Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อำลา ‘เท็ด เทอร์เนอร์’ ผู้สร้าง CNN ย้อนธุรกิจข่าวทีวี จากรุ่งสู่ร่วง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อำลา ‘เท็ด เทอร์เนอร์’ ผู้สร้าง CNN ย้อนธุรกิจข่าวทีวี จากรุ่งสู่ร่วง

7 พ.ค. 69
14:25 น.
แชร์

อาลัยราชา Breaking News ‘เท็ด เทอร์เนอร์’ ผู้สร้าง CNN 

นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของหน้าประวัติศาสตร์สื่อสารมวลชน เมื่อมีการยืนยันรายงานข่าวการเสียชีวิตของ เท็ด เทอร์เนอร์ (Ted Turner) มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและผู้ก่อตั้งสถานีข่าว CNN ในวัย 87 ปี โดยแถลงการณ์จาก Turner Enterprises ระบุว่า เขาจากไปอย่างสงบเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางความดูแลอย่างใกล้ชิดของครอบครัว ณ บ้านพักในแอตแลนตา

ทันทีที่ข่าวการสูญเสียแพร่สะพัดออกไป บรรยากาศในแวดวงสื่อทั่วโลกเต็มไปด้วยการสดุดีถึงความยิ่งใหญ่ของชายผู้ได้รับฉายาว่า "The Mouth of the South" ซึ่งไม่ใช่เพียงฉายาที่ได้มาเพราะถิ่นกำเนิดในแอตแลนตา แต่เป็นเพราะบุคลิกที่โดดเด่นจากการเป็นคนพูดจาโผงผาง กล้าได้กล้าเสีย และไม่เคยกลัวที่จะวิจารณ์คู่แข่งหรือผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมา 

ที่สำนักงานใหญ่ของ CNN ซึ่งเป็นอาณาจักรที่เขาสร้างมากับมือ วูล์ฟ บลิทเซอร์ ผู้ประกาศข่าวระดับตำนานได้กล่าวไว้อาลัยผ่านหน้าจอว่า "เท็ดคือผู้ปฏิวัติธุรกิจโทรทัศน์ด้วยการสร้างช่องข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรกขึ้นที่นี่"

การจากไปของเท็ดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสูญเสียมหาเศรษฐีคนหนึ่ง แต่คือการปิดตำนานชายผู้มีความกล้าบ้าบิ่นระดับที่โลกต้องจารึก จากเด็กหนุ่มที่แบกรับหนี้สินมหาศาลและโศกนาฏกรรมครอบครัว สู่การเป็นผู้ล้มกระดานสื่อยุคเก่าด้วยวิสัยทัศน์ที่เชื่อว่า "ข่าวต้องไม่มีวันหลับใหล" จนสามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นพยานในเหตุการณ์สำคัญได้แบบเรียลไทม์ 

Spotlight พาไปย้อนรอยเส้นทางธุรกิจข่าว-โทรทัศน์ กว่าจะมาเป็น CNN ที่คนทั่วโลกรู้จัก จนมาถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการสื่อ ไปพร้อม ๆ กับเส้นทางชีวิตของ ‘ราชา Breaking news’ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติข่าวทีวี

เทอร์เนอร์เริ่มอาชีพด้านสื่อตั้งแต่อายุ 24 ปี เมื่อเขาต้องเข้ามารับช่วงต่อบริษัทป้ายโฆษณาของบิดาชื่อ Turner Outdoor Advertising หลังจากบิดาของเขาทำอัตวินิบาตกรรม เขาฝังความตกใจและความเศร้าไว้กับงาน แต่เทอร์เนอร์ไม่ได้พอใจเพียงแค่การโฆษณาสินค้าของผู้อื่นตลอดไป เขาเริ่มซื้อสถานีวิทยุ และขยายเข้าสู่ธุรกิจโทรทัศน์ในปี 1970 โดยการซื้อสถานีที่กำลังย่ำแย่ในแอตแลนตาอย่าง Channel 17 โดยพยายามดึงเรตติ้งด้วยซิตคอมเก่าและหนังคลาสสิกมาฉาย และบางครั้งก็ยังเป็นพิธีกรรายการเองด้วย

