
เรียกว่าเป็นเรื่องราวที่บีบหัวใจอย่างมาก กับชีวิตหญิงแกร่ง "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ที่ออกมาแถลงปม "ก๊อต อธิป" สามี รุกป่า 100 ไร่ พร้อมเปิดใจถึงมรสุมชีวิตคู่และปมความสัมพันธ์สุดสะเทือนใจกับคนใกล้ชิด ส่งข้อความฝากถึงสามีเพื่อขอจบความสัมพันธ์ โดยนัดหมายไปทำเรื่องจดทะเบียนหย่า ณ สำนักงานเขตบางพลัดพรุ่งนี้ ในช่วงเวลา 09.00 น.
“บุ๋ม ปนัดดา” ย้อนเล่าเหตุการณ์เมื่อปี 2567 ช่วงที่ตนใกล้คลอด มันมีช่วงหนึ่งที่น้องอเล็กซ์ มีพี่เลี้ยงคนหนึ่งแล้วคางแตก พี่เลี้ยงคนนั้นมีลูกสาวอยู่ 1 คน อายุ 17-18 แล้วเขามาเล่าให้ฟังว่าสามีของ “บุ๋ม” พาน้องไปเลี้ยงเบียร์หนึ่งขวด แล้วเอาไปเลี้ยงดู นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต่างคนต่างอยู่ ตั้งแต่ปี 67
ทั้งนี้ “บุ๋ม ปนัดดา” ยอมรับว่าอยากให้ภาพความเป็นครอบครัวเดินต่อไปได้ และใกล้คลอดอีก แล้วเจ้าตัวก็โดนวิพากษวิจารณ์อยู่เรื่อย ๆ เรื่องไม่สมหวังเรื่องความรัก ตนเลยพยายามประคองให้เดินต่อไปได้ ด้วยคำว่าพ่อและแม่ เพราะว่าลูกยังเล็กมาก แล้วตนก็ลงพื้นที่ได้เต็มที่ เพราะเราต่างคนต่างอยู่ หมายถึงว่าก็แยกห้องกัน
หลังจากนั้น “บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่ายังมีเรื่องเงินเมื่อประมาณปี 68 หรือ 69 ตนมารู้ที่หลังว่าเงิน 7 ล้านบาทในตู้เซฟหายไป ซึ่งเป็นเงินที่แบรนด์สบู่ดังให้ตอนที่เจ้าตัวคลอด ซึ่ง “บุ๋ม ปนัดดา” ยอมรับตรง ๆ ว่าช็อก เพราะเป็นเงินของลูก
รู้ได้ยังไงว่าเขาเอาเงินไป?
เราคุยกันเรื่องบ้านใหม่ เพราะบุ๋มอยากจะเอาอันดามาอยู่ด้วย บุ๋มดูแลลูกเขามานานแล้ว บุ๋มอยากดูแลลูกตัวเองบ้าง แล้วบุ๋มก็เห็นว่าเด็กก็เริ่มโตขึ้น บุ๋มอยากอยู่กับลูก ๆ ก็ตามว่าเงินยังมีใช่ไหมในตู้เซฟ เขาบอกใช้หมดแล้ว เขาก็ไม่ได้บอกว่าเอาไปทำอะไร ตอนนั้นแทบล้มทั้งยืน
ตั้งแต่ปี 67-69 จับได้กี่คน?
เราเคยเจอถุงยางในกระเป๋าเดินทางเขา เขาบอกเรามีไเป็นวิทยากรที่ภูเก็ต เราเป็นคนจองตั๋วให้ด้วย แต่เขาคงไม่ได้แคร์เท่าไหร่ถ้าเราเจอ
สถานะความสัมพันธ์เป็นยังไง?
