Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Nasdaq มูลค่าหาย $2.5 ล้านล้าน หุ้น AI ดิ่งรอบนี้ ชั่วคราวหรือยาวนาน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Nasdaq มูลค่าหาย $2.5 ล้านล้าน หุ้น AI ดิ่งรอบนี้ ชั่วคราวหรือยาวนาน

6 พ.ย. 69
13:48 น.
แชร์

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2026 จบลงด้วยชัยชนะครั้งสำคัญของพรรคเดโมแครต ซึ่งสามารถครองเสียงข้างมากได้ทั้งสองสภาของรัฐสภา พร้อมคว้าชัยในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลายแห่ง รวมถึงรัฐที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกัน

ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นไม่ได้แสดงความกังวลรุนแรงในทันทีหลังทราบผลเลือกตั้งวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลจากความชัดเจนทางการเมือง แต่ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงขาย ก่อนที่แรงขายจะขยายวงกว้างและรุนแรงขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน

ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 5.5% ขณะที่ Nasdaq 100 ซึ่งรวบรวมหุ้นขนาดใหญ่ 100 อันดับแรกในตลาด Nasdaq ลดลงถึง 6.4% คิดเป็นมูลค่าตลาดที่หายไปถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ นับเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ Liberation Day เมื่อเดือนเมษายน 2025

การร่วงลงอย่างหนักของหุ้นธีม AI รอบนี้เป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้นต่อนัยทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง หรือกำลังสะท้อนความเสี่ยงที่อาจกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่องในระยะยาว? ผลเลือกตั้งกลางเทอมจะเปลี่ยนทิศทางการลงทุน AI และความเชื่อมั่นของนักลงทุนไปมากน้อยเพียงใด

ชัยชนะเดโมแครตเพิ่มการตรวจสอบธุรกิจ AI และ Data Center

ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญมากที่สุดหลังการเลือกตั้ง คือ ความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครตจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกิจ AI โดยเฉพาะการลงทุนก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการเติบโตของ AI

ก่อนถึงวันเลือกตั้ง Reuters วิเคราะห์ว่า หากพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้ จะมีเครื่องมือทางการเมืองมากขึ้นในการตรวจสอบบริษัทเอกชนและหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับ AI รุ่นใหม่ การประเมินระบบโดยหน่วยงานอิสระ และการรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI

นอกจากนี้ ยังอาจเพิ่มแรงกดดันให้ผู้พัฒนา data center ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนมากขึ้น

ความกังวลนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อพิจารณาว่า กระแสต่อต้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ เริ่มขยายตัว โดยผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ก่อนการเลือกตั้งพบว่า ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 เห็นด้วยกับการเร่งก่อสร้างศูนย์ข้อมูล

ชัยชนะของเดโมแครตจึงอาจทำให้ประเด็นการตรวจสอบธุรกิจ AI และผลกระทบจากการขยายศูนย์ข้อมูลกลายเป็นวาระทางการเมืองที่มีความสำคัญมากขึ้น

แรงต้านระดับรัฐอาจทำ Data Center ล่าช้าและต้นทุนสูงขึ้น

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวลยังรวมถึงอำนาจของรัฐบาลระดับรัฐและหน่วยงานท้องถิ่นที่มีส่วนสำคัญในการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูล

Morgan Stanley มองว่า ชัยชนะของเดโมแครตในการเลือกตั้งระดับรัฐ โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเท็กซัส อาจเพิ่มความเสี่ยงที่โครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลจะเผชิญข้อจำกัดและความล่าช้า

เนื่องจากการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการเหล่านี้อยู่ภายใต้อำนาจของหน่วยงานหลายระดับ ตั้งแต่คณะกรรมการกำกับดูแลสาธารณูปโภค สภานิติบัญญัติระดับรัฐ ไปจนถึงคณะกรรมการระดับเทศมณฑล โดยครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้รายใหญ่ การเลือกพื้นที่ก่อสร้าง และสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ผลเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเท็กซัสมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจาก จีนา ฮิโนโฮซา (Gina Hinojosa) จากพรรคเดโมแครต ซึ่งได้รับชัยชนะ มีนโยบายเสนอให้ระงับการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ (Moratorium)

นั่นหมายความว่า โครงการลงทุนในบางพื้นที่อาจต้องเผชิญกับกระบวนการอนุมัติที่ยากขึ้น ขณะที่แต่ละรัฐอาจมีท่าทีต่อการก่อสร้าง data center แตกต่างกัน ทำให้สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบมีความซับซ้อนมากขึ้น

ด้านนักวิเคราะห์จาก UBS ประเมินว่า กำลังการรองรับ data center ใหม่ในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2028 ราว 30% อาจมีความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังมีความกังวลต่อผลกระทบที่ data center มีต่อชุมชน ทั้งการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากซึ่งอาจสร้างภาระให้กับโครงข่ายไฟฟ้า และการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น

บรูซ ซาโร (Bruce Zaro) กรรมการผู้จัดการ Granite Wealth Management มองว่า แม้จะมีโครงการ data center จำนวนหนึ่งได้รับอนุมัติไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายโครงการที่ต้องรอใบอนุญาต และอาจเผชิญเส้นทางการอนุมัติที่ยากลำบากขึ้น

ความกังวลเหล่านี้ทำให้ตลาดเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่ต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งการเติบโตของธุรกิจขึ้นอยู่กับการขยายศูนย์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว

หุ้น AI ดิ่ง ไม่ใช่เพราะผลเลือกตั้งอย่างเดียว แต่เพราะตลาดตั้งคำถามกับความคุ้มค่า

แม้ผลเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลให้กับหุ้น AI แต่ Reuters ชี้ว่า แรงเทขายที่เกิดขึ้นยังสะท้อนปัญหาที่ตลาดเริ่มกังวลมาก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว และคำถามเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน AI ที่ต้องใช้เงินมหาศาล

