
นับตั้งแต่ปีที่แล้ว รัฐบาลจีนเดินหน้ากดดันเมียนมาอย่างหนัก เพื่อปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในหลายเมือง เช่น ชเวก๊กโก่ และ KK Park จนนำไปสู่ปฏิบัติการจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายราย ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจีนสามารถ “ทำได้จริง” โดยใช้การกดดันในหลายด้านพร้อมกัน
หลังจากการกดดันเมียนมาเพื่อให้ปราบแก๊งสแกมเมอร์ดำเนินการไปได้ด้วยดี แม้จะถูกมองว่า เป็นการจัดฉากภายในของรัฐบาลทหารเมียนมาที่ได้ผลประโยชน์จากแก๊งเหล่านั้นก็ตาม ปัจจุบัน จีนกำลังพุ่งเป้าหมายใหม่มายังกัมพูชา ซึ่งเป็นพันธมิตรดั้งเดิมของจีนเช่นกัน
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า กัมพูชาได้ดำเนินการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้กว่า 2,000 คน ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลจีน แต่ในบรรดาผู้ถูกจับกุมครั้งนี้ มีชาวจีนรวมอยู่ด้วยเกือบ 1,800 คน
แถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายครั้งใหญ่เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ในเมืองบาเวต ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนเวียดนาม
รายงานระบุว่า มีชาวต่างชาติถูกจับกุม 2,044 คน ในจำนวนดังกล่าว 1,792 คนมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ 5 คนมาจากไต้หวัน และ 177 คนมาจากเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีชาวเมียนมาอีก 179 คน ส่วนที่เหลือ ส่วนใหญ่มาจากบรรดาประเทศอาเซียนและเอเชียใต้
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่า ทางการกัมพูชาตั้งใจจะส่งผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศต้นทางหรือไม่ แต่ผู้มีสัญชาติจีนทั้งหมด คาดว่าจะถูกส่งตัวให้แก่รัฐบาลจีน เหมือนกับเฉิน จื้อ นายใหญ่แห่ง Prince Holding Group ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศจีนเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นายเฉินถูกกล่าวหาว่า ดำเนินกิจการผิดกฎหมายหลายอย่าง รวมถึงเปิดกาสิโน ฉ้อโกง กิจการผิดกฎหมายและปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย
ปฏิบัติการดังกล่าวในเมืองบาเวตของกัมพูชานับเป็นปฏิบัติการกวาดล้างสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ของประเทศ โดยโฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชายืนยันว่า กัมพูชาไม่ใช่สวรรค์อันปลอดภัยของเหล่าอาชญากรรม
สำนักข่าว Cambodia China Times รายงานว่า มาตรการปราบปรามอย่างเข้มงวดของทางการได้ส่งผลให้แหล่งหลอกลวงหลายแห่งตัดสินใจปิดตัวลงโดยสมัครใจ ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว
รัฐบาลกัมพูชาได้ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันของจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ภายในประเทศ โดยเริ่มจากการมุ่งเป้าไปยังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา เมื่อเครือข่ายเหล่านั้นถูกทลายหรือย้ายฐานปฏิบัติการไปแล้ว จุดสนใจจึงหันมาที่กัมพูชา ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ระบุระหว่างการพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และ รัฐมนตรีมหาดไทยของกัมพูชา เมื่อเดือนที่แล้วว่า อาชญากรรมการฉ้อโกงออนไลน์ การกักขังโดยผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง “เป็นอุปสรรคสำคัญ” ต่อการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศจีนอ้างคำกล่าวของหวังว่า เหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนซึ่งสูญหายหรือหายตัวไปในกัมพูชา ได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากทางการจีน และการที่เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อย ย้อนแย้งต่อมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนและกัมพูชา
รายงานของคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ของกัมพูชา ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ในช่วงเจ็ดเดือนที่ผ่านมา ทางการได้จับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์รวม 5,106 คน จาก 23 ประเทศ ในจำนวนนี้ มีผู้ต้องสงสัย 4,534 คน ถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางแล้ว
กัมพูชาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ปี 1958 และความสัมพันธ์ดังกล่าวได้พัฒนาไปสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยในปัจจุบัน จีนมีสัดส่วนมากกว่า 44% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในกัมพูชา และเป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนมากกว่า 70% ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ส่งผลให้เศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในเมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งกิจการของจีนคิดเป็นเกือบ 95% ของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น การหลั่งไหลเข้ามาของเงินทุนจีนได้ผลักดันราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ให้พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากต้องย้ายถิ่นฐาน ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนความกังวลในประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ BRI เช่นกัน ว่าการปล่อยให้อิทธิพลจากต่างชาติขยายตัวโดยขาดการกำกับดูแล อาจจำกัดอำนาจการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศเจ้าบ้าน
อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้ส่งผลอย่างโดดเด่นต่อการยกระดับการเชื่อมต่อของกัมพูชา โดยเฉพาะทางด่วนสีหนุวิลล์–พนมเปญ ซึ่งเชื่อมท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเข้ากับกรุงพนมเปญ นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญอื่น ๆ เช่น สนามบินนานาชาติเตโช ซึ่งเปิดให้บริการแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา
SCMP, Medium, Theyoungdiplomats