Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปฏิบัติการ Epic Fury แผน 4 วันยึดอิหร่าน: เกมไซเบอร์เปลี่ยนระเบียบโลก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ปฏิบัติการ Epic Fury แผน 4 วันยึดอิหร่าน: เกมไซเบอร์เปลี่ยนระเบียบโลก

1 มี.ค. 69
13:16 น.
แชร์

ปิดฉากสายเลือดคาเมเนอีท่ามกลางพายุไซเบอร์

หน้าประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางถูกเขียนใหม่ในชั่วข้ามคืน เมื่อปฏิบัติการร่วม "Epic Fury" ของสหรัฐฯ และ "Roaring Lion" ของอิสราเอล ประสบความสำเร็จอย่างเบ็ดเสร็จในการจู่โจมสายฟ้าแลบเข้าสู่ใจกลางอำนาจของอิหร่าน

 นี่คือต้นแบบสงครามยุค 2026 ที่เริ่มต้นด้วย "ปฏิบัติการไซเบอร์" ขั้นสูงสุด เข้าตัดสัญญาณเรดาร์และระบบสื่อสารทั่วกรุงเตหะรานจนเป็นอัมพาต เปิดทางให้ขีปนาวุธนำวิถีเจาะทะลวงเข้าสู่ "ห้องนิรภัย" สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี พร้อมสมาชิกครอบครัวสายตรงทั้งบุตรสาว ลูกเขย และหลานสาว เสียชีวิตทั้งหมดในที่พำนัก นับเป็นการปิดฉากตระกูลผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดอย่างถอนรากถอนโคนก่อนที่ระบบป้องกันภัยจะทันตั้งตัว

แหล่งข่าวความมั่นคงระบุว่า แผนการเด็ดหัวผู้นำครั้งนี้ถูกซุ่มเตรียมการมานานหลายเดือน โดยกำหนดเป้าหมายให้ "เฟสแรก" ของการกวาดล้างต้องเสร็จสิ้นภายใน 4 วัน เพื่อทำลายโครงสร้างบัญชาการของกองทัพ IRGC ให้ราบคาบ 

สถานการณ์ในกรุงเตหะรานขณะนี้ตกอยู่ในความโกลาหล เสียงไซเรนที่ดังระงมและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ถูกปิดตาย ทั่วโลกกำลังจับตาดูว่าสุญญากาศทางอำนาจหลังสิ้นสิ้นยุคสมัยคาเมเนอี จะนำไปสู่ระเบียบโลกใหม่ที่ยั่งยืนหรือสงครามภูมิภาคที่ขยายวงกว้างเกินควบคุม

Spotlight เจาะลึกยุทธศาสตร์ Epic Fury & Roaring Lion: เมื่อการทหารและเทคโนโลยีไซเบอร์รวมตัวกันเพื่อเปลี่ยนระเบียบโลกปี 2026

Epic Fury & Roaring Lion" ปฏิบัติการร่วมสองชาติ

ในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สัญญาณแจ้งเตือนภัยทางอากาศดังระงมทั่วกรุงเตหะราน พร้อมกับการปรากฏตัวของฝูงบินรบที่ตรวจจับไม่ได้ด้วยเรดาร์ นี่คือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมีการแบ่งภารกิจออกเป็นสองส่วนหลัก

  • ปฏิบัติการ Epic Fury: รุนแรง รวดเร็ว จบเกมไว

รัฐบาลวอชิงตันได้ตั้งชื่อแคมเปญการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้ว่า Operation Epic Fury โดยในการแถลงครั้งแรกหลังเกิดการโจมตี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าวัตถุประสงค์คือ การขจัดภัยคุกคามแบบจวนตัวจากอิหร่าน พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ จะทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่าน และจะกวาดล้างกองทัพเรือให้สิ้นซาก

รัฐบาลวอชิงตันภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกใช้ชื่อที่สื่อถึงพลังอำนาจที่ไม่อาจต้านทานได้ โดยเน้นยุทธศาสตร์ "Shock and Awe 2.0" คือการโจมตีที่รุนแรง รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อทำลายขีดความสามารถในการตอบโต้ของกองทัพอิหร่านให้เป็นอัมพาตภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก

  • อิสราเอล: "Operation Roaring Lion" 

ในขณะที่สหรัฐฯ เน้นภาพรวมภูมิภาค อิสราเอลกลับเน้นการเผด็จศึก ภัยคุกคามที่จวนตัว ชื่อนี้สื่อถึงการเลิกใช้นโยบายสงครามในเงามืด และเปลี่ยนเป็นการรุกคืบอย่างเต็มกำลังเพื่อทำลายฐานที่มั่นสุดท้ายของศัตรูหมายเลขหนึ่ง 

