Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จากผับสู่สนามบอลโลก ทำไมแฟนบอลรักWonderwall จนเป็นเพลงประจำทีมอังกฤษ?
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

จากผับสู่สนามบอลโลก ทำไมแฟนบอลรักWonderwall จนเป็นเพลงประจำทีมอังกฤษ?

16 ก.ค. 69
18:22 น.
แชร์

"Football’s Coming Home" เป็นประโยคที่แฟนบอลอังกฤษร้องซ้ำมานานหลายทศวรรษ แต่หลังฟุตบอลโลก 2026 คงต้องยอมรับอีกครั้งว่า Football isn’t coming home สำหรับแฟนบอล “สิงโตคำราม” ความเจ็บปวดที่ยืดเยื้อมานาน 60 ปียังคงดำเนินต่อไป สุดท้ายฟุตบอลก็ยังไม่ได้กลับไปยังบ้านเกิดอย่างที่หวัง

สำหรับคนที่ติดตามฟุตบอลเป็นประจำ เสน่ห์ของฟุตบอลโลกอาจอยู่ที่เกมการแข่งขันอันเข้มข้น การได้เห็นนักเตะระดับโลกลงสนาม หรือช่วงเวลาที่สถานการณ์พลิกจากความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะภายในไม่กี่วินาที แฟนบอลอาจจดจำได้ว่าใครเป็นผู้ทำประตู ใครพลาดจังหวะสำคัญ หรือทีมใดวางแผนการเล่นได้เหนือกว่า

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อินกับฟุตบอลมากนัก สิ่งที่ทำให้ฟุตบอลโลกน่าจดจำอาจไม่ใช่รายละเอียดในสนาม พวกเขาอาจจำชื่อนักเตะไม่ได้ ไม่รู้ว่าแต่ละทีมใช้แผนการเล่นแบบใด และไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าฝ่ายไหนครองบอลมากกว่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล้องจับภาพแฟนบอลหลายหมื่นคนตบมือ ส่งเสียง หรือร้องเพลงเดียวกันพร้อมกันจนเสียงดังก้องไปทั่วสนาม แม้แต่คนที่ไม่ได้เข้าใจกติกาฟุตบอลทั้งหมดก็อาจรู้สึกขนลุกได้

เพราะสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพียงภาพของผู้ชมการแข่งขัน แต่คือมนุษย์จำนวนมหาศาลที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งร่วมกัน

นี่คือเหตุผลที่ทั้งท่าพายเรือไวกิ้งกับเสียง “ฮูห์” ซึ่งดังกระหึ่มพร้อมกันทั่วสนามของแฟนบอลนอร์เวย์ และเสียงร้องเพลง Wonderwall ของ Oasis จากแฟนบอลอังกฤษ กลายเป็นภาพที่ได้รับความสนใจในฟุตบอลโลก 2026 แม้เพลงดังกล่าวจะไม่ได้ถูกแต่งขึ้นเพื่อการแข่งขันฟุตบอลเลยก็ตาม

กระแสจากฟุตบอลโลกยังทำให้ Wonderwall ขยับขึ้น 11 อันดับ สู่จุดสูงสุดใหม่ที่อันดับ 2 บนชาร์ต Global Spotify ด้วยยอดสตรีม 3.77 ล้านครั้ง

ในบทความนี้ SPOTLIGHT ชวนหาคำตอบว่า เหตุใดเพลงรักจากยุค 1990 จึงกลายมาเป็นเพลงประจำทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026 และปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนอะไรเกี่ยวกับฟุตบอล ความทรงจำ และวัฒนธรรมของผู้คน

ทำไมต้องเป็นเพลง Wonderwall?

