
“เพื่อสิ่งแวดล้อม” คือนโยบายสำคัญที่หลายบริษัทชูธงสนับสนุนกันอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษหลังมานี้ หนึ่งในนั้นคือบริษัทพลังงานที่ได้รับความกดดันให้ลดการปล่อยคาร์บอน เนื่องจากภาคพลังงานคือภาคส่วนที่มีการปล่อคาร์บอนมากที่สุดไม่ว่าในระดับสากลหรือในไทยเอง
ข้อมูลปี 2021 ชี้ว่า ทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงานสูงถึง 73.2% ขณะที่ในไทย สมาคมวิศวกรรมเคมีและเคมีประยุกต์แห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า
ภาคส่วนนี้ครองสัดส่วนการปล่อยก๊าซราว 38% ของประเทศ ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า 'ต้นตอ' ของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่ที่นี่ และกำลังกลายเป็นแรงกดดันใหม่ให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัว
ภาคพลังงานจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัว หากประเทศไทยต้องการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ตามแผน NDC ฉบับที่ 2 ซึ่งความสำเร็จนี้ต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง มีการตรวจสอบที่โปร่งใส และไม่ทิ้งชุมชนไว้ข้างหลัง
'ป่าสาละ' องค์กรวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืน จึงได้พัฒนา Net Zero Tracker เครื่องมือติดตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Rocket Media Lab และ Data Hatch
Net Zero Tracker คือระบบการประเมิน ติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจกบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของไทย เพื่อผลักดันการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อเป้าหมยการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยุติธรรมของรัฐวิสาหกจและบริษัทพลังงานงานไทย
ในปีแรก 2568 ป่าสาละคัดเลือกบริษัทพลังานขนาดใหญ่ 10 บริษัท พิจารณาจากรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ และบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2568 ได้แก่:
1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)
2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)
3. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF)
4. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH)
5. บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO)
6. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP)
7. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU)
8. บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM)
9. บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC)
10. บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP)
ป่าสาละประเมินการดำเนินงานเพื่อเป้าหมาย Net Zero ของบริษัทและรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ โดยอ้างอิงจากข้อมูลสาธารณะที่องค์กรเปิดเผยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (Form 56-1 One Report) รายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) รายงานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR Report) ข้อมูลบนเว็บไซต์หลัก แถลงการณ์สาธารณะ รวมถึงจดหมายข่าวต่าง ๆ
คุณสฤณี อาชวานันทกุล กรมการผู้จัดการบริษัท ป่าสาละ จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายของ Net Zero Tracker คือ การผลักดันบริษัทพลังงานให้มีการแข่งขันเชิงบวกระหว่างกัน
“มัน [Net Zero Tracker] เป็นเครื่องกระตุ้น เราหวังว่าจะเกิดการแข่งขันที่ดีกับบริษัทพลังาน เพราะถ้าไม่มีเครื่องมือในลักษณะนี้ก็อาจยาก เพราะบริษัทแมรู้ตัวเองว่าทำอไรอยู่ แต่อาจไม่สามารถเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ เกณฑ์นี้จึงเอาทุกคนมาประเมินโยใช้ฐานเดียวกัน” คุณสฤณีกล่าว
เธอกล่าวถึงผลการแข่งขันในเชิงบวกที่เกิดกับโครงการในลักษณะเดียวกันก่อนหน้าคือ Fair Finance Thailand หลักประเมินความยั่งยืนของธนาคารในไทยที่ทำมาต่อเนื่องมากกว่า 8 ปี คุณสฤณีเปรียบเทียบว่าในปีแรกคะแนนเฉลี่ยของธนาคารที่ป่าสาละประเมินอยู่ที่ราว 20% เท่านั้น แต่ผ่านมา 8 ปี กลไกการแข่งขันทำให้ธนาคารเหล่านั้นมีคะแนนเฉลี่ยมากขึ้นถึง 2 เท่า นับเป็นผลเชิงบวกที่ป่าสาละคาดหวังให้เกิดขึ้นกับภาคพลังงานเช่นกัน
แบบประเมิน Net Zero Tracker ของป่าสาละแบ่งเป็น 4 หัวข้อหลักคือ
ป่าสาละกล่าวว่า เกณฑ์เหล่านี้อ้างอิงตามมาตรฐานสากล อาทิ เกณณ์ของ Climate Action 100+, Climate and Energy Benchmark, Climate Alignment Assessment, และ Climate Policy Engagement Alignment Assessments, Net Zero Company Benchmark, และ Transition Pathway Initiative Methodology
นอกจากการอ้างเกณฑ์ในระดับสากล ยังมีการใช้บริบทของไทยเข้ามาพิจารณา ทำให้ได้เกณฑ์ที่มีรากฐานสากล แต่เข้ากับบริบทของไทย อาทิเช่นในข้อ 4 มีการคำนึงถึงนโยบายการไม่ฟ้องปิดปาก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ภาคเอกชนของไทยมักใช้กับผู้วิพากษ์องค์กรอีกด้วย
