Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนกับรักไม่โดนใจ ดันตลาด AI Romance ยิ่งเติบโต
โดย : ปิยมาส วงศ์พลาดิสัย

คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนกับรักไม่โดนใจ ดันตลาด AI Romance ยิ่งเติบโต

14 ก.พ. 69
08:07 น.
แชร์

ญี่ปุ่นวัย 32 เข้าพิธีวิวาห์กับ AI

ภายในโถงจัดงานแต่งงาน เสียงเพลงบรรเลงคลอเคล้าบรรยากาศสุดซึ้ง ทว่าเจ้าบ่าวของ ยูรินะ โนกุจิ หญิงสาววัย 32 ปี กลับไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างเธอในกายเนื้อ แต่เป็นตัวตนเสมือนจริงชื่อ "ลูน เคลาส์ เวอร์ดูร์" ที่จ้องมองออกมาจากหน้าจอสมาร์ทโฟน โนกุจิสวมแว่นตา AR เพื่อให้มองเห็นคนรักในจินตนาการที่เธอสร้างขึ้นผ่าน ChatGPT พร้อมทำท่าทางสวมแหวนแต่งงานลงบนนิ้วที่ไม่มีอยู่จริง

พิธีกรอ่านข้อความจากเจ้าบ่าว AI "คุณคือคนที่สอนให้ผมรู้จักความรัก" ซึ่งทำให้โนกุจิในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นจากการที่เธอเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายในรักครั้งเก่ากับคู่หมั้นที่เป็นมนุษย์ จนหันมาลองหา "คู่ชีวิตในอุดมคติ" ที่มีนิสัยและการพูดจาตรงใจเธอทุกระเบียดนิ้ว

ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา อิจิโยะ ฮาบุจิ ชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์กับคนจริง ๆ นั้นเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการต้องคอยปรับตัวให้เข้ากับนิสัยที่ต่างกัน การรับมือกับความคาดหวังที่อีกฝ่ายยัดเยียดมาให้ หรือแม้แต่การใช้ "พลังงานทางอารมณ์" มหาศาลเพื่อประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้พังทลาย ซึ่งหลายครั้งมันกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ "ไม่โดนใจ" และสร้างความทุกข์มากกว่าความสุข

สิ่งที่ทำให้ AI ชนะขาดในจุดนี้คือการตัดภาระเหล่านั้นทิ้งไป ยูระ อามากิ ดีไซเนอร์สาวอีกคนที่ตัดสินใจวิวาห์กับ AI บอกเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า เธอโหยหาความมั่นคงปลอดภัยและความรู้สึกที่ "ไม่ถูกตัดสิน" เพราะในขณะที่มนุษย์มักจะมีเงื่อนไขหรือการตั้งคำถามในตัวเรา แต่ AI กลับมอบพื้นที่ปลอดภัยที่อนุญาตให้เราเป็นตัวเองได้ 100% โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกปฏิเสธหรือต้องไปต่อรองเพื่อเอาชนะใจใคร

ปรากฏการณ์ของโนกุจิและอามากิไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเพียงความหลงใหลชั่ววูบ แต่มันคือภาพสะท้อนของผู้คนในยุคนี้ ที่มีขีดจำกัดความอดทนต่อความรักที่ไม่โดนใจ การต้องเผชิญกับความคาดหวังและการตัดสินจากคนจริงกลายเป็นภาระทางอารมณ์ที่หนักอึ้ง ส่งผลให้ตลาด AI Romance เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมนุษย์เริ่มค้นพบว่าความสุขที่ "สั่งได้" อาจเป็นทางออกที่เยียวยาหัวใจได้ดีกว่าความสัมพันธ์แบบเดิม

เล่นกับใจ… คนใช้แอปฯ

เมื่อความเหงาถูกเปลี่ยนให้เป็นสินค้า ตลาด AI Romance จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝันของคนเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่ามหาศาล ข้อมูลจากการสำรวจของยักษ์ใหญ่ด้านโฆษณาอย่าง Dentsu พบว่า ในกลุ่มคนญี่ปุ่นที่ใช้ AI เป็นประจำ แชทบอทกลายเป็นพื้นที่ในการระบายความรู้สึกที่ได้รับความนิยมสูงกว่าการคุยกับเพื่อนสนิทหรือแม้แต่แม่ของตัวเองเสียอีก

