
30 มกราคม 2569 เวเนซุเอลาอนุมัติร่างกฎหมายใหม่ อนุมัติให้ต่างชาติลงทุนน้ำมันในประเทศได้ หลังได้รับความกดดันจากสหรัฐฯ นักวิเคราะห์ยังกังวลเหตุเนื้อหาในร่างขาดความชัดเจน พร้อมกันนั้นโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้ปิดน่านฟ้าเวเนซุเอลาในเชิงพาณิชย์ได้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 มกราคม 2569) รัฐสภาเวเนซุเอลาอนุมัติร่างกฎหมายไฮโดรคาร์บอนฉบับใหม่ มีสาระสำคัญมอบอำนาจให้บริษัทเอกชนสามารถเข้าควบคุมการผลิต การขายน้ำมัน สามารถลดหย่อนภาษี และอนุญาตให้มีการอนุญาโตตุลาการที่เป็นอิสระในการตัดสินข้อพิพาท แต่รัฐเวเนซุเอลายังคงควบคุมการผลิตน้ำมันหลักอยู่
ผู้นำรัฐสภา ฮอร์เก โรดริเกซ ซึ่งเป็นพี่ชายของรักษาการประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซร่วมเฉลิมฉลองกฎหมายฉบับใหม่ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะนำความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศ
“ผมขอแสดงความยินดีกับประชาชนชาวเวเนซุเอลา ต่อจากนี้จะมีแต่สิ่งดี ๆ เท่านั้น หลังจากเราผ่านความทุกข์ยากมา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งดี ๆ สำหรับทุกคนเลย เราต้องร่วมกันสร้างมันขึ้น ไม่ว่าแต่ละคนจะมีแนวคิดเรื่องความมั่งคั่งของสาธารณรัฐเราอย่างไรก็ตาม” เขากล่าว
ด้านรักษาการประธานาธิบดีกล่าวว่า “เรากำลังพูดถึงอนาคต เรากำลังพูดถึงประเทศที่เรากำลังจะมอบให้แก่ลูกหลานของเรา” คาดว่า เธอจะให้การอนุมัติขั้นสุดท้ายต่อร่างกฎหมายเร็ว ๆ นี้
ร่างดังกล่าวได้รับการอนุมัติวาระแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และผ่านกระบวนการ “รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ” แบบเร่งรัด ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์ในวาระที่สอง ซึ่งเป็นวาระสุดท้ายเมื่อวันพฤหัสบดี โดยสมัชชาแห่งชาติที่เป็นผู้ภักดีต่อระบอบการปกครอง
กฎหมายใหม่ระบุว่า แม้ในขณะที่บริษัทเอกชนเป็นหุ้นส่วนส่วนน้อยในการร่วมทุนกับ Petróleos de Venezuela SA หรือ PDVSA (บริษัทน้ำมันของรัฐเวเนซุเอลา) พวกเขาก็อาจใช้สิทธิ์ในการ “จัดการด้านเทคนิคและปฏิบัติการ” ได้โดยตรง ซึ่งข้อนี้แตกต่างจากกฎเกณฑ์เดิมที่กำหนดให้รัฐต้องเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจในด้านการปฏิบัติการ
นอกจากนี้ ร่างฉบับใหม่ยังบัญญัติถึงความเป็นไปได้ในการลดการจ่ายค่าภาคหลวง (เงินที่เอกชนต้องจ่ายให้เจ้าของทรัพยากร) ให้แก่ระบอบการปกครองจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละศูนย์
นับตั้งแต่มีการปิดล้อมทางทะเลเพื่อสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันด้วยเรือที่ถูกคว่ำบาตร และปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 3 มกราคม และจับกุมตัวประธานาธิบดีมาดูโร สหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมการส่งออกน้ำมันและรายได้ของเวเนซุเอลา
ทำเนียบขาวกล่าวว่า มีความตั้งใจจะถือครองการควบคุมนั้นไว้โดยไม่มีกำหนด เพื่อให้แน่ใจว่าระบอบการปกครองนี้จะดำเนินตามวัตถุประสงค์นโยบายต่างประเทศของตน ซึ่งคือการส่งต่อการปกครองให้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มีความมั่นคง
สหรัฐฯ แสดงความมุ่งมั่นในการเข้าไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลาเสมอมา และสนับสนุนให้รัฐบาลเวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงกฎหมายไฮโดรคาร์บอน
ทรัมป์กล่าวว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ลงพื้นที่ในเวเนซุเอลาแล้วเพื่อดำเนินการประเมินสถานที่สำหรับการปฏิบัติงานที่อาจเกิดขึ้น เขากล่าวว่าพวกเขากำลัง “สำรวจและเลือกทำเล และพวกเขาจะนำความมั่งคั่งมหาศาลกลับมาสู่เวเนซุเอลาและสหรัฐอเมริกา”
รัฐบาลทรัมป์ยังได้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาด้วย โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไปที่อนุญาตให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบอบการปกครองของเวเนซุเอลาและบริษัท PDVSA ได้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เปิดเผยว่า ได้ทำข้อตกลงใหญ่มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขายน้ำมันจากคลังสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งถูกควบคุมโดยรัฐวิสาหกิจและถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทสัญชาติอเมริกันทุกแห่งเข้าไปยุ่งเกี่ยวมานานหลายปี ยกเว้นเพียงบริษัทเชฟรอน
ตามข้อมูลแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมน้ำมันของ USA Today รัฐบาลทรัมป์ได้มอบใบอนุญาตให้แก่บริษัทค้าน้ำมัน 2 แห่ง ได้แก่ ไวทอล (Vitol) และ ทราฟิกูร่า (Trafigura) จัดการการขายในระยะแรก แต่บริษัทอื่น ๆ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตใด ๆ
