
วันที่ 28 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสลดใจขึ้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อพระครู ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลโยนก ปลิดชีพตนเองด้วยการจมน้ำเสียชีวิตภายในสระน้ำข้างวัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน พร้อมแพทย์เวรและชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 28 ต.ค. 69 โดยพระภิกษุลูกวัดได้พบร่างของพระครู บริเวณสระน้ำข้างวัด จึงได้ประสานพระสงฆ์รูปอื่นๆ ญาติโยม และผู้ใหญ่บ้าน เข้าช่วยเหลือนำร่างขึ้นมาจากน้ำ
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสะพานทอดไปศาลากลางสระน้ำ พบใบบริจาคร่างกายวางไว้บนราวสะพาน และมีธงธรรมจักรปักไว้ตรงจุดที่พระครูทิ้งร่างลงไปในน้ำ โดยมีเชือกสีแดงผูกกับราวสะพาน ส่วนปลายอีกด้านผูกกับร่าง ตอนไปพบเห็นแค่เชือกหย่อนลงไปในน้ำ ชาวบ้านต้องช่วยกันดึงร่างขึ้นมาจากน้ำ และในกุฏิพบข้าวของถูกจุดเป็นระเบียบทั้งหมด มีกุญแจต่างๆ ภายในวัดถูกแยกใส่ถุงและมีป้ายบอกว่าเป็นกุญแจอะไรระบุไว้ด้วย
จากการตรวจสอบกุฏิยังพบจดหมายสั่งเสียเขียนด้วยลายมือของพระครู หัวข้อ "ความจริง" ระบุรายละเอียดถึงมูลเหตุแห่งความทุกข์ใจ ตั้งแต่ พ.ย. 68 ว่า เกิดจากความ "เมตตาเกินไป" จนตกเป็นเหยื่อของ พระครูรูปหนึ่ง ที่เข้ามาปรับทุกข์ขอยืมเงิน พร้อมเสนอผลตอบแทนเท่าตัว ทำให้ท่านยอมไปหยิบยืมเงินจากญาติโยม และแหล่งอื่นมาให้ แต่กลับถูกเลื่อนชำระเรื่อยมา ในจดหมายยังได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามเงินคืนแก่เจ้าของเงินตามบัญชีรายชื่อที่ท่านทิ้งไว้ พร้อมทิ้งท้ายข้อความสะเทือนใจว่า "ข้าพเจ้าต้องเดินทางไกลไปไม่กลับแล้ว... ข้าพเจ้าต้องการความสงบ"
จากการสอบถาม กรรมการวัด อายุ 72 ปี เปิดเผยว่า วันออกพรรษาที่ผ่านมา พระครูได้เรียกตนและโยมอีกคนไปพบ พร้อมกับสั่งเสียเรื่องทรัพย์สินส่วนตัว และหนี้สินไว้อย่างละเอียด ทั้งเงินที่เคยหยิบยืมผู้อื่นมา และเงินที่คนอื่นยืมไปแต่ยังไม่คืน รวมถึงได้สั่งการเรื่องเงินวัดและการจัดเตรียมงานศพไว้อย่างรอบคอบ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นการสั่งเสียครั้งสุดท้าย เนื่องจากปกติแล้วท่านเป็นพระนักพัฒนาที่ขยันขันแข็ง และไม่เคยเล่าปัญหาความเครียดให้ใครฟังล่วงหน้า
นอกจากนี้ ตัวพระครูฯ เองยังได้ทำพินัยกรรมแสดงเจตจำนงชัดเจนในการมอบร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาแก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงแสน ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากปัญหาความเครียดเรื่องหนี้สินส่วนตัว
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการวัดและญาติโยมได้ร่วมกันไว้อาลัยต่อการจากไปของพระครู ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมประสานงานกับทางโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อดำเนินการตามเจตนารมณ์ในการบริจาคร่างกายต่อไป
สำหรับการจัดการงานศพ ทางชาวบ้านจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตั้งแต่วันที่ 28-31 ต.ค. 69 ก่อนจะมอบร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ตามความประสงค์ต่อไป
Advertisement