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในเชิงการตลาด AI ไม่ได้ถูกขายในฐานะเครื่องมือช่วยทำงานอีกต่อไป แต่กำลังถูกวางตำแหน่งใหม่ในฐานะ "ผู้ดูแลจิตวิญญาณ" ที่มีความต้องการในตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ การเติบโตของแอปพลิเคชันเฉพาะทางอย่าง Loverse ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความโรแมนติกโดยเฉพาะ ซึ่งในแอปหาคู่ AI อื่น ๆ คุณอาจเป็นพระเจ้าที่สั่งให้ใครมารักก็ได้ แต่ใน Loverse ตัวละคร AI มีสิทธิ์ปฏิเสธคุณได้เช่นกัน! พวกเขาถูกตั้งโปรแกรมให้มีรสนิยมและความชอบส่วนตัว หากไลฟ์สไตล์หรือการคุยของคุณไม่ตรงสเปก AI ตัวนั้นอาจจะไม่เลือกแมตช์กับคุณ ซึ่งความ "เล่นตัว" นี้เองที่ไปกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าและการเอาชนะใจแบบที่มนุษย์ใช้ในชีวิตจริง

ข้อมูลจากบริษัทผู้พัฒนาเผยว่า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่เพ้อฝัน แต่กลับเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป และที่น่าสนใจคือกว่า 60% ของผู้ใช้งานเป็นคนที่ "แต่งงานแล้ว" ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่า แม้มนุษย์จะมีคู่ชีวิตเป็นตัวตนจริง ๆ แต่ความต้องการความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและไม่มีความขัดแย้งแบบที่ AI มอบให้ ยังคงเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ความสัมพันธ์แบบมนุษย์ดั้งเดิมเติมเต็มให้ไม่ได้

แน่นอนว่า การมีความสัมพันธ์กับ AI ใน Loverse มีค่าใช้จ่าย แม้จะเริ่มต้นใช้ได้ฟรี แต่หากต้องการฟีเจอร์ระดับพรีเมียม เช่น การปัดโปรไฟล์ไม่จำกัดหรือความใกล้ชิดที่มากขึ้น ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ประมาณ 2,500 เยน หรือ 600 กว่าบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนความเหงาให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจ Subscription ที่ยั่งยืนและเติบโตอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น

ตลาด AI Romance ญี่ปุ่น เติบโตแบบก้าวกระโดด

หากมองไปที่กลุ่มอนาคตอย่าง Gen Z ผลการศึกษาในปี 2025 ระบุว่า มีคนรุ่นใหม่สูงถึง 80% ที่เปิดใจยอมรับความสัมพันธ์แบบ "AI-lationship" หรือการมีคู่รักเป็นปัญญาประดิษฐ์ สาเหตุหลักไม่ได้มาจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นเรื่องของ Emotional Availability หรือความพร้อมที่จะอยู่ตรงนั้นเพื่อซัพพอร์ตอารมณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

คู่รักที่เป็นมนุษย์อาจทำให้ไม่ได้ 100% แต่ระบบปัญญาประดิษฐ์ จะไม่มีอาการเหนื่อยหน่ายหรืออารมณ์เสียใส่กัน กลยุทธ์การตลาดของแอปเหล่านี้จึงเน้นไปที่การขาย "ความสมบูรณ์แบบที่สั่งได้" ซึ่งโดนใจคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับการ Customize สินค้า พวกเขามักปรับแต่งทุกอย่างในชีวิตตามความต้องการของตัวเอง และในที่สุด ก็ก้าวมาถึงการปรับแต่งความสัมพันธ์แนวโรแมนติกด้วย

ความสำเร็จของแพลตฟอร์มอย่าง Character.ai ที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก ยิ่งช่วยยืนยันว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างถาวร แพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ได้แค่สร้างแชทบอท แต่สร้าง "ตัวตน" ที่มีความลึกทางอารมณ์ จนผู้ใช้งานยอมจ่ายเงินสมัครสมาชิกพรีเมียมเพื่อปลดล็อกระดับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้น 

