Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo Seagame2025Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
4 ประเด็นที่จะทำให้ 2026 เป็นอีกปีที่ยากและปั่นป่วนของการค้าโลก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

4 ประเด็นที่จะทำให้ 2026 เป็นอีกปีที่ยากและปั่นป่วนของการค้าโลก

1 ม.ค. 69
20:06 น.
แชร์

การค้าโลกปั่นป่วนและยากลำบากอย่างไรภายใต้นโยบายการตั้งกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เราได้เห็นกันแล้วในปี 2025 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป 

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) วิเคราะห์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในระบบการค้าโลกในปี 2025 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษ และปี 2026 นี้ ก็จะเป็นอีกปีที่ท้าทายเสถียรภาพและการเติบโตของการค้าโลกมากยิ่งขึ้น 

ตลอดปี 2025 การค้าสินค้าทั่วโลกยังประคองตัวได้ค่อนข้างดี แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯก่อกำแพงภาษีล้อมรอบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกไว้ก็ตาม ข้อมูลจากจอห์น แมคคาวน์ (John McCown) ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือแสดงให้เห็นว่าปริมาณการขนส่งสินค้าทั่วโลกในเดือนตุลาคม 2025 ยังเติบโตได้ 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพรวมที่ดูถึกทนนั้น กระแสการค้าได้เปลี่ยนทิศ สหรัฐฯมีปริมาณนำเข้าลดลงถึง 8% ขณะที่การนำเข้าสินค้าในแอฟริกา ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และอินเดีย กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

แมคคาวน์มองว่า ภัยคุกคามจากภาษีของทรัมป์เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นทางการขนส่งสินค้าต้องเปลี่ยนทิศและจัดเส้นทางใหม่ และเขาบอกว่า “หากปี 2025 คือปีแห่งภาษีศุลกากร ปี 2026 จะเป็นปีแห่งผลกระทบจากภาษีเหล่านั้น” 

ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็คาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า จะเกิดความปั่นป่วนทางการค้ามากขึ้นในปี 2026 โดยมีประเด็นสำคัญ 4 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด 

การทบทวนข้อตกลงการค้า USMCA

สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก กำลังจะเริ่มกระบวนการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งจากคำกล่าวของเจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ต่อสมาชิกรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคม การเจรจาครั้งนี้จะพาทั้งสามประเทศเข้าสู่ ‘ดินแดนใหม่’ เนื่องจากข้อตกลง USMCA เป็นข้อตกลงที่มีเงื่อนไขพิเศษให้ทบทวนข้อตกลงใหม่เมื่อครบ 6 ปี 

กรีเออร์บอกว่า รัฐบาลได้รับความเห็นจากสาธารณชนมากกว่า 1,500 รายการ ในช่วงเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะก่อนการทบทวน ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากแสดงการสนับสนุน USMCA และหลายรายเรียกร้องอย่างชัดเจนให้ขยายอายุข้อตกลงนี้ออกไป ขณะเดียวกัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกือบทั้งหมดก็เรียกร้องให้มีการปรับปรุงข้อตกลงในบางด้าน

อย่างไรก็ตาม ‘การปรับปรุง’ ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศหนึ่งในกลุ่ม ย่อมมีความเสี่ยงที่จะกระทบอีกประเทศหนึ่ง และนั่นทำให้การเจรจารอบใหม่นี้มีแนวโน้มจะเป็นไปอย่างยากลำบากสำหรับเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของอเมริกาอยู่แล้ว และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับแคนาดาก็ตึงเครียดอยู่แล้ว หลังจากที่ทรัมป์ยุติการเจรจาการค้ากับแคนาดาเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อตอบโฆษณาที่ใช้คำกล่าวของโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) เพื่อต่อต้านภาษีสหรัฐฯ

อาจเกิดปัญหาในการขนส่งทางเรือ

ในปี 2026 อุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าซึ่งเป็นยานพาหนะหลักของการค้าโลกอาจเป็นตัวสร้างแรงกระแทกต่อการค้าโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคน รวมถึงลาร์ส เยนเซน (Lars Jensen) ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา Vespucci Maritime มองว่า อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกติดขัดได้ในระดับใกล้เคียงช่วงโควิด-19 