คำถามสำคัญคือ อังกฤษมีเพลงที่เชื่อมโยงกับฟุตบอลอยู่แล้วหลายเพลง เหตุใดเพลงที่กลายเป็นภาพจำของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงเป็น Wonderwall

อังกฤษมีเพลง Three Lions และวลี “Football’s Coming Home” ซึ่งอยู่คู่กับทีมชาติมาตั้งแต่ปี 1996 มีเพลง Sweet Caroline ที่มักถูกเปิดหลังชัยชนะในการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ รวมถึง Hey Jude ของ The Beatles ซึ่งเชื่อมโยงกับชื่อของ Jude Bellingham นักเตะคนสำคัญของทีมได้อย่างลงตัว

แต่ท้ายที่สุด เพลงที่แฟนบอลและนักเตะอังกฤษเลือกใช้ร่วมกันหลังจบการแข่งขันกลับเป็นเพลงรักจากปี 1995 ซึ่งไม่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับฟุตบอล ทีมชาติอังกฤษ หรือการคว้าแชมป์แม้แต่น้อย

  • ระบบการจัดเพลงในสนามของ FIFA

จุดเริ่มต้นมาจากระบบการจัดเพลงในสนามของ FIFA ซึ่งเปิดโอกาสให้แต่ละทีมส่งรายชื่อเพลงสำหรับใช้ก่อนและหลังการแข่งขัน โดยทีมชาติอังกฤษเลือกเพลงอย่าง Wonderwall, Sweet Caroline และ Hey Jude เข้าไปอยู่ในรายการเพลงของทีม

หลังอังกฤษชนะการแข่งขันนัดแรก Wonderwall ถูกเปิดขึ้นระหว่างการฉลองหลังจบเกม

ทันทีที่เสียงกีตาร์ช่วงต้นเพลงดังขึ้น แฟนบอลอังกฤษหลายหมื่นคนก็ร้องตามได้พร้อมกัน ขณะที่นักเตะเดินเข้าไปหาอัฒจันทร์และร่วมร้องเพลงกับแฟนบอล

จากเพลงที่ถูกเลือกมาเปิดในสนามโดยทั่วไป Wonderwall จึงค่อย ๆ กลายเป็น “ธรรมเนียมหลังชัยชนะ” เมื่ออังกฤษชนะและเสียงกีตาร์ดังขึ้น ทุกคนรู้ทันทีว่าต้องทำอะไร นั่นคือการร้องเพลงไปพร้อมกัน

  • Wonderwall คือเพลงในความทรงจำของคนอังกฤษ

Wonderwall เปิดตัวครั้งแรกในปี 1995 หรือเมื่อ 31 ปีก่อน เป็นผลงานของวง Oasis และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอังกฤษมานานกว่าสามทศวรรษ

สำหรับคนอังกฤษจำนวนมาก เพลงนี้ไม่ใช่เพียงผลงานเพลงยอดนิยม แต่เป็นเศษเสี้ยวของชีวิตในช่วงเวลาหนึ่ง เสียงเพลงอาจพาให้นึกถึงวัยรุ่น ค่ำคืนในผับ เพื่อนเก่า เกมฟุตบอล หรือบรรยากาศของอังกฤษในยุค 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรม Britpop กำลังรุ่งเรือง

แม้บางคนจะไม่ใช่แฟนของ Oasis แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะคุ้นเคยและร้องท่อนฮุกของเพลงนี้ได้

Wonderwall มีทำนองเรียบง่าย เสียงกีตาร์ช่วงต้นจดจำได้ทันที และมีท่อนฮุกที่ร้องตามได้ไม่ยาก แม้เสียงของคนหลายหมื่นคนจะไม่ได้ตรงคีย์กันทั้งหมด แต่เมื่อทุกเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ความไม่สมบูรณ์แบบกลับกลายเป็นพลังที่ทำให้บรรยากาศในสนามน่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม

เมื่อเพลงนี้ดังขึ้นในฟุตบอลโลก ผู้คนจึงไม่ได้กำลังร้องเพียงเนื้อเพลง แต่กำลังถ่ายทอดความทรงจำร่วมกันออกมาด้วย

