
หลังจากวันเลือกตั้งที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ประชาชนได้ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่มีคะแนนอันดับ 1 ได้ที่นั่งสส.รวมกว่า 194 ที่นั่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 46.88 จุด หรือ 3.46% มาปิดวันที่ 1,400.89 จุด ระหว่างวันปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,407.74 จุด
บทความนี้ SPOTLIGHT จึงอยากพาทุกคนไปเปิดเครือข่ายหุ้นของ ‘นายกฯ หนู อนุทิน ชาญวีรกูล’ ว่าหุ้นตัวไหนได้แรงบวกบ้าง? โดยเก็บข้อมูลจากราคาปิดตลาดของวันที่ 9 ก.พ.69 ดังนี้
บวก 18.75% เพิ่มขึ้น + 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 9.50 บาท
บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, สาธารณูปโภคพื้นฐานและพลังงาน, โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง
เกี่ยวข้องอย่างไร ? : ธุรกิจหลักของตระกูล "ชาญวีรกูล" ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว
บวก 6.70% เพิ่มขึ้น +0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.78 บาท
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจงานแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก ระบบท่อ โรงงานสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์เหล็กอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอื่น ๆ
เกี่ยวข้องอย่างไร ? : บลจ.เกียรตินาคินภัทร ถือหุ้น 9.84% (รับโอนจากรมต.อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อการจัดการทรัพย์สินของรมต.ฯ) คุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล (พ่อคุณอนุทิน) ก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
บวก 17.42% เพิ่มขึ้น +0.27 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.82 บาท
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า
เกี่ยวข้องอย่างไร ? : บลจ.เกียรตินาคินภัทร ถือหุ้น19.52% (รับโอนจาก นายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ คู่สมรสของ นางสางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีในสมัยพรรคภูมิใจไทย)
บวก 7.05% เพิ่มขึ้น +0.55 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.35 บาท
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านสถานีบริการน้ำมัน "PT" และธุรกิจ Non-oil อย่างครบวงจร
เกี่ยวข้องอย่างไร ? : ผ่านตระกูล "รัชกิจประการ" โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
บวก 4.55% เพิ่มขึ้น +0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.60 บาท
บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม
เกี่ยวข้องอย่างไร ? : นายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ถือหุ้น 32.67% (คู่สมรสของ นางสางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีในสมัยพรรคภูมิใจไทย)
บวก 1.95% เพิ่มขึ้น +0.080 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.18 บาท
บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางเรือ-ทางรถระหว่างประเทศ
เกี่ยวข้องอย่างไร ? : ผ่านตระกูล "รัชกิจประการ" โดยบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 25.12%
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ประเทศไทย จำกัด เผยบทวิเคราะห์ ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ณ สิ้นปี 2569 เป็น 1,500 จุด และปรับเพิ่มค่าเป้าหมาย P/E ขึ้นสู่ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16.0 เท่า จากเดิม 14.5 เท่า สะท้อนความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการ re-rating ของตลาด รวมถึงมาตรการสนับสนุนนโยบายภาครัฐจำนวนมากที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 เป็นต้นไป
หยวนต้ามองว่า ผลการเลือกตั้งชี้ให้เห็นว่าพรรค ภูมิใจไทย (BJT) ชนะด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างอย่างมาก ส่งผลให้มีความชอบธรรมและอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเมืองที่ตลาดหุ้นไทยต้องการ
สำหรับผลการเลือกตั้งล่าสุด (นับแล้ว 93% ของคะแนนทั้งหมด) แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจ ไทยได้ 194 ที่นั่งจากทั้งหมด 500 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ได้ 116 ที่นั่งอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยหยวนต้าคาดว่าภูมิใจไทยจะเชิญพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ 76 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง และพรรคขนาดเล็กอีก 3 พรรค รวม 12 ที่นั่ง เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเสียงข้างมาก 304 ที่นั่งในสภา
หยวนต้าคาดว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายในต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นคาดว่าจะเห็นการดำเนินนโยบายหลายประการในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาล โดยลำดับความสำคัญอันดับแรกน่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นการบริโภค และช่วยลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นนโยบายในลักษณะเดียวกับที่รัฐบาลก่อนหน้าเคยดำเนินมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และหยวนต้ามองว่าน้ำหนักเชิงบวกมีจำกัด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ หยวนต้าคาดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่จะผลักดัน กระบวนการอนุมัติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แบบ FastPass ซึ่งอาจช่วยปลดล็อกโครงการลงทุนมูลค่ารวม 1.9 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ หยวนต้ายังคาดว่าจะเห็นการเร่งรัดการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในแผน มูลค่าราว 1.5 ล้าน ล้านบาท รวมถึงการสรุปข้อตกลงทางการค้าเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยหนุนการส่งออกของ ไทย มาตรการเหล่านี้มีแนวโน้มส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียนตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 เป็นต้นไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน หยวนต้ายังคงแนะนำหุ้นที่ได้อานิสงส์จาก “election rally” ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC) กลุ่มท่องเที่ยว (MINT) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP) โดยมุมมองยังไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ หุ้นที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการเร่งอนุมัติ FDI และข้อตกลงทางการค้า ยังสอดคล้องกับธีมหลักของหยวนต้าในปี 2569 (FDI, ดาต้าเซ็น เตอร์ และการค้า) ดังนั้น หยวนต้ายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA, AMATA) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (ITC) และหุ้นอิเล็กทรอนิกส์บางตัวที่คัดเลือกแล้ว (CCET)
อ้างอิง : SET