Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หุ้นฟื้น-น้ำมันดิ่งรับข่าวพักรบ นักวิเคราะห์เตือนอย่ามั่นใจ ยังป่วนอีก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

หุ้นฟื้น-น้ำมันดิ่งรับข่าวพักรบ นักวิเคราะห์เตือนอย่ามั่นใจ ยังป่วนอีก

8 เม.ย. 69
10:21 น.
แชร์

สงครามตะวันออกกลางที่ฉุดตลาดโลกให้ปั่นป่วนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คลี่คลายลงชั่วคราว เมื่อสหรัฐฯ กับอิหร่าน ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงแรง หุ้นทั่วโลกดีดตัว และบรรยากาศการลงทุนกลับมาสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังเตือนตรงกันว่า นี่อาจเป็นเพียง “ช่วงพักหายใจของตลาด” มากกว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริง

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานในเช้าวันที่ 8 เมษายน (เวลาไทย) ว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแรงที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านตกลง ‘หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์’ ช่วยให้ตลาดการเงินได้พักหายใจจากความผันผวนที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ข้อตกลงหยุดยิงนี้ ซึ่งมีการประกาศออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะขู่ว่าจะยกระดับการทิ้งระเบิดในอิหร่าน กำลังช่วยฟื้นฟูบรรยากาศการเปิดรับความเสี่ยง (risk sentiment) หลังจากความปั่นป่วนที่ฉุดให้ตลาดหุ้นดิ่งลง และดัชนีชี้วัดหลายตัวเข้าสู่สภาวะปรับฐาน นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน

อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ผ่าน X ว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะทำได้อย่างปลอดภัย โดยต้องประสานงานกับกองกำลังของอิหร่าน และคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิค

น้ำมันร่วง หุ้นรีบาวนด์ ตลาดหวังเปิดทาง Fed ลดดอกเบี้ย

น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงลงมากสุดถึง 19% หลังจากทรัมป์ระงับการโจมตีอิหร่าน ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินได้อีกครั้ง ฝั่งอิหร่านก็ยืนยันว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะปลอดภัยในช่วงเวลานี้ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ซึ่งเป็นราคามาตรฐานโลก ลดลงมากสุด 16% มาอยู่ที่ 91.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ฝั่งตลาดหุ้น ดัชนี MSCI Asia Pacific พุ่งขึ้น 4.1% ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยกดเงินเฟ้อ และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ฟิวเจอร์สของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นมากกว่า 2% และฟิวเจอร์สหุ้นยุโรปพุ่งถึง 5% ขณะเดียวกัน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น เพราะนักลงทุนกลับมาเดิมพันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจลดดอกเบี้ย

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้แข็งค่าจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย กลับอ่อนค่าลง 0.6% ขณะที่ทองคำปรับตัวขึ้น

ทองคำพุ่งขึ้น 2.1% ทะลุ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยอย่างทอง มักได้ประโยชน์ในช่วงดอกเบี้ยขาลง ขณะที่โลหะเงินพุ่งขึ้น 4.5% แตะระดับกว่า 76 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในตลาดพันธบัตร เส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve) มีลักษณะชันขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้นักลงทุนเชื่อว่าเงินเฟ้อจะชะลอและเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปี ลดลง 7 เบซิสต์พอยต์ มาอยู่ที่ 3.72% ขณะที่พันธบัตร 10 ปี ลดลง 4 เบซิสต์พอยต์ มาอยู่ที่ 4.25%

สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน (Overnight-indexed swaps) ชี้ว่า มีโอกาสประมาณ 60% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยภายในสิ้นปี จากเมื่อต้นสัปดาห์ที่แทบไม่มีโอกาส และก่อนหน้านี้ตลาดเคยคาดว่าจะลดดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้ง ก่อนเกิดเหตุโจมตีอิหร่านช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

นักวิเคราะห์เตือนอย่ารีบมั่นใจ ยังผันผวนอีกหลายตลบ

ตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนความกังวลของตลาดในช่วงที่ผ่านมา คือมูลค่าการซื้อขายรายวันของกองทุน SPDR S&P 500 ETF ที่พุ่งเกิน 60,000 ล้านดอลลาร์ถึง 29 ครั้งในปีนี้ มากกว่าทั้งปี 2025 ที่เกิดขึ้น 28 ครั้ง ซึ่งตามมุมมองของ Bloomberg Intelligence ถือเป็นสัญญาณว่า ตลาดแตกตื่น

แม้ว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ช่วยให้บรรยากาศในตลาดดีขึ้น แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า การที่ตลาดจะฟื้นตัวต่อเนื่องได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าข้อตกลงหยุดยิงจะยืนยาวจริงหรือไม่ และการส่งออกพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติได้

ฮิโรยูกิ อุเอโนะ (Hiroyuki Ueno) หัวหน้านักกลยุทธ์จาก Sumitomo Mitsui Trust Asset Management ในญี่ปุ่น กล่าวว่า ในขณะนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาด เพราะสถานการณ์สงบลงแล้ว แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปตลอด และนักลงทุนไม่ควรด่วนสรุป

แมทธิว เฮาพต์ (Matthew Haupt) ผู้จัดการกองทุนจาก Wilson Asset Management กล่าวว่า ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น เพราะแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังต้องการหาทางออก และมีสัญญาณว่าโลกเราอาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไปได้

