Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เสียงจากไรเดอร์ : อาชีพใช้แล้วทิ้ง อิสระไม่จริง สวัสดิการไม่มี
โดย : ปิยมาส วงศ์พลาดิสัย

เสียงจากไรเดอร์ : อาชีพใช้แล้วทิ้ง อิสระไม่จริง สวัสดิการไม่มี

30 ม.ค. 69
14:30 น.
แชร์

“มันมีเหตุการณ์ที่ไรเดอร์ส่งอาหารให้กับลูกค้า แล้วถูกรถ 6 ล้อเบียด ต้องเสียขาข้างนึง”

นี่คือคำบอกเล่าของ ‘เรย์ อนุกูล ราชกุณา’ ไรเดอร์หนุ่มที่ยึดอาชีพนี้เป็นหลักบ้าง เป็นอาชีพเสริมบ้าง มาเป็นเวลาเกือบ 7 ปี เขาจึงเข้าใจปัญหาที่ไรเดอร์ต้องเผชิญมาทุกคลื่นทุกยุค ยิ่งไปกว่านั้น ยังคลุกคลีอยู่กับเพื่อนร่วมอาชีพ ใส่ใจและฟังเรื่องราวของพวกเขาเป็นพิเศษ ในฐานะ “ผู้ก่อตั้งเพจสหภาพไรเดอร์” โดยหวังว่าช่องทางนี้ จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ตนเองและเพื่อนไรเดอร์อีกหลายพันชีวิต

“ตอนนี้ ไรเดอร์ที่ประสบอุบัติเหตุคนนั้น วิ่งงานแบบเดิมไม่ได้ กลายเป็นว่าหลักประกันกฎหมายเขาก็ไม่มี ประกันสังคมก็ไม่มี เขาต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะคำว่าอาชีพอิสระ แค่นี้เอง”

นี่เป็นเพียงหนึ่งในเหตุการณ์ที่เรย์ชี้ให้เห็นว่า ‘ไรเดอร์’ เป็นอาชีพที่พบเจอความเสี่ยงตลอดเวลา แต่กลับไม่มีหลักประกันใด ๆ ที่เหมาะสม จนตนเองและเพื่อน ๆ เห็นตรงกันว่านี่คือ ‘อาชีพใช้แล้วทิ้ง’ 

แม้จะพวกเขาจะทำช่องทางการสื่อสารปัญหาของตัวเองบนโลกออนไลน์ พร้อมกับที่หลายครั้ง เราอาจได้เห็นกลุ่มหนุ่ม-สาวสวมเสื้อแบรนด์เดลิเวอรี-ขนส่งหลายเจ้า มากับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ รวมตัวประท้วงเรียกร้องอะไรบางอย่าง แต่เรย์ก็ยังยืนยันว่า ปัญหาของไรเดอร์ที่แท้จริงยังไม่ได้รับการแก้ไขแม้แต่น้อย 

เขาเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ เมื่อรัฐบาลรับฟังและแก้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองทุกคนที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ ไม่ว่าจะเป็นทุกคนที่ส่งของ ลูกค้าที่สั่งอาหาร ร้านที่ต้องการส่งสินค้า ผู้ใช้รถใช้ถนน หรือแม้แต่บริษัทแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเอง ก็จะได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพไรเดอร์เท่านั้น

เราเชื่อว่า นี่คือหนึ่งในเสียงนอก Spotlight ที่อยากส่งถึงรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ในเมื่อปัจจุบันมีกฎหมายที่คุ้มครองอาชีพอิสระแล้ว แต่ทำไมถึงไม่ครอบคลุม? และในเมื่อเป็นอาชีพอิสระที่ไรเดอร์จะเดินออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ ทำไมพวกเขาจึงเลือกที่จะต่อสู้เพื่อทำอาชีพนี้่ต่อไป แทนที่จะเดินออกมาจาก ‘อาชีพใช้แล้วทิ้ง’

ลดค่ารอบ-ออร์เดอร์พ่วง ได้ยินบ่อย แต่หนักหนาแค่ไหน?