ในช่วงแรก เทอร์เนอร์ยังไม่สนใจเรื่องข่าว เขาเลือกลงทุนในกีฬาแทน โดยการซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันเบสบอลทีม Atlanta Braves ซึ่งดึงดูดทั้งผู้ชมและนักโฆษณา เมื่อเริ่มทำกำไรได้ เขาจึงเริ่มคิดการใหญ่ขึ้นเกี่ยวกับโทรทัศน์  เท็ดสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมยิงสัญญาณไปทั่วประเทศ จนกลายเป็น "ซูเปอร์สเตชัน" แห่งแรกที่ทำให้โฆษณาและรายการของเขาเข้าถึงบ้านคนอเมริกันนับล้าน 

ลิซา นาโปลี อดีตนักข่าว CNN เขียนไว้ในหนังสือ "Up All Night" ว่า "เท็ดเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่อเมริกามีปัญหามากมาย เป็นเพราะเพื่อนร่วมชาติของเขาไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ เขาตระหนักว่าไม่มีที่ใดที่จะส่งเสริมความเห็นที่หลากหลายได้ดีไปกว่า 'โทรทัศน์ผู้ทรงอิทธิพล' ด้วยช่องข่าว เขาอาจจะช่วยกู้โลกได้" นั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาปั้น ‘ช่องข่าว 24 ชั่วโมง’ ได้สำเร็จ

ยุคทองของ CNN: เมื่อโลกหมุนตามข่าว 24 ชั่วโมง

"ข่าวต้องไม่มีวันจบ" คือวิสัยทัศน์ที่เท็ดประกาศกร้าวท่ามกลางยุคที่ข่าวทีวีมีแค่ช่วงค่ำ 30 นาที ในวันที่ 1 มิถุนายน 1980 เขาเปิดตัว CNN (Cable News Network) ท่ามกลางเสียงสบประมาทอย่างหนักจากสื่อยักษ์ใหญ่ที่ขนานนามช่องของเขาว่าเป็น “Chicken Noodle News” (ข่าวบะหมี่ไก่) เพราะมองว่าไม่มีใครอยากนั่งดูข่าวตลอด 24 ชั่วโมง และในตอนนั้น CNN เองก็เต็มไปด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคจนดูไม่เป็นมืออาชีพ

แต่แล้ว "จุดเปลี่ยน" ที่ทำให้โลกต้องหยุดหายใจก็มาถึงในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย (1990) เมื่อ CNN เป็นสถานีเดียวที่สามารถรายงานสดจากกรุงแบกแดดท่ามกลางเสียงระเบิดได้แบบนาทีต่อนาที วินาทีนั้นเองที่คนทั้งโลกตระหนักว่า "ข่าวสด" มีพลังแค่ไหน CNN เปลี่ยนจากช่องข่าวนอกสายตา กลายเป็น "หน้าต่างบานเดียวของโลก" ที่ทุกคนต้องเปิดทิ้งไว้ เท็ดกลายเป็นวีรบุรุษผู้พลิกโฉมหน้าสื่อสารมวลชนไปตลอดกาล ส่งให้เขาได้รับรางวัลบุคคลแห่งปีจากนิตยสาร Time และทำให้ CNN กลายเป็นลูกรักที่สร้างความภูมิใจให้เขามากที่สุดในชีวิต

เลิกราจากคู่ชีวิต เลิกทำสำนักข่าวที่รัก

ในช่วงที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ เท็ดพบรักและแต่งงานกับซูเปอร์สตาร์สาว "เจน ฟอนดา" ในปี 1991 จนกลายเป็นคู่รักที่ทรงอิทธิพลที่สุดคู่หนึ่งของอเมริกา แต่ในขณะที่โลกภายนอกดูสวยงาม ความเป็นจริงกลับไปกันไม่ได้ หลังจากครองคู่กันได้ 10 ปี ทั้งคู่ต้องปิดฉากความรักลง เพราะเจนทนไม่ไหวกับไลฟสไตล์ของมหาเศรษฐีชื่อดังที่ต้องคอยติดตามเทอร์เนอร์ไปตามอสังหาริมทรัพย์ 28 แห่งของเขาได้ตลอดเวลา