เฮาพต์เล่าว่า เขาได้เริ่มเข้าซื้อสินทรัพย์บางส่วนตั้งแต่เมื่อคืนและเพิ่มอีกเล็กน้อยในเช้าวันนี้ แต่ยังมองว่าสถานการณ์น่าจะมีจุดพลิกผันอีกหลายรอบก่อนจะได้ข้อสรุปสุดท้าย

การ์ฟิลด์ เรย์โนลด์ส (Garfield Reynolds) หัวหน้าทีม Markets Live Asia ของ Bloomberg วิเคราะห์ว่า การฟื้นตัวของตลาดครั้งนี้จะไปต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าการโจมตีจะยุติลงจริงหรือไม่ และการเจรจาที่คาดว่าจะเริ่มในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน ที่กรุงอิสลามาบัดจะมีความคืบหน้าเพียงใด

เคน ครอมป์ตัน (Ken Crompton) จาก National Australia Bank มองว่า ยังมีโอกาสที่เส้นผลตอบแทนจะชันขึ้นได้อีกในระยะสั้น และตลาดอาจปรับมุมมองไปในทางที่เชื่อว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้ตอนนี้

นิก ทวิดเดล (Nick Twidale) นักวิเคราะห์ตลาดจาก AT Global Markets เตือนว่า ต้องระวังว่าอาจจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอีกหากมีข่าวใหม่ ๆ ออกมา เพราะการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่ครั้งใหญ่ซึ่งน่าจะมีความผันผวนตามมา

ฟาเบียน ยิบ (Fabien Yip) นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG International กล่าวว่า แน่นอนว่ามีความเชื่อมั่นเชิงบวกเกิดขึ้นอย่างมาก แต่ยังไม่กลับไปอยู่ในจุดเดิมเหมือนช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะลดลงมาแล้ว

“สิ่งสำคัญคือต้องจับตาดูความเต็มใจของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันเริ่มสัญจรผ่านได้ตามปกติ เมื่อนั้นเราถึงจะเห็นความชัดเจนที่มากขึ้น

ยิบมองว่า หุ้นในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มจะดีดตัวกลับ ได้สูงกว่าหุ้นในยุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจากเอเชียเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดหลังจากสงครามปะทุขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI มีโอกาสได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ถูกเทขายออกมาหนักที่สุดในช่วงก่อนหน้า

ยิบวิเคราะห์ว่า ในช่วงที่ตลาดดีดตัวกลับนี้ อาจเห็นนักลงทุนบางส่วนทำการขายทำกำไรออกมาด้วย เนื่องจากนักลงทุนบางกลุ่มจะใช้โอกาสนี้เป็นทางออกเพื่อถอนตัวจากตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มที่จะถูกขายทำกำไร เนื่องจากราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นไปก่อนหน้านี้ตามราคาโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น

จอห์น ฟู (John Foo) ผู้ก่อตั้ง Valverde Investment Partners กล่าวว่า นี่คือสถานการณ์ ‘Trump Tacos’ (การขู่ที่มักตามมาด้วยข้อตกลง) อีกครั้งหนึ่ง หัวข้อข่าวเรื่องการหยุดยิงจะนำไปสู่การเปิดรับความเสี่ยง เนื่องจากการลดความตึงเครียดที่อาจส่งผลดีต่อต้นทุนพลังงานในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเหนือ

เขาชี้ว่า เห็นได้ชัดว่า ความสนใจจะมุ่งไปที่หุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมประเภทหุ้นเติบโต (growth stock) ที่ราคาร่วงลงมาแรงก่อนหน้านี้ เช่น กลุ่มเทคโนโลยีในเอเชียเหนือ รวมถึงตลาดหุ้นเวียดนาม สิงคโปร์ และไทย

สรุปภาพรวมตลาด

สรุปภาพรวมตลาดทุน (ณ เวลา 08:41 น.)

หุ้น

  • S&P 500 futures +2.2%
  • Nikkei 225 futures +4.9%
  • Topix ญี่ปุ่น +3.1%
  • ASX 200 ออสเตรเลีย +2.6%
  • Hang Seng ฮ่องกง +2.5%
  • Shanghai Composite +1.3%
  • Euro Stoxx 50 futures +4.9%
  • SET +1.63% (+23.91 จุด)

ค่าเงิน

  • ดอลลาร์ -0.7%
  • ยูโร +0.7% (1.1679 ดอลลาร์)
  • เยน +0.7% (158.51 ต่อดอลลาร์)
  • หยวน offshore +0.4%

คริปโต

  • Bitcoin +3.2% (71,544 ดอลลาร์)
  • Ether +5.8% (2,237 ดอลลาร์)

พันธบัตร

  • สหรัฐฯ 10 ปี: 4.25% (ลดลง)

สินค้าโภคภัณฑ์

  • น้ำมัน WTI -14% (96.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
  • ทองคำ +2% (4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

.

อ้างอิง : Bloombberg [1], Bloomberg [2]

แชร์
หุ้นฟื้น-น้ำมันดิ่งรับข่าวพักรบ นักวิเคราะห์เตือนอย่ามั่นใจ ยังป่วนอีก