ผลการประเมินจากเครื่องมือ Net Zero Tracker ในปีแรก ปี 2568 พบว่า จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของทั้ง 10 บริษัทอยู่ที่ 11.64 คะแนน โดยมี 3 บริษัทติดอันดับ 1 ร่วมกัน ที่ 15 คะแนนคือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน), และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
หากดูผลตามหัวข้อการประเมิน จะพบข้อสังเกตดังนี้:
ด้านการกำหนดเป้าหมาย: คะแนนเฉลี่ยในส่วนนี้ บริษัทพลังงานทั้ง 10 ของไทยได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 2/10 เท่านั้น เนื่องจากมีบริษัทเพียง 6 แห่งที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของการปล่อยก๊าซทั้งหมด
ด้านการกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล: นับเป็นหัวข้อที่บริษัทส่วนมากทำคะแนนได้ดี ด้วยคะแนนเฉลี่ย 7.1/10 ซึ่งมาจากบริษัท 9 แห่ง (ยกเว้น SPRC) ที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการหรือผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ และมีบริษัท 7 แห่ง เปิดเผยแนวทางและกระบวนการในการกำกับดูแล การจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลการดำเนินงาน: เป็นด้านที่บริษัทพลังงานส่วนมากได้คะแนนน้อย มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.65/10 มีเพียง CKP และ EGCO ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลดลงในปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบริษัท 4 แห่ง ได้แก่ BCP GULF RATCH และ SPRC ได้คะแนนข้อ 3 เนื่องจากความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ของบริษัทลดลงในปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลายบริษัทกำหนดการชดเชยคารืบอนไว้ แต่ยังขาดรายละเอียด
ข้อนี้คุณศิวัช อ่วมประดิษฐ์ รองกรรมกรผู้จัดการป่าสาละกล่าวว่า เป็นข้อที่ทำคะแนน และเพิ่มคะแนนได้ค่อนข้างยาก
“หมวดผลการดำเนินงาน เราจะดูผลการดำเนินงานจริงของบริษัท เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปีนี้ต้อลดลงจากปีก่อน หรืออาจดูเรื่องความเข้มขน การลงทุนในอนาคต [...] ในระยะสั้นหมวดนี้อาจจะไม่ได้มีคะแนนพุ่งมาก แต่ถ้าบริษัทมีแผนจะปรับรุงเรื่องเหล่านี้ในอนาคต ก็น่าจะมีแนวน้มทีดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลา” คุณศิวัชกล่าว
และเนื่องจากทีมวิจัยทราบว่า แนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบางบริษัทพลังงานไม่ได้ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ใช้วิธีเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ในเกณฑ์หมวดที่ 3 จึงมีการให้คะแนนส่วนนี้เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้คะแนนมากขึ้น
การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม: มีคะแนนรวม 1.9/10 บริษัท 9 แห่ง (ยกเว้น SPRC) ได้คะแนนจากการประกาศเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะ UNGPs และ 8 จาก 9 แห่งในนี้(ยกเว้น BCP) ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือสิทธิแรงงาน
GULF เป็นบริษัทเดียวที่จัดให้มีกระบวนการปรึกษาหารือกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และแสวงความยินยอมจากชุมชนก่อนการริเริ่มโครงการใหม่ EGCO เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ประกาศว่าบริษัทจะการดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าสมาคม พันธมิตร และกลุ่มพันธมิตรที่บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิก จะดำเนินกิจกรรมล็อบบี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แม้บริษัทส่วนใหญ่มีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนต่อบริษัท บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่มีนโยบายไม่ตอบโต้ผู้ร้องเรียน (การไม่ฟ้องปิดปาก) มีเพียง BCP มีนโยบายไม่ฟ้องปิดปากผู้ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริษัทผ่านช่องทางสาธารณะ และ PTT มีนโยบายไม่ตอบโต้ผู้ร้องเรียน อย่างไรก็ตาม ป่าสาละกล่าวว่า นโยบายเพิ่มเติมของ BCP และ PTT ก็ยังไม่เพียงพอ
ข้อมูลที่ใช้ประเมินอ้งอิงมาจากข้อมูลของบริษัทที่ปิดเผยเป็นสาธารณะ เพื่อเร่งให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงาน และเป้าหมายต่อสาธารณะมากขึ้นนั้นจริง แต่ป่าสาละเองก็กล่าว่า ระหว่างการศึกษา มีกระบวนการับฟังความคิดเห็นจากบริษัทพลังงาน
ป่าสาละได้เข้าพบบริษัทพลังงาน 4 จาก 10 แห่งเพื่อรายงาน (ร่าง) ผลการประเมินระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 30 กันยายน 2568 โดยในขั้นตอนนี้ บางบริษัทให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ตกหล่นไปจาก (ร่าง) ผลการประเมิน อาทิ บริษัทบ้านปู ในประเด็นเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ2 เป็นศูนย์ภายในปี 2050 หรือบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ที่ชี้แจงหลักเกณฑ์การคัดเลือกคณะกรรมการกิจการความยั่งยืน
ในงานแถลงข่าวเปิดตัวเครืองมือ Net Zero Tracker คุณนภัส เตชะวัฒนกิจกุล นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ข้อมูลการประเมินจาก Net Zero Tracker อาจมีส่วนช่วยภาครัฐในการกำหนดนโยบายได้ เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชน ก้าวไปสู่ Net Zero ได้สำเร็จ