Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
โครงข่ายไฟฟ้าคิวบาล่มสลาย กระทบ 10 ล้านชีวิต น้ำมันแพงกว่ารายได้ทั้งปี
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

โครงข่ายไฟฟ้าคิวบาล่มสลาย กระทบ 10 ล้านชีวิต น้ำมันแพงกว่ารายได้ทั้งปี

17 มี.ค. 69
12:28 น.
แชร์

ในคืนที่ไฟฟ้าดับสนิท ทั่วทั้งกรุงฮาวานาถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดจนมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สะท้อนถึงสภาวะอัมพาตที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน โดยผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าของคิวบาเปิดเผยว่า โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติของคิวบาได้เกิดการล้มเหลวลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 มีนาคม 2569) ส่งผลให้ประชาชนราว 10 ล้านคนต้องตกอยู่ในความมืดโดยไม่มีไฟฟ้าใช้ 

UNE (Unión Eléctrica) ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้า ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทางหน่วยงานกำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการดับของไฟฟ้าในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุไฟดับที่ครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง อีกทั้งยังกินเวลานานหลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน 

แม้จะตัดประเด็นโรงไฟฟ้าขัดข้องทิ้งไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ โดยสันนิษฐานว่าอาจเป็นปัญหาที่ระบบสายส่ง เบื้องต้นได้เร่งฟื้นฟูไฟฟ้าผ่านระบบเครือข่ายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นก่อนจะดึงโครงข่ายหลักกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง

เหตุไฟดับครั้งใหญ่ในคิวบา เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การปิดล้อมทางน้ำเพื่อสกัดกั้นน้ำมันที่นำโดยสหรัฐอเมริกา หลายฝ่ายทราบดีว่า มาตรการของสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบผลิตไฟฟ้าของเกาะแห่งนี้ที่ล้าสมัยอยู่เดิมแล้ว นอกจากนี้ วิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นถึง 9 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร ยังจุดกระแสให้ประชาชนออกมาประท้วงรุนแรงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาโดยด่วน ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์

คิวบาเป็นอัมพาต สหรัฐฯ จ่อเข้ายึด

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ประกาศมาตรการฉุกเฉิน รวมถึงการลดชั่วโมงเรียน การเลื่อนงานกีฬาและวัฒนธรรมที่สำคัญ และการตัดลดบริการขนส่ง โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งได้ลดการให้บริการ และการขาดแคลนเชื้อเพลิงรวมถึงรถขยะที่ใช้งานได้ ส่งผลให้ขยะกองพูนตามย่านต่าง ๆ

แทบทุกมุมถนน บทสนทนาจะวนเวียนอยู่กับเรื่องที่ว่าไฟจะดับเมื่อไหร่และนานแค่ไหน ในช่วงกลางคืนที่ฮาวานา ดวงดาวมักจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนเนื่องจากเมืองส่วนใหญ่จมอยู่ในความมืดมิดเกือบสนิท

การขายเชื้อเพลิงในปั๊มน้ำมันของรัฐถูกจำกัดอย่างเข้มงวด เฉพาะนักท่องเที่ยว นักการทูต และชาวคิวบาที่ได้รับสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้นที่สามารถเติมน้ำมันได้ ซึ่งมักจะต้องรอคิวนานหลายชั่วโมง

ข้อมูลล่าสุดจาก ดัก มาโดรี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์อินเทอร์เน็ตของบริษัท Kentik แสดงให้เห็นว่าปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตในคิวบาลดลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤตพลังงาน “จากการวัดล่าสุด คิวบามีปริมาณการใช้งานเพียงหนึ่งในสามของระดับปกติในช่วงเวลานี้ของวัน” เขากล่าวกับ CNN

สายการบินจากหลายประเทศได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังคิวบาเนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและความไม่มั่นคงอื่น ๆ โดยสายการบิน American Airlines, Delta และ Jet Blue ได้ระงับการให้บริการไปยังเกาะแคริบเบียนแห่งนี้แล้ว ขณะที่ Air Canada สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดาประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะระงับเที่ยวบินไปคิวบาจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน เนื่องจากขาดแคลนเชื้อเพลิง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าคิวบากำลังอยู่ใน “ปัญหาที่หยั่งรากลึก” และสหรัฐฯ อาจจะหรืออาจจะไม่ก็ได้ ที่จะ “เข้ายึดครองอย่างเป็นมิตร” ต่อประเทศนี้ “พวกเขาเหลือแค่เพียงไอระเหยของน้ำมัน อย่างที่เขากันพูดนั่นแหละ” ทรัมป์กล่าว

เจาะลึกต้นตอวิกฤต เมื่อน้ำมันหยดสุดท้ายถูกปิดตาย

ท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ซ่านไปทั่วเกาะคิวบา คำถามสำคัญที่คนทั่วโลกกำลังจับตามองคือ "อะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ระบบไฟฟ้าทั้งประเทศล่มสลายลงในพริบตา?" วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่แค่ความเสื่อมโทรมของระบบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นักวิเคราะห์มองว่า มี 3 สาเหตุหลักสำคัญที่บีบคั้นคิวบาจนถึงทางตัน

