
เริ่มทำงานได้ไม่นาน หลายคนเริ่มคิดถึงการมีบัตรเครดิตใบแรกไว้ใช้จ่ายและสร้างประวัติทางการเงิน แต่จะเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับเงินเดือนและไม่เป็นภาระในอนาคต สำหรับ First Jobber การสมัครบัตรเครดิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ เข้าใจเงื่อนไขให้ชัด และใช้อย่างมีวินัย คือจุดเริ่มต้นสำคัญ บทความนี้สรุปแนวทางเลือกบัตรเครดิตใบแรกแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้มั่นใจมากขึ้น
ก่อนจะตัดสินใจยื่นใบสมัคร อยากให้ลองสำรวจความพร้อมของตัวเองอย่างละเอียดกันสักนิด เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้รับอนุมัติง่ายขึ้นและใช้งานบัตรได้อย่างมีความสุข โดยมีจุดที่ต้องเช็กดังนี้
สถาบันการเงินและบริษัทบัตรเครดิตจะกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำสำหรับพนักงานประจำอยู่ที่ 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังนั้นควรเตรียมเอกสารแสดงรายได้ให้พร้อมที่สุด เช่น สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อแสดงความสม่ำเสมอของรายได้
ความต่อเนื่องในการทำงานเป็นอีกปัจจัยที่ใช้พิจารณาอนุมัติบัตรเครดิต แนะนำว่าควรมีอายุงานในที่ปัจจุบันประมาณ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สมัครผ่านช่วงทดลองงานแล้วและมีแหล่งรายได้ที่มั่นคง หากเพิ่งย้ายงานหรือเพิ่งเริ่มงานใหม่ แนะนำให้รอจนผ่านโปรฯ ก่อน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติบัตรเครดิต
ลองสังเกตตัวเองดูว่าในแต่ละเดือนเรา "เปย์" ไปกับอะไรมากที่สุด เช่น หมดไปกับค่าเดินทางและน้ำมันรถ หรือหนักไปทางค่าอาหารและบุฟเฟต์ หรืออาจจะเป็นสายช้อปปิ้งออนไลน์ตัวยง การรู้พฤติกรรมตัวเองจะช่วยให้เราเลือกประเภทบัตรได้ตรงใจ เพื่อให้ทุกยอดการใช้จ่ายเปลี่ยนกลับมาเป็นความคุ้มค่าสูงสุด
ข้อนี้คือกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพทางการเงินที่ดี ลองคำนวณรายรับ-รายจ่ายคร่าว ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อหักค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว เรายังมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะชำระยอดบัตรเครดิตได้เต็มจำนวนและตรงเวลาในทุกรอบบิล การวางแผนที่ดีเช่นนี้จะช่วยให้เราใช้บัตรเครดิตได้อย่างสบายใจ ปลอดภาระดอกเบี้ย และมีความสุขกับการใช้จ่าย
วงเงินที่ได้รับอนุมัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนี้
รายได้ 15,000 - 30,000 บาท วงเงินอนุมัติไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ต่อเดือน
รายได้ 30,000 - 50,000 บาท วงเงินอนุมัติไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ต่อเดือน
รายได้ 50,000 บาทขึ้นไป วงเงินอนุมัติไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน
เมื่อสำรวจความพร้อมกันเรียบร้อยแล้ว ลองมาดูแนวทางการเลือกบัตรที่ช่วยให้ First Jobber อย่างเราเริ่มต้นสร้างเครดิตได้อย่างมั่นใจและตอบโจทย์ที่สุดกัน
เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบคุณสมบัติของบัตรแต่ละใบ การเลือกสมัครบัตรเครดิตที่กำหนดฐานเงินเดือนสอดคล้องกับรายได้จริงของเรา จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติให้สูงขึ้น แนะนำให้เริ่มจากบัตรระดับเริ่มต้น (Entry Level) หรือบัตรแพลทินัมทั่วไปที่ฐานรายได้ 15,000 บาท ซึ่งเป็นก้าวแรกที่มั่นคง แล้วค่อยขยับขยายไปสู่บัตรระดับสูงขึ้นในอนาคตเมื่อรายได้เราเติบโต
บัตรที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ ไม่ใช่บัตรที่วงเงินสูงที่สุด แต่คือบัตรที่หยิบมาใช้แล้ว "แมตช์" กับชีวิตประจำวันมากที่สุด ลองดูว่าปกติเราใช้จ่ายที่ไหนบ่อย แล้วมองหาบัตรที่เป็นพันธมิตรกับที่นั่น เพื่อรับสิทธิประโยชน์แบบทวีคูณ ทั้งคะแนนสะสมและส่วนลด