ภารกิจนี้พุ่งเป้าไปที่การสังหารผู้นำระดับสูง โดยเฉพาะ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และสมาชิกในครอบครัวสายตรง ซึ่งเปรียบเสมือนการตัด "หัวใจ" ของระบอบการปกครองอิสลาม เพื่อหวังให้เกิดการล่มสลายจากภายในและเปิดทางให้เกิดระเบียบการเมืองใหม่ในตะวันออกกลาง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การโจมตีดำเนินไปทั้งทางอากาศและทางทะเล ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ปฏิบัติการนี้มีการวางแผนร่วมกับวอชิงตันมานานหลายเดือน และได้มีการกำหนดวันเริ่มต้นปฏิบัติการล่วงหน้าไว้แล้วตั้งแต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้ แหล่งข่าวอีกแห่งที่อ้างโดยหนังสือพิมพ์ The Times of Israel ระบุว่า ระยะแรกของการบุกโจมตีคาดว่าจะกินเวลาอย่างน้อย 4 วัน โดยการเลือกช่วงเวลาโจมตีระลอกแรกในช่วงเช้านั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้อิหร่านตั้งตัวไม่ติด เนื่องจากเจ้าหน้าที่เชื่อว่ารัฐบาลเตหะรานจะไม่คาดคิดว่าจะมีการโจมตีในเวลากลางวัน ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงอีกรายที่อ้างโดยสถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล ระบุว่าอิสราเอลกำลังรุกคืบแบบ "เต็มกำลัง" โดยมีสหรัฐฯ หนุนหลังเต็มที่

มีรายงานว่าการโจมตีได้พุ่งเป้าไปยังพื้นที่ใกล้กับสำนักงานของ ผู้นำสูงสูดอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี แม้ว่าผู้นำสูงสุดวัย 86 ปีผู้นี้จะไม่ได้อยู่ในกรุงเตหะรานในช่วงเวลาดังกล่าว และได้ถูกย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัยล่วงหน้าแล้ว สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเกิดการโจมตีอย่างน้อย 3 ถึง 4 ระลอกครอบคลุมทั่วเขตเมืองหลวง

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทางทหารขนานใหญ่ในภูมิภาคในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ฝูงบินรบ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี และยุทโธปกรณ์อื่นๆ โดยในจำนวนนี้มีเรือรบที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ สองลำ ได้แก่ เรือ USS Gerald R. Ford และ USS Abraham Lincoln 

เจาะลึก "ลำดับเหตุการณ์ Daylight Strike โจมตีกลางวันแสก ๆ 

ปฏิบัติการเปิดฉากขึ้นในเวลา 09:30 น. ตามเวลากรุงเตหะราน เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ระดมยิงขีปนาวุธ Tomahawk จากเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมส่งฝูงบินรบจากฐานทัพทั่วภูมิภาคทะยานสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ 

เพียงไม่กี่นาทีต่อมาในเวลา 09:15 น. เสียงระเบิดรุนแรงได้ดังกึกก้องขึ้นใจกลางกรุงเตหะรานท่ามกลางแสงแดดจ้า ขณะประชาชนเริ่มออกไปทำงาน แรงระเบิดต่อเนื่องกว่า 3-4 ระลอก เป็นสัญญาณชัดเจนว่าน่านฟ้าที่เคยหนาแน่นของอิหร่านถูกเจาะทะลวงโดยสมบูรณ์แล้ว

ในเวลาต่อมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลกด้วยการปล่อยวิดีโอแถลงการณ์ผ่าน Truth Social ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่านเพื่อกำจัดภัยคุกคามขั้นเด็ดขาด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง 

สอดคล้องกับรายงานวินาที "เด็ดหัว" เมื่อขีปนาวุธความแม่นยำสูงพุ่งเป้าถล่มเขตพำนักของผู้นำสูงสุดในเมืองหลวงอย่างแม่นยำ จนภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นความพินาศยับเยินของอาคารเป้าหมายในเวลาต่อมา

ความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ได้รับการยืนยันโดยสื่อหลักระดับโลกที่ระบุตรงกันว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัวสายตรงเสียชีวิตทันทีในที่พำนัก ขณะที่ขอบเขตการโจมตีขยายตัวไปทั่วประเทศด้วยฝูงบินอิสราเอลกว่า 200 ลำ ที่ปูพรมถล่มเป้าหมายกว่า 500 จุด ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งแหล่งนิวเคลียร์ใน Isfahan ศูนย์กลางอำนาจใน Qom รวมถึงคลังแสงขีปนาวุธและระบบป้องกันภัย S-400 ใน Karaj และ Kermanshah

จนกระทั่งในช่วงบ่ายวันเดียวกัน สถานการณ์ความพ่ายแพ้ของระบอบเดิมเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อมีรายงานว่าผู้นำระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกนี้เช่นกัน ส่งผลให้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของอิหร่านต้องออกประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 40 วัน พร้อมยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอย่างเป็นทางการ นับเป็นการปิดฉากยุคสมัยของคาเมเนอีและนำไปสู่สุญญากาศทางอำนาจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของอิหร่าน