แรงกระแทกแรกอาจมาจากการที่กองเรือสินค้าทั่วโลกอาจกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงแทนการอ้อมแหลมกู๊ดโฮป หลังจากจำเป็นต้องใช้เส้นทางอ้อมในช่วงสองปีที่ผ่านมาเพื่อเลี่ยงการโจมตีของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง แต่การโจมตีในทะเลแดงลดลงมากแล้วนับตั้งแต่แผนสันติภาพในกาซามีผลในเดือนตุลาคม 2025 ทำให้สายการเดินเรือสนใจกลับมาใช้เส้นทางเดิมอีกครั้ง ซึ่งในช่วงปลายปี 2025 สายการเดินเรือใหญ่อย่าง CMA CGM ของฝรั่งเศส และ A.P. Moller-Maersk ของเดนมาร์ก เริ่มส่งเรือบางส่วนกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงแล้ว

เยนเซนเตือนในการสัมมนาของ Flexport เมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า หากมีการกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงและคลองสุเอซที่เป็นทางลัดระหว่างเอเชียกับยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้กำลังการขนส่งล้นตลาดอย่างมาก และจะทำให้เกิดปัญหาความแออัดอย่างรุนแรงในท่าเรือของยุโรป 

ส่วนแรงกระแทกที่สองอาจมาจากฝั่งอุปสงค์ คือ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯในปี 2026 ขยายตัวเร็วอย่างที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์คาดการณ์ไว้ อาจมีการเร่งเติมสต๊อกสินค้าจนเกินขีดความสามารถที่อุตสาหกรรมขนส่งทางเรือจะรับมือได้ 

ข้อตกลงการค้าที่ยังไม่นิ่ง

หนึ่งในผลงานสำคัญด้านการค้าของทำเนียบขาวในปี 2025 คือ ข้อตกลงกับหลายประเทศเศรษฐกิจใหญ่ ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของทรัมป์ ตั้งแต่การให้คำมั่นด้านการลงทุน ไปจนถึงการเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐฯมากขึ้น เพื่อแลกกับอัตราภาษีที่ต่ำลง

แต่ข้อตกลงเหล่านี้ไม่ใช่ข้อตกลงการค้าแบบดั้งเดิมที่มีผลผูกพันทางกฎหมายพร้อมข้อกำหนดการบังคับใช้และรายละเอียดปลีกย่อยที่ระบุกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน และกับจีนก็เป็นการพักรบเพียงแค่หนึ่งปี ไม่ใช่ข้อตกลงเต็มรูปแบบ

เรื่องนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าข้อตกลงต่าง ๆ อาจพังลงได้ ซึ่งพัฒนาการในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาสะท้อนความเสี่ยงนี้อย่างชัดเจน ขณะที่อีกหลาย ๆ ประเทศก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ 

คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ 

หนึ่งในความไม่แน่นอนที่ใหญ่ที่สุดของการค้าโลกในช่วงก่อนเข้าสู่ปี 2026 คือ คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯที่กำลังจะพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของ ‘ภาษีตอบโต้’ (reciprocal tariff) ที่ทรัมป์เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากเกือบทุกประเทศคู่ค้า

หากทรัมป์แพ้คดี หนึ่งคำถามสำคัญต่อเศรษฐกิจและสถานะการคลังของสหรัฐฯ คือ รัฐบาลสหรัฐฯจะต้องคืนเงินภาษีที่ผู้นำเข้าสหรัฐฯจ่ายไปหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าหากต้องคืน จะดำเนินการได้อย่างเป็นระบบหรือทันเวลาหรือไม่

เควิน แฮสเซตต์ (Kevin Hassett) ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Economic Council) กล่าวกับรายการ Face the Nation ของ CBS ว่า แม้ศาลจะไม่ตัดสินให้ฝ่ายบริหารชนะ ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่ศาลจะสั่งให้มีการคืนเงินเป็นวงกว้าง เพราะมันจะเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการในการคืนภาษี 

ทั้งนี้ ตลาดเดิมพันว่ามีโอกาสราว 75% ที่ทรัมป์จะเป็นฝ่ายแพ้คดี แต่ถึงแม้ว่าแพ้ ฝ่ายบริหารของทรัมป์ก็ยังมีอำนาจทางกฎหมายอื่น ๆ ที่จะเดินหน้ามาตรการเก็บภาษีต่อไป

แชร์
4 ประเด็นที่จะทำให้ 2026 เป็นอีกปีที่ยากและปั่นป่วนของการค้าโลก