ความเศร้าจากการเลิกราเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะพายุอีกลูกที่ใหญ่กว่ากำลังพุ่งชนอาณาจักรของเขา ในปี 2000 เท็ดตัดสินใจควบรวมกิจการกับ AOL ยักษ์ใหญ่แห่งโลกอินเทอร์เน็ต แต่เพียงปีเดียวให้หลัง ก็เกิดภาวะ "ฟองสบู่ดอทคอม" (Dot-com Bubble) ที่ผู้คนตื่นเต้นกับ "อินเทอร์เน็ต" มากเกินไป จนแห่กันไปลงทุนในบริษัทที่ลงท้ายชื่อด้วย .com โดยไม่สนว่าบริษัทนั้นจะทำกำไรได้จริงหรือไม่ 

สภาวะดังกล่าวส่งผลให้บริษัทขาดทุนมหาศาลราว 99,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วินาทีนั้นเท็ดไม่ได้แค่เสียใจที่ความรักพังทลาย แต่เขาต้องยืนมองทรัพย์สินกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ละลายหายไปต่อหน้า พร้อมกับสูญเสียอำนาจใน CNN ที่เขาสร้างมากับมือไปอย่างถาวร

"ผมเสียทั้งเจน เสียงาน เสียทรัพย์สินส่วนใหญ่ไป... แต่ก็ยังเหลืออีกพันล้านสองพันล้านนะ ถ้าประหยัดหน่อยก็น่าจะอยู่ได้" เขาบอกกับเพียร์ส มอร์แกน ในปี 2012 พร้อมยอมรับว่าเขารู้สึก "ใจสลาย" 

มรดกสุดท้ายและ 20 ปีที่ CNN ไม่มีเท็ดกุมบังเหียน

แม้ในตอนท้ายเขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้าน แต่เท็ด เทอร์เนอร์ ก็ไม่ได้จบชีวิตลงด้วยความขมขื่น เขาใช้เวลาในช่วงสองทศวรรษสุดท้ายพิสูจน์ให้เห็นว่า "คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สิน" เขาผันตัวไปเป็นนักการกุศลผู้บริจาคเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้สหประชาชาติเพื่อสันติภาพของโลก และทุ่มเทชีวิตให้กับการเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่กอบกู้เผ่าพันธุ์ควายป่าไบซันจากการใกล้สูญพันธุ์ได้สำเร็จ 

มรดกที่เขาทิ้งไว้จึงไม่ใช่เพียงแค่ตราสัญลักษณ์ CNN แต่คือจิตวิญญาณแห่งการเป็น "ผู้ริเริ่ม" ที่กล้าเปลี่ยนโลกด้วยความเชื่อที่ไม่มีใครเห็นด้วยในตอนแรก 

ท่ามกลางความอาลัยต่อการจากไปของผู้ก่อตั้ง CNN ในยุคปัจจุบันภายใต้ชายคา Warner Bros. Discovery กำลังพยายามก้าวข้าม "ยุคเคเบิลทีวี" ที่รายได้หลักกำลังถดถอย โดยรายงานงบการเงินล่าสุดปี 2026 คาดการณ์ว่า CNN จะทำรายได้รวมที่ 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

แม้ตัวเลขนี้จะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ CNN กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับกลยุทธ์ดิจิทัลและระบบสมัครสมาชิก (Streaming) โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มใหม่ให้ถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 เพื่อทดแทนรายได้จากโทรทัศน์แบบเดิมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และเหนือสิ่งอื่นใด แบรนด์ CNN ยังคงเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าที่กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ทั่วโลกยังคงจับตามองเพื่อเข้าซื้อกิจการ นับเป็นการพิสูจน์ว่ารากฐานที่ "เท็ด" วางไว้เมื่อ 40 ปีก่อน ยังคงมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจและสื่อโลกจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตเขา


แชร์
อำลา ‘เท็ด เทอร์เนอร์’ ผู้สร้าง CNN ย้อนธุรกิจข่าวทีวี จากรุ่งสู่ร่วง