เขี้ยวเล็บยุทโธปกรณ์ในสงครามไฮเทค 2026

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า ความสำเร็จของปฏิบัติการ Epic Fury และ Roaring Lion ไม่ได้อยู่ที่จำนวนระเบิด แต่อยู่ที่ "ความล่องหน" และ "ความแม่นยำ" ที่เหนือชั้นกว่าระบบป้องกันของอิหร่านหลายเท่าตัว 

สหรัฐฯ และอิสราเอลใช้ฝูงบินรบ Gen 5 ที่สามารถ "ล่องหน" จากเรดาร์ S-300 และ S-400 ของรัสเซียที่อิหร่านประจำการอยู่ ฝูงบินเหล่านี้บินเข้าสู่ใจกลางกรุงเตหะรานโดยไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจนกระทั่งระเบิดลูกแรกกระทบเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการใช้โดรนพลีชีพขนาดเล็กที่ปล่อยจากฐานทัพลับใกล้ชายแดน เข้าทำลายเสาอากาศสื่อสารและฐานเรดาร์เฉพาะจุดก่อนที่ฝูงบินใหญ่จะมาถึง

ขณะที่อำนาจการทำลายล้างทางทะเลก็สร้างความสนใจได้ไม่แพ้กัน การปรากฏตัวของ USS Gerald R. Ford และ USS Abraham Lincoln ในทะเลอาหรับ ไม่ใช่แค่การข่มขู่ แต่เป็นฐานยิงขีปนาวุธ Tomahawk กว่า 100 ลูกที่พุ่งเป้าไปยังคลังแสงมิสไซล์ใต้ดินของอิหร่าน รวมถึงเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke ทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกัน (Aegis) คอยสกัดกั้นหากอิหร่านพยายามยิงมิสไซล์ตอบโต้กลับมายังกองเรือ

ในยุค 2026 ยุทธศาสตร์ที่ต่างออกไปจากการทำสงครามครั้งก่อน คือพื้นที่สู้รบย้ายเข้าในอยู่ในโลกไซเบอร์ อนที่เครื่องบินลำแรกจะทิ้งระเบิด หน่วยไซเบอร์ของสหรัฐฯ (USCYBERCOM) และหน่วย 8200 ของอิสราเอล ได้ส่งมัลแวร์เข้าตัดระบบไฟฟ้าและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในย่านราชการของเตหะราน ซึ่งทำให้ระบบป้องกันและโจมตีกลับอ่อนแอลง ระบบบัญชาการและควบคุม (C2) ของกองทัพอิหร่านถูกรบกวนจนไม่สามารถสั่งการขีปนาวุธตอบโต้ได้ในช่วงนาทีวิกฤต ส่งผลให้ผู้นำระดับสูงที่พำนักอยู่ถูกโดดเดี่ยวและตกเป็นเป้าสังหารอย่างง่ายดาย

วิกฤตวงกว้าง ทั่วตะวันออกกลางเป็นอัมพาต

แม้โครงสร้างส่วนบนจะถูกทำลาย แต่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ยังหลงเหลือได้เปิดฉากยุทธศาสตร์ "สงครามวงกว้าง" เพื่อตอบโต้อย่างสิ้นหวัง โดยมีการระดมยิงขีปนาวุธและโดรนพลีชีพเข้าถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศร่วมภาคี ทั้งใน กาตาร์, คูเวต, บาห์เรน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เมื่อสนามบินนานาชาติในดูไบและคูเวตต้องระงับการบินพลเรือนทันทีหลังการโจมตี ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนขานรับด้วยการประกาศปิดน่านน้ำทะเลแดงและเริ่มโจมตีเรือสินค้าทุกลำเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงน้ำมันของโลกเป็นการล้างแค้น

ในปัจจุบัน สถานการณ์ในอิหร่านยังคงคุกรุ่นท่ามกลางสุญญากาศทางอำนาจหลังสิ้นสุดยุคสมัยของคาเมเนอี ปฏิบัติการ Epic Fury และ Roaring Lion ในปี 2026 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปะทะทางทหารครั้งคราว แต่คือการจงใจ "รีเซ็ต" ระเบียบอำนาจในตะวันออกกลางใหม่ทั้งหมด การล่มสลายของศูนย์กลางอำนาจในเตหะรานวันนี้อาจหมายถึงจุดจบของเครือข่ายตัวแทนติดอาวุธทั่วภูมิภาค แต่มันก็ได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้โลกในวันพรุ่งนี้ว่า ระเบียบใหม่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลสร้างขึ้นด้วยกำลังทหาร จะนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืนหรือจะเป็นเชื้อไฟกองใหม่ที่ยากจะควบคุมยิ่งกว่าเดิม

แชร์
ปฏิบัติการ Epic Fury แผน 4 วันยึดอิหร่าน: เกมไซเบอร์เปลี่ยนระเบียบโลก