  • ห่วงโซ่ที่ขาดสะบั้น: มาตรการปิดล้อมจากวอชิงตัน 

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าคิวบาล่มสลายในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความเก่าแก่ของเครื่องจักร แต่คือการที่คิวบาถูก “ตัดเส้นเลือดใหญ่” ทางพลังงานอย่างเบ็ดเสร็จ มาตรการกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปลี่ยนจากมาตรการคว่ำบาตรทั่วไป กลายเป็นการ “ปิดล้อมทางน้ำ” ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ทรัมป์ได้ประกาศคำขาดว่า สหรัฐฯ จะบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรขั้นสูงสุดกับ "ทุกประเทศ" ที่กล้าขายหรือส่งมอบน้ำมันให้กับคิวบา มาตรการนี้เปรียบเสมือนการขู่กรรโชกทางเศรษฐกิจที่ทำให้แม้แต่พันธมิตรเดิมอย่างเม็กซิโก ต้องยอมถอยและยกเลิกการส่งน้ำมันให้เกาะแห่งนี้

ประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล แห่งคิวบา กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคมว่า ไม่มีน้ำมันถูกส่งมายังเกาะเลยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา “ผลกระทบจากการปิดล้อมทางน้ำนั้นมหาศาลมาก มันแสดงออกมาอย่างโหดร้ายที่สุดในประเด็นด้านพลังงานเหล่านี้” ประธานาธิบดีกล่าว “สิ่งนี้สร้างความทุกข์ระทมให้กับประชาชน”

  • จุดจบของพันธมิตร: เมื่อเวเนซุเอลาไม่ใช่ "ถังน้ำมัน" ของคิวบาอีกต่อไป

วิกฤตการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ เพราะคิวบาไม่ได้เพียงแค่ถูกคว่ำบาตร แต่กำลังสูญเสีย "ผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุด" ไปอย่างกะทันหัน จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุมตัว ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่คอยค้ำจุนเศรษฐกิจคิวบามานานหลายทศวรรษ

การสูญเสีย "ผู้อุปถัมภ์" รายนี้ ทำให้การส่งน้ำมันฟรีที่เคยหล่อเลี้ยงคิวบาต้องหยุดชะงักลงทันที ทรัมป์ย้ำชัดเจนว่า "จะไม่มีน้ำมันหรือเงินส่งไปยังคิวบาอีกต่อไป—เป็นศูนย์!" (ZERO!) ส่งผลให้โครงข่ายไฟฟ้าคิวบาที่เดิมก็ล้าสมัยและขาดการดูแลอยู่แล้ว ถึงจุดล่มสลายโดยสิ้นเชิง

ข้อมูลการติดตามเรือจาก LSEG และ TankerTrackers.com เผยให้เห็นวิกฤตนำเข้าที่รุนแรง โดยในปีนี้มีเรือน้ำมันเพียง 2 ลำเล็ก ๆ จากเม็กซิโกและจาเมกาที่เข้าเทียบท่าคิวบาเพื่อลงเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้มเท่านั้น ขณะที่ท่าเรือหลักอย่างมาทันซัสและโมอา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรับน้ำมันดิบเพื่อผลิตไฟฟ้า กลับไม่มีกิจกรรมนำเข้าน้ำมันล็อตใหญ่เลยตลอดทั้งปี

แน่นอนว่า เวเนซุเอลา พันธมิตรหลักเดิม ไม่มีการส่งเชื้อเพลิงให้คิวบาเลยในปีนี้ แม้รัฐวิสาหกิจ PDVSA จะมีการโหลดน้ำมันลงเรือบรรทุกเมื่อเดือนก่อน แต่ข้อมูลดาวเทียมระบุว่า เรือลำดังกล่าวยังคงจอดนิ่งสนิทและไม่เคยเดินทางออกจากน่านน้ำเวเนซุเอลา ส่งผลให้คิวบาที่พึ่งพาน้ำมันจากพันธมิตรรายนี้เป็นหลักต้องเผชิญกับสภาวะ "ถังน้ำมันแห้งสนิท" เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

  • ความอ่อนแอเชิงโครงสร้างภายในคิวบา

อีกปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือ “ความเปราะบางภายใน” ของคิวบาเอง โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศถูกจัดอยู่ในระดับที่ล้าสมัยและเข้าขั้นวิกฤตมานานหลายทศวรรษ เนื่องจากขาดการลงทุนและการบำรุงรักษาที่เพียงพอ แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรเป็นตัวแปรหลัก แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่าระบบผลิตไฟฟ้าของเกาะแห่งนี้เสื่อมสภาพจนไม่สามารถรองรับความผันผวนใด ๆ ได้อีกต่อไป

เมื่อระบบผลิตไฟฟ้าที่เก่าแก่ต้องเผชิญกับสภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนัก ผลกระทบจึงลุกลามเป็นโดมิโน่ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ ทันที

ท่ามกลางวิกฤตที่บีบคั้นถึงขีดสุด แสงสว่างเดียวที่ปรากฏคือการเริ่มต้นเจรจาทวิภาคีระหว่างคิวบาและสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล ยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายกำลังหารือเพื่อระบุปัญหาที่ต้องแก้ไขร่วมกันอย่างเร่งด่วน ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มองว่า คิวบากำลังตกที่นั่งลำบากและกระตือรือร้นที่จะทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศเอาไว้

การเจรจาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการหาทางออกเรื่องพลังงาน แต่ยังเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ว่าคิวบาจะสามารถก้าวผ่านสภาวะใกล้ล่มสลายนี้ไปได้ด้วยข้อตกลงรูปแบบใหม่กับศัตรูเก่าแก่หรือไม่ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามองว่าบทสรุปของเกมการเมืองนี้จะจบลงที่การประนีประนอมหรือการล่มสลายของคิวบาที่ต้องเดินตามพันธมิตรอย่างเวเนซุเอลา


แชร์
โครงข่ายไฟฟ้าคิวบาล่มสลาย กระทบ 10 ล้านชีวิต น้ำมันแพงกว่ารายได้ทั้งปี