ที่กลับรถใต้สะพาน บนฟุตบาทกว้างเป็นพิเศษ เป็นที่พักพิงไม่กี่ที่ของไรเดอร์เพื่อหลบแดดร้อนช่วงกลางวัน ทีมข่าว Spotlight นั่งคุยกับเรย์ อนุกูล เริ่มต้นด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า ลดค่ารอบ-ออเดอร์พ่วง ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ มันคืออะไร และมันบีบรัดค่าตอบแทนของไรเดอร์ขนาดนั้นเชียวหรือ?

“ช่วงแรกดีกว่างานประจำอีกนะ เพราะว่าเราวิ่งงานไม่กี่ชั่วโมง สมมติ 3-4 ชม. เรามีรายได้แตะ 1,500 บาทแล้ว รายได้ช่วงที่เริ่มทำg,njvหลายปีที่แล้ว ก็ประมาณ 40,000-50,000 บาทต่อเดือนเลย” เขาเล่าให้ฟังว่าจากรายได้ที่เคยดี ๆ แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ซึ่งเงื่อนไขในการทำงานมันค่อย ๆ เปลี่ยนไป จุดเปลี่ยนเริ่มแรก คือโดนลดการมองเห็น จากที่เคยมองเห็นงานรัศมี 5 กิโลเมตร ลดให้เหลือแค่ 2 กิโลเมตร

เรย์ยังเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้มีไฟในการลุกขึ้นมาก่อตั้งเพจสหภาพไรเดอร์ “มันไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงที่ มันมองไม่ค่อยเห็นงาน เพราะงานมันถูกจำกัดแล้ว พอมองไม่เห็นงาน มันก็เกิดการประท้วงขึ้น  เราก็เริ่มเอะใจ ทุกครั้งที่เราประท้วง มันไม่สามารถหยุดยั้งบริษัทแพลตฟอร์ม ที่พยายามเปลี่ยนสภาพการทำงานของเราได้เลย” เขากล่าว

ค่าตอบแทนของไรเดอร์ยิ่งหดหายลง จากกฎบริษัทและเงื่อนไขใหม่ ๆ ที่ค่อย ๆ ออกมาลดรายได้ไปทีละนิด ปัญหาหนักใจที่ไรเดอร์ต้องเจอในปัจจุบัน คือการโดนลดค่ารอบหนักมาก เรย์เล่าว่า สมัย 7 ปีที่แล้ว สมมติวิ่งงานส่งอาหารในระยะทางหนึ่ง ค่าตอบแทนอยู่ที่ 91 บาท แต่ทุกวันนี้ ถ้าวิ่งงานในระยะทางเดียวกัน ค่าตอบแทนลดลงมาเหลือประมาณ 30 บาท ถ้าอยากได้รายได้เท่าเดิม นั่นหมายถึงไรเดอร์ต้องวิ่งงานเยอะขึ้นเป็นสามเท่า

เขามองว่า ไรเดอร์ยังโดนซ้ำเติมด้วย “บังคับงานพ่วง” จากที่วิ่งงานรับอาหาร 1 ร้าน ส่งปลายทาง 1 จุด กลายเป็นว่าต้องรับออร์เดอร์ถึง 3 ร้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อไปส่งปลายทางอีก 2-3 จุด ปัญหาก็คือ ค่าตอบแทนกลับไม่ได้เพิ่มตามอย่างเหมาะสม เขาเล่าว่า “ออร์เดอร์พ่วงคือออร์เดอร์ที่บริษัทแพลตฟอร์มยัดมาให้ไรเดอร์ เราวิ่งงาน 1 ตัว สมมติได้ 30 บาท แต่บริษัทพ่วงงานมาให้ตัวที่ 2 และ 3 มันกลับไม่ได้ 90 บาทเหมือนตัวแรก บางทีวิ่ง 3 งาน เหลือ 50 กว่าบาท”  