  • Wonderwall เพลงรักที่ถูกเปลี่ยนความหมายให้กลายเป็นเพลงแห่งความหวัง

ความน่าสนใจคือ เนื้อหาดั้งเดิมของ Wonderwall ไม่ได้กล่าวถึงฟุตบอล อังกฤษ หรือการคว้าแชมป์เลย Noel Gallagher ผู้แต่งเพลงเคยอธิบายว่า เพลงนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลในจินตนาการซึ่งจะเข้ามาช่วยให้เราหลุดพ้นจากตัวเอง

แต่เมื่อเพลงถูกนำมาใช้ในสนามฟุตบอล ความหมายเดิมอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกต่อไป เพราะผู้คนสามารถมอบความหมายใหม่ให้กับบทเพลงได้ตามบริบทและช่วงเวลาที่เพลงนั้นปรากฏขึ้น

เนื้อหาที่พูดถึงใครบางคนซึ่งอาจเข้ามาช่วยเหลือ ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความหวังที่แฟนบอลมีต่อนักเตะ ขณะที่คำว่า “Maybe” หรือ “บางที” ก็สะท้อนความรู้สึกที่ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย แต่ยังไม่ยอมละทิ้งความหวัง

อารมณ์เช่นนี้สอดคล้องกับประสบการณ์ของแฟนบอลอังกฤษอย่างชัดเจน

อังกฤษถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อโลกฟุตบอล หากถามถึงลีกที่คนไทยและผู้ชมทั่วโลกรู้จักมากที่สุด พรีเมียร์ลีกย่อมเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ

แต่ในระดับทีมชาติ อังกฤษเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวในปี 1966 และนับจากวันนั้นก็ผ่านมานานกว่า 60 ปีแล้ว

ประวัติศาสตร์ดังกล่าวเต็มไปด้วยความหวัง ความผิดหวัง และการบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “บางที ครั้งนี้อาจเป็นครั้งของเราก็ได้”

Wonderwall จึงไม่ใช่เพลงปลุกใจที่ประกาศว่าอังกฤษจะชนะอย่างแน่นอน แต่เป็นเพลงที่มีทั้งความฝัน ความไม่แน่นอน และความเปราะบางอยู่พร้อมกัน ซึ่งอาจสะท้อนความรู้สึกของแฟนบอลอังกฤษได้ดีกว่าเพลงที่พูดถึงชัยชนะอย่างตรงไปตรงมาเสียอีก

แม้ในฟุตบอลโลก 2026 ฟุตบอลจะยังไม่ได้ “กลับบ้าน” ตามประโยคที่แฟนบอลอังกฤษเฝ้าร้องมานาน แต่ Wonderwall ได้กลายเป็นพื้นที่ให้แฟนบอลและนักเตะร่วมกันเก็บรักษาความหวังเอาไว้ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจบการแข่งขันแต่ละนัด

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนซึ่งไม่ได้ติดตามฟุตบอลอย่างจริงจัง คลิปไวรัลท่าพายเรือไวกิ้งและเสียงเพลง Wonderwall กลับสร้างความประทับใจได้อย่างมาก เพราะภาพเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่า แม้ในชีวิตประจำวัน ผู้คนในประเทศเดียวกันจะมีความแตกต่างกันทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ อายุ ชนชั้น และวิถีชีวิต แต่ในช่วงเวลาของฟุตบอลโลก ความแตกต่างเหล่านั้นสามารถถูกพักไว้ชั่วคราว

คนที่ไม่เคยรู้จักกันอาจยืนร้องเพลงอยู่ข้างกัน นักเตะชื่อดังกับแฟนบอลธรรมดาสามารถสบตากันผ่านอัฒจันทร์ และรับรู้ว่าทุกคนกำลังมีความรู้สึกร่วมกัน

นี่คือพลังของวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติผ่านผู้คน เพราะวัฒนธรรมไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าแต่ละประเทศมีตัวตนอย่างไร แต่ยังทำให้คนภายนอกสามารถ “รู้สึก” ถึงประเทศนั้นได้ด้วย

อ้างอิง : BBC

แชร์
จากผับสู่สนามบอลโลก ทำไมแฟนบอลรักWonderwall จนเป็นเพลงประจำทีมอังกฤษ?