Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สื่อนอกตีข่าว จากเสือตัวที่ 5 ไทยทรุดเป็น‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ เศรษฐกิจซบ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สื่อนอกตีข่าว จากเสือตัวที่ 5 ไทยทรุดเป็น‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ เศรษฐกิจซบ

4 ก.พ. 69
13:51 น.
แชร์

สื่อนอกตีข่าว เศรษฐกิจไทยติดกับดักการเติบโตต่ำเพียง 2% ต่อปีมานานกว่า 5 ปี ท่ามกลางเครื่องยนต์หลักทั้งการบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยวอ่อนแรงพร้อมกัน จากยุคที่เคยเป็น "เสือเศรษฐกิจเอเชีย" วันนี้ประเทศกลายเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" ท่ามกลางสังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือนพุ่งใกล้ 90% ของ GDP และการเมืองไร้เสถียรภาพ นักเศรษฐศาสตร์เตือนหากไม่ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ภาวะซบเซาอาจยืดเยื้อยาวนานกว่าที่เคยเผชิญมา

สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า เศรษฐกิจไทยซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังติดอยู่ในกับดักการเติบโตต่ำเพียงราว 2% ต่อปีต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี ขณะที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักทั้ง การบริโภคภาคครัวเรือน ภาคการผลิต และการท่องเที่ยว กำลังอ่อนแรงลงพร้อมกัน ภาวะชะลอตัวที่ยืดเยื้อนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยแทบไม่สามารถเร่งอัตราการเติบโตได้ แม้โลกจะเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดแล้วก็ตาม

จากยุคที่ประเทศไทยเคยถูกยกย่องว่าเป็น “เสือเศรษฐกิจเอเชีย” ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 13% ในปี 2531 วันนี้ภาพดังกล่าวกลายเป็นเพียงความทรงจำ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยถูกฉุดรั้งด้วยโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว จำนวนประชากรที่หดตัว หนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นใกล้ 90% ของ GDP ค่าจ้างที่แทบไม่เพิ่ม และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงต่อเนื่อง นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากไม่มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะซบเซาที่ยาวนานกว่าที่เคยประสบมา

อุตสาหกรรมถดถอย กำลังซื้ออ่อนแรง และการท่องเที่ยวสะดุด

สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา ภาคการผลิตของไทยถดถอยลงต่อเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ การหลั่งไหลเข้ามาของสินค้าจีนราคาถูก และการแข่งขันที่รุนแรงจากฐานการผลิตใหม่อย่างเวียดนาม ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนชัดในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค โรงงานของค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างนิสสัน ฮอนด้า และซูซูกิ ทยอยปิดตัวหรือปรับลดกำลังการผลิต ส่งผลต่อการจ้างงานและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยสถิติปัจจุบันระบุว่า ตัวเลขการผลิต ยอดขายในประเทศ และอัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่ฟื้นกลับสู่ระดับก่อนโควิด

ในฝั่งผู้บริโภค ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงประกอบกับรายได้ที่แทบไม่เพิ่ม ทำให้คนไทยจำนวนมากลดการใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงและสินค้าฟุ่มเฟือย ร้านค้าและธุรกิจบริการเริ่มเห็นลูกค้าลดลงอย่างชัดเจน ภาพร้านทำผมที่มีลูกค้าน้อยลง หรือผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าราคาประหยัดชิ้นละ 20 บาท สะท้อนการรัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน แนวโน้มดังกล่าวยิ่งน่ากังวล เมื่อประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ และอัตราการเกิดในปี 2568 ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี

ด้านภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ ก็เริ่มสะดุดอย่างเห็นได้ชัด ในปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 32.9 ล้านคน ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า และยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดที่เคยแตะ 40 ล้านคนในปี 2562 ปัจจัยด้านความปลอดภัยหลังเหตุลักพาตัวนักแสดงชาวจีนที่เชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงไซเบอร์ รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศอย่างเวียดนามและญี่ปุ่น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคค้าปลีก เกษตรกรรม และการก่อสร้างโรงแรม

เศรษฐกิจซบเซาท่ามกลางการเมืองไร้เสถียรภาพ

นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า เศรษฐกิจไทยยังถูกซ้ำเติมด้วยความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ลากยาวหลายปี ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจราชการ-ทหารกับพรรคการเมืองสายปฏิรูป ซึ่งชนะการเลือกตั้งสองครั้งหลังสุดแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่งผลให้การกำหนดนโยบายขาดความต่อเนื่อง โดยภายในเวลาเพียง 3 ปี ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนและภาคธุรกิจ

ภายใต้ภาวะดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์จากภาคการเงินมองว่าสถานะทางเศรษฐกิจของไทยได้เปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ จากประเทศที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น “Teflon Thailand” ซึ่งดูเหมือนจะทนทานต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจได้ กลับกลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องวัฏจักรอุปสงค์ แต่สะท้อนถึงการขาดเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สัญญาณของภาวะเศรษฐกิจซบเซาปรากฏชัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์เริ่มปล่อยสินเชื่อลดลงจากความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี เงินเฟ้อทั่วไปติดลบในปีที่ผ่านมา สะท้อนกำลังซื้อที่อ่อนแรง ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในเอเชียในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยดัชนีลดลงราว 10% ในปี 2568 ขณะที่รัฐบาลประเมินการเติบโตปีนี้ไว้ที่ 2% แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดไว้ที่เพียง 1.6% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สูงถึง 19% และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสายตาของภาคเอกชน

แม้เศรษฐกิจไทยอาจยังไม่ถึงขั้นวิกฤติรุนแรง แต่เสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์สะท้อนตรงกันว่า หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ภาวะซบเซาในวันนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความท้าทายที่หนักหนากว่านี้ในอนาคต

ที่มา: The Financial Times

แชร์
สื่อนอกตีข่าว จากเสือตัวที่ 5 ไทยทรุดเป็น‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ เศรษฐกิจซบ