
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (19 ส.ค.) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ พร้อม นางมาวดี ศรีวิรัตน์ ลูกสาวของนางฮวย ศรีวิรัตน์ มารดา เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ฐานันดร สาสูงเนิน และ ร.ต.ท.หญิง รัฐฐานนท์ คชนนท์ รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. มอบหลักฐานเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสื่อออนไลน์ลงข่าวบิดเบือน ว่า นางมาวดี ทยอยถอนเงินในบัญชีกว่า 24.7 ล้านบาท และถ่ายโอนทรัพย์สินอื่นๆ ขณะ นางฮวย นอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาล ก่อนศาลอาญาพระโขนงลงโทษจำคุก 12 ปี
นายกฤษฎา ระบุว่า คดีหมายเลขดำ อ.1668/2563 ที่ศาลอาญาพระโขนงลงโทษจำคุกนางมาวดี 12 ปี นั้นคดีนี้ นางฮวย ศรีวิรัตน์ โดย น.ส.มินตรา ศรีวิรัตน์ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ฟ้องว่า นางมาวดี ศรีวิรัตน์ จำเลยข้อหา ลักเงินออกจากบัญชีโจทก์รวม 6 ครั้งเป็นเงิน 24.7 ล้านบาทนั้น ช่วงระหว่าง 57-58 ซึ่งทางเราก็น้อมรับคำตัดสินของศาลและอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ และไม่ใช่คดีที่ยักยอกทรัพย์ นางฮวย จำนวน 253 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณา ที่ปรากฏเป็นข่าว
สำหรับคดีเงิน 253 ล้านบาทนั้น คือคดีหมายเลขดำที่ อ.3228/2562 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาพระโขนง 3 และ นางฮวย ศรีวิรัตน์ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมาวดี ศรีวิรัตน์ และเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) อีก 4 คน เป็นจำเลย ฐานยักยอกทรัพย์มูลค่า 253 ล้านบาทนั้น ตอนนี้ศาลอาญาพระโขนง ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาสืบพยานจำเลยในเดือน ธ.ค. 2564
ดังนั้น การมาพบพนักงานสอบสวน ปอท. เพื่อมอบหลักฐานตรวจสอบสื่อมวลชนสำนักต่างๆ ที่มีการเสนอข่าวคลาดเคลื่อนและปรึกษาข้อกฎหมาย ซึ่งจริงแล้วศาลชั้นต้น ตัดสินคดีจำนวนเงิน 24.7 ล้านบาท และได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว แต่คดีเงินจำนวน 253 ล้านบาทที่ออกข่าวไปนั้นยังอยู่ระหว่างพิจารณา จึงอยากให้สื่อช่วยลงข่าวแก้ไขหากไม่ดำเนินการอาจพิจารณาเอาผิดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ขณะที่ นางมาวดี เปิดเผยว่า ไม่มีอะไรที่จะพูดกับสื่อแต่จะบอกว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวคนนอกไม่ได้รู้กับเราว่าครอบครัวเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ผู้รับมอบอำนาจที่มาฟ้องในคดีนี้ก็เป็นคนที่เคยทำงานร่วมกันมา ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าเขามีอะไรถึงได้มาฟ้องเรา ก็พูดได้แค่ว่าเราคนในครอบครัวไม่มีใครมารู้หรอกว่าครอบครัวเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งครอบครัวเรามีกันเพียงสองคนพี่น้องซึ่งเรื่องนี้ หากตกลงกันได้ทุกอย่างมันก็จะจบ แต่นี่ไม่ตกลงไม่คุยกันเลย อยู่ดีๆมาฟ้องแบบนี้มันไม่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม การที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวในลักษณะอย่างนี้ อาจทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าลูกคนนี้ลักทรัพย์ไป 250 ล้านบาท ซึ่งคดียังอยู่ในขั้นตอนของการสืบพยานจำเลยและคดียังไม่ถึงที่สุด โดยการที่ข่าวออกไปว่า ถูกจำคุก 12 ปีจึงไม่เป็นความจริง ทำให้ต้องออกมาชี้แจง ต่อสื่อมวลชน ให้ช่วยแก้ข่าว แต่ก็น้อมรับคำตัดสินของศาลและจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป และส่วนตัวมั่นใจในพยานหลักฐาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สรุปคดี อาม่าฮวย ทนายอนันต์ชัย แจงศาลจำคุก 12 ปีลูกสาวแท้ๆยักยอกเงิน 24 ล้าน
- เปิดขบวนการลูกสาวถอนเงินอาม่า เกลี้ยงบัญชี
- ปิดตำนาน "อยากได้ก็ไปฟ้อง" ศาลฯ สั่งแบงก์ดังจ่ายเงินคืนอาม่า ปมโดน พนักงานธนาคารโกง 13 ล้าน
Advertisement