เมื่อได้ถอยหลังมาดูอาชีพของตนเอง เรย์พบว่า “สภาพการทำงานของไรเดอร์ เปรียบเสมือนทฤษฎีนึงที่ผมชอบมาก กินกบตัวนั้นซะ! ไรเดอร์เหมือนกบที่ถูกเอาใส่หม้อ ค่อย ๆ ต้มน้ำ เร่งไฟขึ้นเรื่อย ๆ ไรเดอร์ไม่รู้ตัวหรอกว่าถูกปรับเปลี่ยนสภาพการทำงาน ลดค่ารอบอะไรยังไง กว่าเขาจะรู้ตัว มันก็โดนเอาเปรียบไปแล้ว มันเป็นอาชีพที่ยิ่งทำยิ่งจน อาชีพนี้ ยิ่งทำยิ่งเข้าเนื้อ ยิ่งทำยิ่งต้องเอาเงินที่วิ่งงานมาบำรุงรักษารถจักรยานยนต์และร่างกายตัวเอง”

อิสระแบบใด? บังคับการทำงานให้ยิ่งเสี่ยง

เมื่อถกกันถึงความเป็นอิสระของอาชีพ ที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างของบริษัทแพลตฟอร์ม แต่พวกเขาจะถูกเรียกว่าเป็น “พาร์ทเนอร์” แต่เรย์ อนุกูลและไรเดอร์หลาย ๆ คนไม่เห็นด้วยกับตำแหน่งนี้ พวกเขาเชื่อว่า อาชีพนี้ไม่ได้มีอิสระขนาดนั้น เพราะกฎระเบียบที่ออกมา ผลักภาระให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เป็นอย่างมาก 

“ผมเคยเห็นบริษัทแพลตฟอร์แต่ละค่าย จะมีจัดเคมเปญ ใครวิ่งงานได้มากที่สุด ทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะ ผมไม่เห็นด้วยนะ คุณกำลังใช้ร่างกายไรเดอร์ในการทำเคมเปญ แล้วเขาต้องมาแบกรับความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุทีหลังเองหรือ?” เรย์แชร์มุมมองว่า “กลายเป็นว่ามันเพิ่มความเสี่ยงกับคนใช้รถใช้ถนนทุกวัน คือคนทำงานมันช้ำอะ มันถูกขูดรีดมาแล้วอะครับ 8-10 ชม. เราทำ เรายังเหนื่อยเลยครับ”

Spotlight ตรวจสอบพบว่าหลายบริษัทแพลตฟอร์มไม่ได้มีแคมเปญที่ให้รางวัลคนวิ่งงานหนักอย่างเดียว บางค่ายก็มองเห็นปัญหาการวิ่งงานของไรเดอร์หลายชั่วโมงติดต่อกัน โดยจะมีการส่งคำเตือนหากระบบตรวจพบว่าไรเดอร์วิ่งงานหลายชั่วโมงเกินไป และบางบริษัทถึงขั้นปิดระบบการรับงานเพื่อบังคับให้ไรเดอร์พักผ่อน 

นอกจากนี้ ลักษณะการทำงานของไรเดอร์มีความเสี่ยงอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ทำงานหลายชั่วโมงก็ตาม ทั้งสภาพอากาศที่สร้างผลกระทบต่อร่างกาย ฝนตก แดดร้อนจัด ยังไม่นับรวมมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM 2.5 ที่กำลังหนักหนาอยู่ทุกวันนี้ และท่วงท่าในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในท่าเดิมติดต่อกัน ล้วนค่อย ๆ สะสมให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก นี่คือภาระที่ไรเดอร์จะต้องดูแลรับผิดชอบตัวเอง 100% และ ‘พาร์ทเนอร์’ ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใด ๆ

