ไลฟ์สไตล์

5 วิธีเพิ่มทักษะ Resilience อยู่ที่เรียนล้ม อยู่ที่ยอมรับมัน

1 มี.ค. 66
5 วิธีเพิ่มทักษะ Resilience อยู่ที่เรียนล้ม อยู่ที่ยอมรับมัน

Resilience: อยู่ที่เรียนล้ม อยู่ที่ยอมรับมัน

Resilience หากแปลด้วยความตรงตัวคือ ทักษะการยืดหยุ่น หรือ ความสามารถของบุคคนที่สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่น เข้มแข็ง แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะอยู่ใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวยก็ตาม

เอาเข้าจริง Resilience ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการทำวิจัยจากนักจิตวิทยามาอย่างยาวนาน และมีงานวิจัยมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศที่พิสูจน์แล้วว่า ใครที่มีทักษะดังกล่าวสูงจะมีความพึงพอใจในชีวิตตนเอง หรือ สามารถเอาตัวรอดหรือรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี

แล้ว Resilience เกี่ยวข้องอะไรกับมนุษย์เงินเดือน? จากรายงาน World Economic Forum (Oct 21, 2020) ที่ระบุว่า Resilience จะกลายเป็น 1 ใน 10 ทักษะสำคัญในปี 2025 นั้นเพราะเรากำลังเผชิญต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19  หรือการเริ่มใช้ AI เข้ามาทดแทนการจ้างงานในบางตำแหน่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ใครรู้ตัวก่อนและการปรับตัวได้ไว ถือเป็นข้อได้เปรียบ ต่อกระแสการแข่งขันในยุคปัจจุบัน

  พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่บอกว่าเราเป็น Resilient People  

  1. การยอมรับความจริง เพราะชีวิตในบางครั้งเราไม่สามารถออกแบบได้เองในทุกสถานการณ์ การยอมรับความจริง การผิดพลาด และความพัง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราทุกคนต้องเจอและหลีกเลี่ยงไม่ได้ พิจารณาปัญหาและปัจจัยทีเกิดด้วยเหตุและผล บนพื้นฐานที่เราไม่หลอกตัวเอง

  2. มองทุกอย่างว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วดีเสมอ : มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะขุดตัวเองจากการจมดิ่งจากความเศร้า หรือ ความผิดหวังในเหตุการณ์ต่างๆ แต่อย่าลืมว่ามันไม่มีประโยชน์อีกแล้วกับการเสียในใจสิ่งที่เกิดขึ้น (ไปแล้ว) เชื่อเถอะว่าท่ามกลางความแย่ที่เกิดขึ้น มันมีสิ่งที่ดีและสอนตัวเราได้อยู่เสมอ หาโอกาสตรงนั้นให้เจอแล้วเดินต่อ

  3. เรียนรู้ที่จะยืดหยุ่นและยอมรับความแตกต่าง เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ถึงแม้ว่าจะเราคือมนุษย์ถ้ำที่ชอบทำงานคนเดียวแค่ไหน หรือ Enjoy กับการอยู่คนเดียวในมุมมืด แต่อย่าลืมว่า งานทุกงานจำเป็นต้องมี Team Work หรือ การทำงานร่วมกับคนอยู่ ดังนั้นการเปิดใจยอมรับความแตกต่างแต่เป้าหมายเดียวกันหรือลดทอนความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) เล็กๆน้อยๆ เพื่อให้งานสำเร็จน่าจะทำให้คนทำงานด้วยกันรู้สึกสบายใจมากกว่าการบังคับ

ทักษะ Resilience

  อยากฝึกให้ตัวเองเป็น Resilient People ต้องเริ่มจากอะไร?  

ก่อนอื่น กติกาข้อแรกที่ต้องยอมรับคือ ทุกอย่างต้องใช้เวลาและไม่สามารถเปลี่ยนได้ในข้ามคืน ถ้ายอมรับข้อนี้ได้ เอาหล่ะคุณได้ไปต่อ

  1. เริ่มต้นที่ร่างกายแข็งแรงสุขภาพใจสมบูรณ์ เพราะกายใจที่ดีเป็นพื้นฐานของการเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งเท่าท่านผู้ว่า แต่อาจเริ่มง่ายๆแค่เพิ่มชั่วโมงการนอนต่อคืนให้มากขึ้นและลดการกินหมูกรอบในแต่ละมื้อให้น้อยลง นี่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นสัญญาณสุขภาพดีได้แล้ว

  2. รอให้เป็น เย็นให้ลง สูดหายใจให้ลึกว่า ในบางสถานการณ์จำเป็นต้องปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน หากผลลัพธ์ยังอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด แล้วก็บอกตัวเองว่ารอ (แม้ว่าใจจะมีไฟสุม)

  3. ไม่ตัดสินใครหรือเรื่องไหนจากชุดข้อมูลของเราที่มีอยู่ ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่อยู่บนหลักการ 50 : 50 นั้นหมายถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรขาวหรือดำอย่างชัดเจน แม้แต่คังคุไบ (Gangubai Kathiawadi) ยังบรรยายความขาวของผ้าที่ไม่เท่ากันว่า ผ้าสีขาวคือขาวแบบไหน ขาวดั่งปุยเมฆ ขาวดั่งกระดาษ ขาวดั่งเกลือ หรือขาวดั่งหงษ์ ดังนั้นหากเปรียบเรื่องราวเป็นสีในแต่ละเฉด เราคงต้องใช้ Pantone ที่ละเอียดมากในการตัดสินใจในแต่ละเรื่อง ความยากก็คือ เราทุกคนให้ Pantone เดียวกัน...ใช่มั้ย?

  4. เข้าใจว่าความสมบูรณ์แบบ มันมีอยู่แต่มันไม่จริง ใครหล่ะจะชอบของมีตำหนิ? แต่ก็ไม่มีใครทำงานได้ไร้ที่ติได้ตลอดเวลาเช่นกัน หยุดมองหา “จุดสีดำ”  ในพื้นที่ของเรา ถ้ามันไม่ใหญ่จนทำให้เกิดความเสียหาย ลองถอยออกมาอีกก้าวเพื่อเห็นภาพกว้างที่ตรงนั้นเราอาจไม่เห็นสีดำอีกเลย

  5. ทำทุกวันให้มีความหมาย เริ่มต้นจากหาเป้าหมายในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่แต่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตในอนาคต อย่างเริ่มต้นอ่านบทความ Spotlight วันละ 1 บทความ เพื่ออัพเดทข่าวสาร การลงทุน ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ได้เหมือนกัน

สุดท้ายหากล้มก็แค่ลุก ปัดฝุ่นที่ขาแล้วเดินต่อ  ยอมรับว่าการมีแผลไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ต่อปัญหา เรียนรู้เสมอว่า มันเป็นเรื่อง “ธรรมดา” แค่นั้น

advertisement

Relate Post

SPOTLIGHT