แม้รัฐบาลเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ จะออกมาแสงความยินดีกับร่างกฎหมายฉบับใหม่ ที่คงจะผ่านขั้นตอนสุดท้ายและบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ แต่นักวิเคราะห์หลายส่วนออกมาแสดงความกังวลต่อการนำกหมายไปใช้เชิงปฏิบัติ
พวกเขาอ้างว่า เนื้อหาในร่างกฎหมายนั้นขาดความชัดเจน และการเปลี่ยนแปลงเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะส่งมอบการปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาตามที่สหรัฐฯ ต้องการ
เดวิด เวรา รองคณบดีวิทยาลัยธุรกิจเคร็ก กล่าวว่า กฎหมายใหม่นี้ยังไม่คุ้มให้บริษัทน้ำมันลงทุนมหาศาล
“[กฎหมายใหม่] มีความจำเป็น และโดยรวมแล้วถือเป็นก้าวที่ดี แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ต้องการเพื่อที่จะทุ่มเงินลงทุน [...] ใช่ค่ะ กฎหมายมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในเรื่องค่าภาคหลวง (เงินที่เอกชนต้องจ่ายให้เจ้าของทรัพยากร) ภาษี การอนุญาโตตุลาการ และการทำเชิงพาณิชย์ แต่การใช้ดุลยพินิจของฝ่ายบริหารและความไม่แน่นอนทางกฎหมายจำนวนมากยังคงมีอยู่” เขากล่าว
ด้านโฮเซ อิกนาซิโอ เอร์นันเดซ นักวิชาการด้านกฎหมายและนักวิจัยด้านอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลากล่าวว่า ร่างกฎหมายใหม่ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
“แม้กฎหมายใหม่จะปรับปรุงบางแง่มุมจากร่างฉบับก่อนหน้า ด้วยการมอบความมั่นคงทางสัญญาที่มากขึ้นให้แก่การลงทุนของเอกชน แต่ยังล้มเหลวในการแก้ไขสาเหตุทั้งหมดที่นำไปสู่การล่มสลายของภาคส่วนน้ำมัน” นักวิชาการกล่าว
เขาเสริมว่า ความน่ากลัวของร่างกฎหมายฉบับใหม่คือ การขาดการปรึกษาหารือและการเจรจาทางการเมือง เขาตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลไม่มีการอภิปรายสาธารณะอยางจริงจังเกี่ยวกับข้อเสนอ 120 รายการที่ได้รับมา
เมื่อช้าวันพฤหัสบดที่ 29 โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้เปิดน่านฟ้าพาณิชย์เหนือเวเนซุเอลาโดยทันที หลังก่อนหน้านี้ เขาประกาศให้พื้นที่ทางอากาศของเวเนซุเอลา “ปิดลงโดยสมบูรณ์” ขณะที่เพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดีเผด็จการ นิโคลัส มาดูโร ทำให้มีสายการบินระหว่างประเทศอย่างน้อยแปดแห่งระงับการดำเนินงานในเวเนซุเอลา
ทรัมป์แจ้งข่าวดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของปี ณ ทำเนียบขาว หลังเพิ่งเสร็จสิ้นการสนทนาทางโทรศัพท์กับรักษาการประธานาธิบดีโรดริเกซ
“เรากำลังจะเปิดน่านฟ้าพาณิชย์ทั้งหมดเหนือเวเนซุเอลา [...] พลเมืองอเมริกันจะสามารถไปเวเนซุเอลาได้ในเวลาอันสั้นนี้ และพวกเขาจะปลอดภัยที่นั่น” ทรัมป์บอกกับที่ประชุม
ทรัมป์สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฌอน ดัฟฟี ดำเนินการตามความเปลี่ยนแปลงนี้ทันที และให้เสร็จสิ้นภายในเมื่อวาน เขายังยืนยันว่า สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเวเนซุเอลาว่าอยู่ภายใต้ “การควบคุมที่เข้มแข็งมาก” หลังโรดริเกซขึ้นมาบริหารแทนมาดูโร
เที่ยวบินตรงเวเนซุเอลา-สหรัฐฯ (ทั้งเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินขนส่งสินค้า) ถูกระงับไปแล้วตั้งแต่ปี 2019 ในสมัยแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เหตุเพราะกระทรวงคมนาคมตัดสินว่า สถานการณ์ในประเทศนั้นก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความมั่นคงที่ไม่สามารถยอมรับได้ ต่อสายการบิน ลูกเรือ และผู้โดยสารของสหรัฐฯ
และต่อมา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ขณะที่ทรัมป์เพิ่มความกดดันต่อรับาลของมาดูโร เขาได้ประกาศว่า พื้นที่อากาศ “เหนือและรอบข้าง” เวเนซุเอลาควรได้รับการพิจารณาว่า “ปิดลงโดยสมบูรณ์”และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) ได้แจ้งให้นักบินใช้ความระมัดระวังในการบินรอบประเทศเนื่องจากมีกิจกรรมทางทหารเพิ่มมากขึ้น
สายการบิน American Airlines ซึ่งเป็นสายการบินสุดท้ายของสหรัฐฯ ที่บินไปเวเนซุเอลาเมื่อครั้งที่ระงับเที่ยวบินในเดือนมีนาคม 2019 ได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่ามีความตั้งใจที่จะนำบริการเที่ยวบินตรงกลับมาใช้อีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
การประกาศเปิดน่านฟ้าครั้งนี้ เป็นอีกก้าวในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาให้กลับมาเป็นปกติ และเป็นการเปิดให้บริษัทน้ำมันเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาลของเวเนซุเอลาได้ง่ายขึ้น
ที่มา: The Guardian