หลายครั้งที่ไรเดอร์ออกมารวมตัวประท้วง คนนอกอาชีพจำนวนไม่น้อยเลย มีความคิดที่ว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในอาชีพอิสระ หากไม่ชอบหรือถูกเอาเปรียบ ก็แค่เดินออกมา! แต่เขาเองก็เคยเดินออกมาจากสภาพการทำงานที่ไม่ชอบใจมาก่อน เพราะก่อนจะเริ่มมาจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ วิ่งส่งของ เขาเคยเป็นช่างในอู่รถยุโรปแห่งหนึ่ง แม้ตอนนั้นจะเป็นงานประจำที่มีสวัสดิการที่ดีกว่านี้ ก็ยังรู้สึกว่าถูกนายจ้างเอาเปรียบเกินไป จนตัดสินใจลาออก 

แต่ครั้งนี้เขามองต่างออกไป เขาตอบคำถามอย่างหนักแน่นว่า 

 “เมื่อคุณบอกให้คนคนหนึ่ง 

เดินออกมาจากการถูกเอาเปรียบ 

มันคือการบอกให้เขาหนี!"

"คุณอย่าลืมว่าคุณกำลังอยู่ในสังคม

ที่อนุญาตให้คนมีอำนาจเอาเปรียบคนตัวเล็กได้ 

มันก็การันตีว่าวันหนึ่ง คุณก็อาจจะเป็นคนที่ถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน…

แต่ถ้าคุณสนับสนุนคนที่มาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในอาชีพของเขา

เท่ากับว่าคุณกำลังส่งเสริมให้สังคมนี้มันเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น"

เสียงที่อยากส่งถึงนายกใหม่ ไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาล

เมื่อคุยกันมาได้สักพัก จนทำให้ทีมข่าว Spotlight เข้าใจสภาพการทำงานของไรเดอร์ได้ลึกซึ้งกว่าเดิม เราพยายามปิดท้ายด้วยคำถามที่ขอความชัดเจนจากผูเ้ก่อตั้งเพจสหภาพไรเดอร์ ในเส้นทางการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมของเขา ดูเหมือนจะเป็นการขอความเป็นธรรมจาก ‘บริษัทแพลตฟอร์ม’ เสียมากกว่า แต่จริง ๆ แล้ว อนุกูลบอกกับเราว่า การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ที่จะทำให้ไรเดอร์ไม่ต้องออกมาประท้วงทุกไตรมาส คือการเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลเท่านั้น จึงจะทำได้

คำถามที่ว่า “แล้วไรเดอร์ ต้องการจะส่งเสียงอะไรไปยังรัฐบาล” เขามีคำตอบให้เราอย่างหนักแน่นอีกครั้ง เขากล่าวว่า “เราก็ต้องการที่จะต่อสู้ในเรื่องของสภาพการทำงาน ให้รัฐออกกฎหมายการทำงานที่จะมาคุ้มครองอาชีพนี้ให้ได้ เพราะว่าอาชีพนี้ มันส่งผลต่อสังคมในอนาคตและในปัจจุบันแล้ว ดังนั้นรัฐควรเข้ามาทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเข้ามาควบคุมสภาพการทำงานและควบคุมบริษัทแพลตฟอร์มด้วย”

  • Prop 22: คุ้มครองไรเดอร์ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน อเมริกาเริ่มแล้ว!

ไม่ใช่แค่เพียงเรียกร้อง แต่เขายังยกตัวอย่างกฎหมายคุ้มครองไรเดอร์ในต่างประเทศ ที่นำมาใช้แล้ว อาจเป็นโมเดลในการเริ่มเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้กับรัฐบาลใหม่ได้ เรย์ อนุกูล ยกชื่อ ‘พร็อพ 22’ เมื่อนำมาหาข้อมูลต่อ เราพบว่ามันคือ Proposition 22 หรือชื่อเต็มคือ App-Based Drivers as Contractors and Labor Policies Initiative เป็นกฎหมายในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "ไรเดอร์" หรือกลุ่มคนทำงานผ่านแอปพลิเคชัน (Gig Workers) เช่น Uber, Lyft, DoorDash และ Instacart