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่ม AI เริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น หลังนักลงทุนหันมาตรวจสอบความคุ้มค่าของการลงทุน รวมถึงความสามารถในการจัดหาเงินทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะบริษัทกลุ่ม Neocloud ซึ่งให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่รองรับการประมวลผล AI อย่าง CoreWeave และ Nebius ที่ต้องพึ่งพาเงินทุนและการกู้ยืมจำนวนมากในการขยายธุรกิจ ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยสูงและเงื่อนไขทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายฤดูร้อน

ราคาหุ้น CoreWeave ร่วงลง 10% และ Nebius ลดลง 15% ในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยหุ้นของทั้งสองบริษัทปรับตัวลงไปแล้วอย่างน้อยครึ่งหนึ่งนับจากวันที่ดัชนี Nasdaq Composite ทำสถิติสูงสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 นอกจากนี้ ส่วนต่างผลตอบแทนของ Credit Default Swap (CDS) อายุ 5 ปีของ CoreWeave ซึ่งสะท้อนการประเมินความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของตลาด ยังขยายตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,267.9 Basis Points

เท็ด พาร์กฮิลล์ (Ted Parkhill) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Incline Investment Management อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองของนักลงทุนว่า นักลงทุนเริ่มเปลี่ยนจากการมองเห็นโอกาสเติบโตของ AI มาพิจารณาว่า การลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีนี้จะคุ้มค่าหรือไม่

แม้ AI จะมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกในระยะยาว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับ AI มีมูลค่าเหมาะสมกับราคาที่ซื้อขายอยู่ในปัจจุบัน และยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความผันผวนในตลาดอีกมาก

แรงเทขายจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ยังเกิดกับบริษัทผู้ผลิตชิปและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ด้วย โดยดัชนีหุ้นชิป Philadelphia Semiconductor Index ปรับตัวลง 12% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือน ขณะที่ Nvidia ลดลง 9% และ Advanced Micro Devices (AMD) ลดลง 17%

ส่วนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Amazon และ Alphabet ต่างลดลง 2.2% ขณะที่ Microsoft ลดลง 3.6%

แรงเทขายยังส่งผลให้ดัชนี VIX ซึ่งสะท้อนคาดการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้น ปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024

ผลเลือกตั้งอาจหนุนเศรษฐกิจ แต่ไม่เปลี่ยนวงจรลงทุน AI

นอกเหนือจากประเด็น AI แล้ว Morgan Stanley มองว่า ผลการเลือกตั้งยังมีนัยต่อทิศทางนโยบายการคลัง การใช้จ่ายภาครัฐ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งอาจทำให้แผนลดรายจ่ายด้านสวัสดิการบางส่วนของรัฐบาลถูกชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกได้

ประเด็นสำคัญอยู่ที่กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) ซึ่งกำหนดให้ลดรายจ่ายโครงการ Medicaid ประมาณ 9 แสนล้านดอลลาร์ และลดรายจ่ายโครงการ Supplemental Nutrition Assistance Program (SNAP) หรือโครงการช่วยเหลือด้านอาหารอีกราว 2 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

Morgan Stanley มองว่า การที่เดโมแครตควบคุมทั้งสองสภาอาจเปิดทางให้มีการเจรจาปรับเปลี่ยนแผนลดรายจ่ายดังกล่าว ซึ่งหากมีการชะลอหรือลดการตัดงบประมาณ ก็อาจช่วยพยุงฐานะทางการเงินของครัวเรือนและการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ส่งผลบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง

ในแง่ของตลาดหุ้น กลุ่มธุรกิจประกันสุขภาพที่เน้นให้บริการผู้ใช้สิทธิ Medicaid อาจได้รับประโยชน์จากทิศทางนโยบายดังกล่าว ขณะที่บริษัทประกันสุขภาพที่มีธุรกิจหลากหลายอาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม Morgan Stanley มองว่า การเปลี่ยนแปลงการควบคุมรัฐสภาไม่น่าจะทำให้แนวทางนโยบายด้านภูมิรัฐศาสตร์ การควบคุมการส่งออก การค้า และการผ่อนคลายกฎระเบียบของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนโยบายหลายด้านยังอยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายบริหาร

หุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสไปต่อ แม้ระยะสั้นเผชิญความผันผวน

แม้ผลเลือกตั้งจะเพิ่มความกังวลต่อหุ้น AI และทำให้ตลาดเผชิญแรงเทขาย แต่ Morgan Stanley ยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นในภาพรวม

Morgan Stanley Research ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นทั่วโลกมากกว่าตราสารหนี้ โดยมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังมีปัจจัยสนับสนุน และการลงทุน AI จะยังดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ Morgan Stanley ยังยกสถิติผลตอบแทนในอดีตมากางให้ดูว่า นับตั้งแต่ปี 1982 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15-16% ในช่วง 6 เดือนหลังการเลือกตั้งกลางเทอม และเพิ่มขึ้นประมาณ 22% ในช่วง 1 ปีหลังการเลือกตั้ง

ในมุมมองของ Morgan Stanley ความกังวลจากผลเลือกตั้งอาจทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในระยะสั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนภาพการเติบโตของเศรษฐกิจและการลงทุน AI ในระยะยาว โดยคาดว่าบริษัทต่าง ๆ จะยังคงกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แม้นักลงทุนจะระมัดระวังต่อการลงทุน AI มากขึ้นก็ตาม

อ้างอิง : Reuters [1], Reuters [2] และ Morgan Stanley

แชร์
Nasdaq มูลค่าหาย $2.5 ล้านล้าน หุ้น AI ดิ่งรอบนี้ ชั่วคราวหรือยาวนาน