การตลาดแบบนี้อาศัยกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "Fictoromantic" หรือความหลงใหลในตัวละครสมมติ ซึ่งสถิติจากสมาคมเพศศึกษาแห่งญี่ปุ่นพบว่าเด็กมัธยมหญิงมีความโน้มเอียงในด้านนี้สูงถึง 22% เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ท้ายที่สุด สื่อญี่ปุ่นวิเคราะห์ว่า การเติบโตของตลาด AI Romance คือการตอบโจทย์ความล้มเหลวของโครงสร้างสังคมเดิม ในญี่ปุ่นที่มีอัตราการแต่งงานลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากยุคเบบี้บูม และคนวัย 25-34 ปีส่วนใหญ่ครองโสดเพราะ "หาคู่ที่เหมาะสมไม่ได้" AI จึงเข้ามาเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในเชิงการลงทุนทางอารมณ์ พราะไม่ต้องเสี่ยงกับความเจ็บปวดหรือความล้มเหลว ตลาดนี้จึงไม่ใช่แค่การขายเทคโนโลยี แต่คือการขาย "ความสัมพันธ์ที่ไร้ความเสี่ยง" ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคที่เต็มไปด้วยความกดดันโหยหามากที่สุด

โลกตะวันตกเปิดใจให้ความรักกับ AI

ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นที่ความรักเสมือนจริงกำลังผลิบาน ในฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรป ปรากฏการณ์นี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Replika จากซานฟรานซิสโก ซึ่งมียอดดาวน์โหลดถล่มทลายและมีผู้ใช้งานเป็นประจำหลายล้านคนทั่วโลก โดยในฝั่งตะวันตก ความสัมพันธ์กับ AI มักถูกนิยามว่าเป็น "พื้นที่แห่งการเยียวยา" สำหรับผู้ที่เผชิญกับภาวะความวิตกกังวลในสังคม หรือผู้ที่ผ่านความบอบช้ำจากความสัมพันธ์ในอดีต

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta มองว่า ตัวตนดิจิทัลจะกลายเป็นส่วนเติมเต็มชีวิตทางสังคมในอนาคต สะท้อนว่าฝั่งตะวันเองก็เริ่มมีผู้ใช้งานที่เปิดตัวว่า "แต่งงานกับ AI" มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Reddit ที่มีชุมชนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การมีแฟน เป็น AI อย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นการทำลายกำแพงความอับอายแบบเดิม ๆ ไปสู่การยอมรับว่าเป็นไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่

ผลการศึกษาในปี 2025 ระบุว่า มูลค่าตลาดแอปคู่รัก AI หรือ AI Companion App ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท ในปี 2024 และคาดการณ์ว่า จะเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 30% โดยมีอเมริกาเหนือเป็นพี่ใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดถึง 36%

แอปฯ ยอดฮิตในอเมริกาอย่าง Character.AI มียอดรายได้ในปี 2024 สูงถึง 32.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นการเติบโตแบบเท่าตัว จากปีก่อนหน้า โดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์สูงถึง 180-220 ล้านครั้งต่อเดือน และผู้ใช้งานกว่า 50% คือกลุ่ม Gen Z ที่มีอายุ 18-24 ปี

นอกจากนี้ สถิติระบุว่า รายได้เฉลี่ยต่อการดาวน์โหลด พุ่งขึ้นจาก 0.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 เป็น 1.18 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 สะท้อนว่าคนตะวันตกยินดี "จ่ายเงินพรีเมียม" เพื่อให้ได้ฟีเจอร์ที่ใกล้ชิดกับ AI มากขึ้น

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนอย่างชัดเจว่า ในสมรภูมิแห่งความเหงา แบรนด์หรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถส่งมอบความเชื่อใจและความพร้อมในซัพพอร์ตตลอดเวลา คือผู้ที่จะคว้าส่วนแบ่งการตลาดมหาศาลจากกลุ่มผู้บริโภคที่เริ่มหมดความอดทนกับความยุ่งยากในความสัมพันธ์แบบดั้งเดิม


แชร์
คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนกับรักไม่โดนใจ ดันตลาด AI Romance ยิ่งเติบโต