ปกติแล้วในแคลิฟอร์เนียมีกฎหมาย (AB 5) ที่พยายามจะเปลี่ยนให้ไรเดอร์มีสถานะเป็น "พนักงานบริษัท" เพื่อให้ได้รับสวัสดิการเต็มรูปแบบ แต่ Prop 22 ถูกผลักดันออกมาเพื่อกำหนดให้ไรเดอร์ไม่ใช่พนักงานของบริษัท แต่เป็นคู่สัญญาอิสระ ไรเดอร์ยังคงสามารถเลือกเวลาทำงานเองได้ และเลือกรับงานจากหลายแอปฯ พร้อมกันได้

แม้จะไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ Prop 22 บังคับให้บริษัทต้องมอบสิทธิประโยชน์บางอย่างที่ "มากกว่า" ผู้รับจ้างทั่วไป ทั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่ แม้จะไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ Prop 22 บังคับให้บริษัทต้องมอบสิทธิประโยชน์บางอย่างที่ "มากกว่า" ผู้รับจ้างทั่วไป รวมไปถึงเงินช่วยค่าประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ และคุ้มครองอย่างละเอียด ถึงขั้นที่ว่า แพลตฟอร์มจะต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสื่อมและน้ำมัน ประมาณ $0.30 ต่อไมล์

  • แพลตฟอร์มสเปนใจถึง เขียน Rider Law เองคุ้มครองไรเดอร์

อีกหนึ่งกฎหมายคุ้มครองไรเดอร์ที่เกิดขึ้นจากฝั่งของแพลตฟอร์มเอง เกิดขึ้นที่ประเทศสเปน Royal Decree-Law 9/2021 ไม่ได้แค่บังคับให้เปลี่ยนไรเดอร์เป็นพนักงานเท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นเรื่อง "อัลกอริทึม" ที่บริษัทเปิดเผยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส

บริษัทแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในสเปน อย่าง Uber Eats, Glovo, Deliveroo เปิดเผยข้อมูลอัลกอริทึม ให้กับ "ตัวแทนสหภาพแรงงาน" หรือคณะกรรมการพนักงานทราบ ข้อมูลอย่าง อัลกอริทึมใช้เกณฑ์อะไรในการจ่ายงานให้ไรเดอร์คนนี้ แต่ไม่ให้คนนั้น? คะแนนความพึงพอใจหรือพฤติกรรมการขับขี่ ถูกนำมาคิดเป็นเกณฑ์ในการ "พักงาน" หรือ "ไล่ออก" อย่างไร? อีกทั้งยังมีคะแนนความพึงพอใจหรือพฤติกรรมการขับขี่ ถูกนำมาคิดเป็นเกณฑ์ในการ "พักงาน" หรือ "ไล่ออก" อย่างไร?

เรย์ อนุกูล หวังว่า ตัวอย่างกฎหมายเหล่านี้ อาจทำให้มีผู้อำนาจเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในอนาคต ได้เข้าใจกับสภาพการทำงานของไรเดอร์มากขึ้น และอาจรับไว้พิจารณา ช่วยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยและเพิ่มอำนาจในฝั่งของไรเดอร์ตัวเล็ก ๆ ให้สามารถต่อรองกับบริษัทแพลตฟอร์ได้ดีขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่า กฎหมายที่คุ้มครองไรเดอร์ จะสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกภาคส่วน ทั้งผู้ใช้งานและตัวบริษัทเองด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ไรเดอร์ฝ่ายเดียว และอย่างที่เขากล่าวไว้ ว่าน่คือส่วนหนึ่งที่พวกเราทุกคนกำลังสร้างสังคมที่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะหน้าตาเป็นอย่างไร

แชร์
เสียงจากไรเดอร์ : อาชีพใช้แล้วทิ้ง อิสระไม่จริง สวัสดิการไม่มี