ว


แชร์
คองโกเชื่ออีโบลาลวงโลก!  ม็อบบุกเผาสถานพยาบาล  แย่งศพติดเชื้อไปทำพิธี