ถ้าปัจจุบันจริง ๆ เป็นพ่อและแม่ มีจดทะเบียนสมรสกัน
จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด "บุ๋ม ปนัดา" วอนให้ สามีมาทำเรื่องหย่า โดยฝากข้อความไปถึง "ก๊อต อธิป" ว่า "พี่ก๊อตหย่ากันเถอะนะคะ บุ๋มไม่สามารถให้ลูกอยู่ท่ามกลางเจ้าหนี้แบบนี้ได้ สำหรับลูกสองคน "อเล็กซ์" และ "อาเธอร์" บุ๋มขอเลี้ยงเอง ส่วน 10 ล้านที่พี่ขอบุ๋มคงให้ไม่ได้ และเขาขอบ้านหลังใหม่ที่บุ๋มกู้... ได้ค่ะ แต่พี่ต้องผ่อนเองนะคะ พรุ่งนี้ช่วง 9 โมงที่บางพลัด"
ส่วนประเด็นที่ว่าคนที่ไว้ใจร้ายที่สุดนั้น "บุ๋ม ปนัดดา" เล่าด้วยน้ำตาว่า เรื่องผัวยังไม่เจ็บเท่าเรื่องน้อง เพราะบุ๋มสนิทสนมกับเขามาก จนในโซเชียลคนคิดว่าเป็นลูกบุญธรรม รักโคตรรักเขาเลย บุ๋มไม่เคยคิดว่าบุ๋มจะโดน... เขาไม่ได้ติดต่อมา ตั้งแต่บุ๋มจับได้ว่าเขาเข้ามาที่บ้านโดยไม่บอกบุ๋ม รู้จักกันมาเกือบ 10 กว่าปี ก็เพิ่งมารู้ตอนที่โป๊ะแตก เราไว้ใจเขามาก มากถึงขนาดที่ว่าเข้านอกออกในได้สบาย
เขาทำแบบนี้มากี่ปีแล้ว?
เพิ่มมารู้ว่าเขาไปวิ่งเทรลแล้วลงเมื่อวันที่ 8 มกราคม ตั้งแต่ต้นปี เพิ่งเห็นว่ารถที่เขาขับคุณผู้ชายก็ช่วยดูแลให้ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พี่ไลน์ไปถามเขาเลยว่าทำ ๆ ไม หนูเห็นว่าพี่นั่งทะเลาะ ผู้ชายด่าพี่เป็นชั่วโมง เขานั่งอัดคลิป เขาบอกเพื่อนเขาว่าถ้าวันนี้บุ๋มพูดถึงเขา เขาจะปล่อยคลิปเสียง หนูปล่อยเลยลูก วันนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าหนูจะทำลายแม่ขนาดนี้หนูทำเลย ความไว้ใจที่แม่ให้ กับผู้ชายแม่ยังไม่เจ็บขนาดนี้
"บุ๋ม ปนัดดา" เผยว่า วันที่ 19 กันยายน บุ๋มมีอบรม ก็ต้องทำกิจกรรมให้เสร็จก่อน 15.00น. เขารู้ว่าบุ๋มต้องไปงานศพของทีมงานต่อ พอเสร็จจากงานศพบุ๋มกลับถึงบ้านประมาณ 21.00น. ลูกสาวคนของสามีก็บอกว่าเขาคนนั้นเพิ่งกลับไป
อย่างนี้เราสามารถฟ้องชู้ได้ไหม ?
ซึ่งทนายที่มาแถลงร่วมด้วยบอกว่าสามารถทำได้ แต่ทาง "บุ๋ม ปนัดดา" เผยว่า "ขอแค่หย่าเถอะ บุ๋มไม่ต้องการอะไรแล้วในชีวิต ขอแค่อยู่กับลูก ขอให้จบกันดี ๆ ต่างคนต่างไป อย่ามานั่งแฉอะไรกันอีกเลย"
ที่บอกเขามีคลิปเสียงถ้าเขาปล่อยออกมา?
คือในคลิปเสียงบุ๋มจำได้ว่าบูดอะไร เพราะมันแปลก ๆ เพราะ 100 ปีไม่โทรหากูหรอก วันนั้คือเขาตั้งใจอัด คือถ้าปล่อยเขาก็ต้องรับผิดชอบ เขาพยายามทำให้สังคมเห็นว่าบุ๋มมีชู้ค่ะ สังเกตุการโพสต์ของเขานะคะ แต่บุ๋มพูดตรงนี้ตามตรงเลยนะ คนไหนผัวคนไหนแฟน คนไหนเลิก บุ๋มชัดเจน
ทำไมเขาจะเล่นเรื่องพี่บุ๋มมีชู้?
เพราะว่าบุ๋มเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นประธานมูลนิธิ ถ้าเล่นเรื่องนี้ได้ก็คงจะทำให้บุ๋มเสียชื่อเสียง
Advertisement