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน หากคุณเป็นคนที่ต้องซื้อของเข้าคอนโดทุกสัปดาห์ ชอบเดินห้างโลตัส หรือสั่งของสดผ่านแอปฯ เป็นประจำ การเลือกบัตรที่ตรงกับไลฟ์สไตล์อย่าง บัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม รีวอร์ด ซึ่งเหมาะมากสำหรับ First Jobber ที่มีฐานเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท จะช่วยเปลี่ยนทุกยอดการใช้จ่ายให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น เพราะทุกการช้อปที่โลตัส หรือโลตัสช้อปออนไลน์ จะได้รับโลตัสมันนี่คอยน์ สูงสุดถึง 4 เท่า* ซึ่งสามารถแลกเป็นคูปองเงินสดที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในรอบถัดไปได้ทันที
นอกจากนี้ ยังมอบความอุ่นใจในการบริหารเงินสดด้วยสิทธิ์ ผ่อน 0%* ทุกชิ้น ทั้งห้างโลตัส นาน 3 เดือน ช่วยให้เราเป็นเจ้าของของใช้จำเป็นชิ้นใหญ่ได้โดยไม่กระทบสภาพคล่อง หรือถ้าใครขับรถไปทำงานก็ยังได้รับ เครดิตเงินคืน 2%* เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจาก อีกด้วย การเลือกบัตรที่เข้าใจคนเริ่มทำงานแบบนี้ จะช่วยเปลี่ยนรายจ่ายจำเป็นให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์ที่กลับคืนมาหาเราได้ในทุกมิติ
สำหรับใบแรก แนะนำให้มองหาบัตรที่ "ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี" หรือมีเงื่อนไขการยกเว้นที่ทำได้ง่าย เช่น ใช้จ่ายครบตามยอดที่กำหนดต่อปี หรือเพียงแค่มีการเคลื่อนไหวบัญชี จะช่วยให้เราถือบัตรได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคอยกังวลกับภาระค่าใช้จ่ายแฝง และใช้งานได้อย่างเต็มที่
ความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคนยุคดิจิทัล ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง อย่างเช่น บัตรเครดิตโลตัส ที่ให้คุณจัดการทุกเรื่องบัตรได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE ด้วยฟีเจอร์ U MANAGE ที่เปรียบเสมือนเลขาฯ ส่วนตัว ช่วยให้คุณตรวจสอบข้อมูลบัตรได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นวงเงินคงเหลือ ยอดชำระ เช็กคะแนนสะสมล่าสุด หรือดูรายการใช้จ่ายย้อนหลัง ก็ทำได้เพียงปลายนิ้ว และยังกดลงทะเบียนโปรโมชันสุดคุ้มได้ฟรีทันที ช่วยให้ First Jobber บริหารจัดการเงินได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยในแอปฯ เดียว
เมื่อได้บัตรใบโปรดมาครอบครองแล้ว มาเริ่มต้นเส้นทางการเงินอย่างมั่นใจด้วยเทคนิคการใช้บัตรฉบับมือโปร
กฎเหล็กของการใช้บัตรเครดิตคือ "รูดเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" และต้องจ่ายให้ตรงตามวันครบกำหนดชำระเงิน (Due Date) การจ่ายเต็มจำนวนจะช่วยให้เราไม่เสียดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว เพราะบัตรเครดิตมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) มาให้ โดยที่หากยังไม่พ้นระยะเวลาตรงนี้ไป ดอกเบี้ยจะยังไม่ถูกคำนวณ แต่ถ้าเราเลือก "จ่ายขั้นต่ำ" ยอดที่เหลือจะถูกคิดดอกเบี้ยรายวันทันที
โปรโมชันผ่อน 0% คือตัวช่วยชั้นดีในการซื้อของชิ้นใหญ่และจำเป็น เช่น โน้ตบุ๊กสำหรับทำงาน หรือโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนในครั้งเดียว แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ควรคำนวณให้ดีว่ายอดผ่อนต่อเดือนเมื่อรวมกับรายจ่ายอื่นแล้ว เรายัง "ไหว" อยู่หรือไม่ ไม่ควรรูดผ่อนจนเกินตัว เพราะจะกระทบสภาพคล่องในแต่ละเดือนได้
บัตรเครดิตถูกออกแบบมาเพื่อการรูดซื้อสินค้าเป็นหลัก การกดเงินสดอาจมาพร้อมกับค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่คำนวณตั้งแต่วันแรก ดังนั้นจึงแนะนำให้เก็บวงเงินส่วนนี้ไว้เป็นทางเลือกสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินจริง ๆ จะช่วยให้เราบริหารเงินได้คุ้มค่ากว่า
การมีบัตรเครดิตใบแรกถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างวินัยและเครดิตทางการเงิน หาก First Jobber รู้จักเลือกบัตรที่เหมาะกับฐานเงินเดือนและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง รวมถึงมีวินัยในการใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด บัตรเครดิตใบนี้จะกลายเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่า อำนวยความสะดวก และสร้างโอกาสทางการเงินที่ดีในอนาคต ลองนำทริคเหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วคุณจะพบว่าการมีเครดิตดี ๆ สร้างได้ง่ายกว่าที่คิด
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
Advertisement