
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในการซื้อขายวันจันทร์ โดยขึ้นไปอยู่ที่ 5,158.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ เวลา 05.58 น. ตามเวลา GMT ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเพิกถอนมาตรการภาษีศุลกากรในวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดการเงิน ค่าเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากคำวินิจฉัยดังกล่าวกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง ขณะที่นักลงทุนเร่งปรับพอร์ต หันกลับเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ท่ามกลางความกังวลต่อทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และสัญญาณเงินเฟ้อที่ยังคงร้อนแรง
ณ เวลา 13.31 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำในประเทศมีการปรับขึ้นลงแล้วรวม 7 ครั้ง โดยราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 75,300 บาทต่อบาททองคำ และราคาขายออกที่ 75,500 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อที่ 73,798.88 บาท และขายออกที่ 76,300 บาท ส่วนราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ระดับ 5,154.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ในการซื้อขายวันนี้ ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับตัวขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 5,158.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 05.58 น. ตามเวลา GMT โดยระหว่างวันเคยปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ สำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน พุ่งขึ้นถึง 2% มาอยู่ที่ 5,180.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนแรงซื้อที่ไหลเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างชัดเจน
แรงหนุนสำคัญมาจากคำวินิจฉัยครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงสหรัฐฯ ซึ่งมีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรในวงกว้างที่ทรัมป์ผลักดันโดยอาศัยกฎหมายที่มีไว้ใช้ในภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงของชาติ คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และมีนัยต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่า คำตัดสินนี้ไม่เพียงสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองภายในสหรัฐฯ แต่ยังเพิ่มอีกความไม่แน่นอนให้กับตลาดโลก โดยทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก KCM Trade ให้ความเห็นว่า นอกจากจะสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว การตัดสินของศาลยังทำให้นักลงทุนหันกลับมาใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอีกครั้ง
ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว ทรัมป์ออกมาแถลงว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีชั่วคราวจาก 10% เป็น 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศเข้าสหรัฐฯ เพื่อชดเชยผลกระทบจากการถูกศาลจำกัดอำนาจในการใช้นโยบายภาษี
ผลพวงจากความไม่ชัดเจนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงในการซื้อขายช่วงเช้าในตลาดเอเชีย โดยนักลงทุนกลับมาเปิดสถานะในธีม “Sell America” อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลว่าทิศทางนโยบายการค้าจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก
วอเทอเรอร์ประเมินว่า การที่ราคาทองคำจะสามารถไต่ระดับกลับขึ้นไปเหนือ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระยะสั้นหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับว่าความไม่แน่นอนด้านภาษีจะยืดเยื้อเพียงใด รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเข้าไปมีปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ด้านอิหร่านส่งสัญญาณว่าพร้อมจะยอมประนีประนอมในโครงการนิวเคลียร์ของตนในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยเสนอการผ่อนปรนบางประการเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการยอมรับสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกสหรัฐฯ ใช้กำลังทางทหาร
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ล่าสุดยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด และสัญญาณเบื้องต้นชี้ว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นอีกในเดือนมกราคม ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำความคาดหวังของตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนเดือนมิถุนายน
ด้านวาซู เมนอน นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp กล่าวว่า ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างเพียงพอที่สนับสนุนทองคำในระยะกลาง แต่ในระยะสั้นราคามีแนวโน้มผันผวน หลังจากปรับขึ้นแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางพัฒนาการที่ยังไม่ชัดเจนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และสถานการณ์ในอิหร่าน
ด้านข้อมูลจาก Commodity Futures Trading Commission ชี้ว่า สถานะสุทธิฝั่งซื้อ (net-long) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งปี สะท้อนว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ลดการถือครองลง แม้ราคาทองคำยังแข็งแกร่ง โดยมาร์ก แครนฟิลด์ นักกลยุทธ์ Markets Live ของ Bloomberg ระบุว่า ความแข็งแกร่งของราคาทองคำท่ามกลางการถือครองที่ลดลง แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างสำหรับการเพิ่มสถานะลงทุนต่อไป
ในตะวันออกกลาง นักลงทุนยังจับตาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่สหรัฐฯ ได้ระดมกำลังทหารจำนวนมากในภูมิภาค เพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามจากการโจมตีในวงจำกัดไปสู่การเผชิญหน้าขนาดใหญ่
ในฝั่งโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาซิลเวอร์ในตลาดสปอตพุ่งขึ้น 2.9% มาอยู่ที่ 86.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ ขณะที่แพลทินัมขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 2,158.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนพัลลาเดียมอ่อนตัวลง 0.2% มาอยู่ที่ 1,745.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนภาพตลาดที่ยังให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง